UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesOMEGA JAMES BOND LIMITED EDITION SET - บอนด์แพ็คคู่

OMEGA JAMES BOND LIMITED EDITION SET – บอนด์แพ็คคู่

by : ‘TomyTom’

 

มาอีกแล้วกับนาฬิกา ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ผลิตจำนวนจำกัดในซีรีส์สายลับ ‘James Bond 007’ (เจมส์ บอนด์ 007) ซึ่งครั้งนี้เป็นแบบแพ็คคู่โดยมี Omega Seamaster Diver 300M (โอเมก้า ซีมาสเตอร์ ไดเวอร์ 300 เมตร) จำนวน 2 เรือน รวมกันเป็น ‘James Bond’ Limited Edition Set (‘เจมส์ บอนด์’ ลิมิเต็ดเอดิชั่น เซต) ชุดนี้ด้วยจำนวนการผลิตที่กำหนดไว้แค่ 257 ชุด โดยตัวเรือนขนาด 42.0 มิลลิเมตร หนา 13.5 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 300 เมตร พร้อมวาล์วปล่อยก๊าซฮีเลียม ตลอดจนรายละเอียดทั้งการตกแต่งและทางเทคนิค รวมไปถึงสายยางสีดำที่ไม่ได้แตกต่างไปจากนาฬิกาตัวเรือนสเตนเลสสตีลรุ่น Seamaster Diver 300M ‘On Her Majesty’s Secret Service’ 50th Anniversary (ซีมาสเตอร์ ไดเวอร์ 300 เมตร ‘ออน เฮอร์ มาเจสตีส์ ซีเคร็ต เซอร์วิส’ ฟิฟตีธ์ แอนนิเวอร์ซารี) ผลิตจำนวนจำกัด 7,007 เรือน ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ไม่นาน หากแต่นาฬิกาชุด 2 เรือนชุดนี้ประกอบด้วยนาฬิกาตัวเรือนทอง 18K (Ref.210.22.42.20.01.001) และตัวเรือนสเตนเลสสตีล (Ref.210.62.42.20.01.003) อย่างละเรือน โดยวงแหวนเซรามิกสีดำของขอบตัวเรือนนั้น แบบเรือนทอง 18K จะแทนที่สเกลอีนาเมลสีขาวด้วยสเกลสีทองที่สร้างด้วย ‘Ceragold’ (เซราโกลด์) ของ Omega

 

ลักษณะพิเศษของรุ่นนี้ที่เหมือนกับ ‘On Her Majesty’s Secret Service’ 50th Anniversary ก็คือหน้าปัดเซรามิกสีดำที่สลักตกแต่งเป็นลายเกลียวลำกล้องปืนตามรูปแบบที่คุ้นตาในไตเติ้ลสุดคลาสสิกของภาพยนตร์ชุด ‘James Bond’ เคลือบดำด้วยเทคนิค PVD และปัดลายมาอย่างสวยงาม โดยเว้นวงกลางหน้าปัดให้เท่ากับขนาดกระสุนปืน 9.0 มิลลิเมตร การซ่อนตัวเลข 50 อย่างลึกลับเพื่อสื่อถึงวาระครบปีที่ 50 ของภาพยนตร์จากปี 1969 ตอน ‘On Her Majesty’s Secret Service’ ไว้ในสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) บนหลักชั่วโมงตำแหน่ง 10 นาฬิกาซึ่งจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อแสงเรืองขึ้นมาในความมืด ชิ้นหลักชั่วโมงทอง 18K ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกาที่นำรูปแบบมาจากตราประจำตระกูลของ ‘Bond’ และหลักชั่วโมงตำแหน่งอื่นๆ กับเข็มเป็นทอง 18K เช่นกัน แต่มีการเคลือบสีแดงไว้ที่ส่วนปลายของเข็มวินาทีให้ดูสมดุลกับชื่อรุ่นสีแดงบนหน้าปัด และมีแผ่นป้ายทอง 18K ยึดด้วยสกรูไว้ด้านข้างฝั่งซ้ายของตัวเรือนเพื่อสลักหมายเลขประจำเรือนโดยใช้เป็นทอง 18K หรือทองขาว 18K สลับกับสีของตัวเรือน แต่ทาง Omega ก็ยังอุตส่าห์สร้างความแตกต่างกับรุ่น 50 ปี ด้วยการเพิ่มสัญลักษณ์ ‘007’ ขนาดเล็กแทรกเอาไว้ในสเกลนาที ณ ตำแหน่ง 7 นาฬิกา และติดตั้งแท่งหลักชั่วโมง ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาไว้แทนที่จะเป็นช่องหน้าต่างวันที่ ส่วนฝาหลังยังคงไม่แตกต่างไปจากรุ่นครบรอบ 50 ปี คือมีการพิมพ์ตราประจำตระกูล ‘Bond’ ด้วยสีทองและสีดำ ร่วมกับข้อความ ‘We Have All the Time in the World’ (วี แฮฟ ออล เดอะ ไทม์ อิน เดอะ เวิลด์) ไว้บนแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ที่กรุฝาหลังที่เป็นวัสดุชนิดเดียวกับตัวเรือน

 

กลไกที่ใช้ก็ยังคงเป็นชนิดขึ้นลานอัตโนมัติ ‘In-house’ (อินเฮาส์) มาตรฐานคุณภาพ ‘Master Chronometer’ (มาสเตอร์ โครโนมิเตอร์) ตระกูลใหม่ ซึ่งใช้ระบบปล่อยจักรแบบ ‘Co-Axial’ (โคแอ็กเซียล) ทำงานด้วยความถี่ 25,200 ครั้ง/ชั่วโมง และสามารถสำรองพลังงานได้ 55 ชั่วโมง พร้อมความสามารถในการป้องกันแม่เหล็กได้ถึง 15,000 เกาสส์ เช่นเดียวกับ Omega Seamaster Diver 300M 42 MM (โอเมก้า ซีมาสเตอร์ ไดเวอร์ 300 เมตร 42 มิลลิเมตร) เจเนอเรชั่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวออกสู่ตลาดเมื่อปี 2018 หากแต่รหัสคาลิเบรอที่ใช้กับ 2 รุ่นนี้ไม่ใช่ Cal.8800 หากแต่เป็น Cal.8806 (โรเตอร์เคลือบโรเดียม) สำหรับรุ่นเรือนสตีล และCal.8807 (โรเตอร์และแป้นทับจักรกลอกทำจากทอง ‘Sedna’ (เซดนา) 18K) สำหรับรุ่นเรือนทอง ที่แสดงเวลาแบบ 3 เข็มโดยไม่มีฟังก์ชันวันที่ติดตั้งมาด้วย

 

Omega Seamaster Diver 300M ‘James Bond’ Limited Edition Set นาฬิกาแพ็คคู่ 2 เรือนชุดนี้ นอกจากสายยางสีดำล็อกด้วยหัวเข็มขัดวัสดุชนิดเดียวกับตัวเรือนที่ติดตั้งมากับนาฬิกาทั้ง 2 เรือนแล้ว ก็ยังมีสายสเตนเลสสตีล 1 เส้น กับสายผ้าแบบ ‘NATO’ (นาโต) สีดำคาดแถบคู่สีเทาอีก 2 เส้น (ใช้ห่วงกับเข็มขัดสเตนเลสสตีลและห่วงกับเข็มขัดทองอย่างละเส้น) ให้มาไว้สลับเปลี่ยนใช้งานด้วย นอกจากนี้ก็มีอุปกรณ์สำหรับถอดสาย กระเป๋านาฬิกาขนาดพกพาสีดำ 2 ใบ ใบหนึ่งปรากฎตราประจำตระกูล ‘Bond’ สีทองบนฝากล่อง ขณะที่อีกใบหนึ่งตกแต่งเป็นลายเกลียวลำกล้องปืน และแว่นขยายสำหรับส่องนาฬิกาอีก 1 อันให้มาในเซต ทั้งหมดนี้บรรจุรวมอยู่ในกล่องนาฬิกาสีดำขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ จำนวนการผลิตของเซตนี้ถูกกำหนดไว้เพียง 257 ชุด โดยแจ้งราคาจำหน่ายเอาไว้ที่ 1,465,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up