UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesOMEGA SEAMASTER SUMMER BLUE 75TH ANNIVERSARY COLLECTION - ฉลอง 75 ปี ด้วย...

OMEGA SEAMASTER SUMMER BLUE 75TH ANNIVERSARY COLLECTION – ฉลอง 75 ปี ด้วย 7 รุ่น ในธีมสีฟ้า ( ตอนที่ 1)

by: ‘TomyTom’

 

7 คือจำนวนรุ่นที่ Omega (โอเมก้า) เลือกสำหรับชุดนาฬิกาคอลเลกชั่นพิเศษเพื่อรำลึกวาระฉลองรอบปีที่ 75 ของนาฬิกาตระกูลทะเล Seamaster (ซีมาสเตอร์) ณ ค.ศ. 2023 นี้ แน่นอนว่าทั้งหมดย่อมต้องสืบสายพันธุ์มาจากต้นตระกูล Seamaster ซึ่งออกลูกออกหลานมาเป็นครอบครัวต่างๆ มากมาย โดยนาฬิกาทุกรุ่นทุกแบบในชุดนี้ ซึ่งมีตั้งแต่นาฬิกาแนวเดรสลุคสำหรับวันสบายๆ ไปจนถึงนาฬิกาดำน้ำระดับจริงจังขั้นสุด จะมีคุณลักษณะร่วมกันเพื่อแสดงถึงการเป็นสัญลักษณ์แห่งวาระ 75 ปี และแน่นอนว่าทุกรุ่นทุกแบบขับเคลื่อนด้วยกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ระบบปล่อยจักรแบบ ‘Co-Axial’ (โคแอ็กเซียล) พร้อมสายใยจักรกลอกซิลิกอน อันเป็นบรรดากลไกคุณภาพเยี่ยมที่มีคุณสมบัติต้องตรงและผ่านการทดสอบรับรองตามมาตรฐาน ‘Master Chronometer’ (มาสเตอร์ โครโนมิเตอร์) ของ ‘METAS’ (เมตาส) ทั้งความเที่ยงตรง และการต้านทานสนามแม่เหล็กถึงระดับ 15,000 เกาส์

MITSUBISHI

 

คุณลักษณะที่ว่ามีอยู่ 2 ประการด้วยกัน คือธีมสีที่ใช้ตกแต่งบนเรือนนาฬิกา ซึ่งทั้งหมดจะมากับสีน้ำเงินในโทนที่เรียกว่า ‘Summer Blue’ (ซัมเมอร์ บลู) เพื่อเป็นตัวแทนแห่งท้องทะเลในห้วงเวลาฟ้าสดใส โดยแต่ละเรือนจะใช้เฉดความเข้มข้นของสีในระดับแตกต่างกัน เพื่อสื่อถึงระดับความลึกในการกันน้ำที่แตกต่างกันของนาฬิกาแต่ละรุ่น โดยรุ่นที่กันน้ำได้น้อยจะเป็นสีจางๆ เพราะเป็นน้ำทะเลที่อาบด้วยแสงอาทิตย์ ส่วนรุ่นที่กันน้ำได้ลึกขึ้นก็จะมีสีเข้มขึ้นด้วยความเจือจางของแสงอาทิตย์ที่แปรผันตามระดับความลึกของท้องทะเล และสัญลักษณ์แห่งวาระ 75 ปี Seamaster อันเป็นภาพวาดเทพโพไซดอนถือตรีศูลกำลังควบขี่ม้าน้ำ 2 ตัว ล่องอยู่บนยอดคลื่น พร้อมข้อความ ‘Seamaster Since 1948’ (ซีมาสเตอร์ ซินซ์ 1948) ที่สลักเสลาอย่างงดงามอยู่บนฝาหลังสเตนเลสสตีล โดยนาฬิกาคอลเลกชั่น 75 ปี Seamaster นี้ประกอบด้วยนาฬิกา 7 รุ่น ได้แก่

Seamaster Planet Ocean 6000m Co-Axial Master Chronometer 45.5mm Ultra Deep Summer Blue (ซีมาสเตอร์ แพลเน็ต โอเชียน 6000เอ็ม โคแอ็กเซียล มาสเตอร์ โครโนมิเตอร์ 45.5 เอ็มเอ็ม อัลตรา ดีพ ซัมเมอร์ บลู) Ref.215.30.46.21.03.002

 

นาฬิกาดำน้ำลึกสุดใจในตัวเรือนขนาด 45.5 มิลลิเมตร หนา 18.0 มิลลิเมตร พร้อมสายที่ทำจาก ‘O-megasteel’ (โอเมก้าสตีล) ซึ่งกันน้ำได้ถึงระดับ 600 บาร์ หรือเทียบเท่า 6,000 เมตร ภายใต้เกณฑ์มาตรฐานสากลสำหรับนาฬิกาดำน้ำ ISO 6425:2018 ในเวอร์ชั่น 75 ปี นี้ใช้หน้าปัดที่แต่งเป็นลวดลายดุจก้นมหาสมุทร ‘Challenger Deep’ (ชาลเลนเจอร์ ดีพ) อันเป็นจุดที่ลึกสุดของเหวสมุทรมาริอานา ซึ่งถูกสร้างแผนที่อย่างแม่นยำโดยทีมงาน ‘Five Deeps Expedition’ (ไฟว์ ดีพส์ เอ็กซ์พีดิชั่น) ด้วยการใช้จุดโซนาร์มากถึงเกือบล้านจุด แล้วเคลือบแลคเกอร์ด้วยกระบวนการปล่อยแลคเกอร์ปริมาณมากไหลผ่านหน้าปัดเพื่อให้เกิดความลุ่มลึกอันงดงามและประกายในเนื้อสี ทั้งยังซ่อน ‘ไข่อีสเตอร์’ ไว้บนหน้าปัดด้วยการปรากฏข้อความ ‘Omega Was Here’ (โอเมก้า วอส เฮียร์) สัญลักษณ์ Omega และตัวเลข 10,935m อันเป็นระดับความลึกของเหวสมุทรที่โซนาร์วัดได้ ให้เห็นเมื่อส่องกับแสง UV ร่วมกับเส้นแผนที่ที่แสดงถึงแอ่งตะวันตก แอ่งกลาง และแอ่งตะวันออกในมหาสมุทร โดยหน้าปัดนี้จะใช้ร่วมกับหลักชั่วโมงและเข็มสีดำที่ฉาบด้วยสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีฟ้าอ่อนๆ ขณะที่แผ่นวงแหวนขอบตัวเรือนเป็นเซรามิกสีดำผิวเงาพร้อมสเกลสีฟ้า เช่นเดียวกับสีของข้อความต่างๆ และสเกลบนหน้าปัด

 

นาฬิการุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ ความถี่ 25,200 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 60 ชั่วโมง จากตลับลาน 2 ชุด Cal.8912 บอกเวลาแบบ 3 เข็มพร้อมฟังก์ชัน ‘Time Zone’ (ไทม์ โซน) ที่ปรับตั้งเข็มชั่วโมงแบบจังหวะละ 1 ชั่วโมง ให้เปลี่ยนเขตเวลาได้สะดวก ราคาจำหน่ายกำหนดไว้ที่ 458,000 บาท

Seamaster Ploprof 1200m Co-Axial Master Chronometer 55 x 45mm Summer Blue (ซีมาสเตอร์ โพลพรอฟ 1200เอ็ม โคแอ็กเซียล มาสเตอร์ โครโนมิเตอร์ 55 ครอส 45 เอ็มเอ็ม ซัมเมอร์ บลู) Ref.227.32.55.21.03.001

 

‘Ploprof’ เป็นชื่อที่ย่อมาจาก ‘Plonguer Professional’ (พลองเกอร์ โปรเฟสชันแนล) ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสของคำ ‘Professional Diver’ (โปรเฟสชันแนล ไดเวอร์) หรือนาฬิกาดำน้ำมืออาชีพ เวอร์ชั่น 75 ปี นี้มากับหน้าปัดวัสดุ ‘O-megasteel’ ที่รังสรรค์ธีม ‘Summer Blue’ ในแบบไล่เฉดจากจางสว่างบนพื้นที่ส่วนกลาง แผ่สู่ความมืดรอบขอบ บนผิวปัดลายแบบ ‘Sunbrushed’ (ซันบรัชด์) พร้อมสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ สีฟ้าที่เข็มและหลักชั่วโมง ร่วมด้วยเข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีสีดำและเข็มนาทีสีฟ้า โดยวางมาในตัวเรือนแบบชิ้นเดียวที่ทำจาก ‘O-megasteel’ ขนาด 55 x 45.0 มิลลิเมตร หนา 15.5 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 120 บาร์ หรือเทียบเท่า 1,200 เมตร พร้อมวาล์วระบายก๊าซฮีเลียม จับคู่มากับสายยางสีน้ำเงินเจาะร่องสี่เหลี่ยมซึ่งนำลักษณะมาจากสายที่ใช้กับ Ploplof รุ่นดั้งเดิม ส่วนแผ่นวงขอบตัวเรือนนั้นเคลือบด้วยสีน้ำเงินผิวเงาพร้อมสเกลสีฟ้า ผนึกทับด้วยแผ่นวงแหวนคริสตัลแซพไฟร์ใส ขณะที่สเกลและข้อความบนหน้าปัดถูกพิมพ์ด้วยสีฟ้าเช่นกัน

 

นาฬิการุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ ความถี่ 25,200 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 60 ชั่วโมง จากตลับลาน 2 ชุด Cal.8912 บอกเวลาแบบ 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชัน ‘Time Zone’ (ไทม์ โซน) ที่ปรับตั้งเข็มชั่วโมงแบบจังหวะละ 1 ชั่วโมง ให้เปลี่ยนเขตเวลาได้สะดวก ราคาจำหน่ายกำหนดไว้ที่ 502,000 บาท

Seamaster Planet Ocean 600m Co-Axial Master Chronometer 39.5mm Summer Blue (ซีมาสเตอร์ แพลเน็ต โอเชียน 600 เอ็ม โคแอ็กเซียล มาสเตอร์ โครโนมิเตอร์ 39.5 เอ็มเอ็ม ซัมเมอร์ บลู) Ref.215.30.40.20.03.002

 

เวอร์ชั่น 75 ปี ในรูปแบบนาฬิกาดำน้ำสไตล์คลาสสิกรุ่นนี้มาในตัวเรือนสเตนเลสสตีล 39.5 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 60 บาร์ (600 เมตร) พร้อมวาล์วระบายก๊าซฮีเลียมที่ตำแหน่ง 11 นาฬิกา คู่กับสายสเตนเลสสตีล และใช้แผ่นวงแหวนขอบตัวเรือนเป็นสีน้ำเงินเข้มสเกลสีฟ้า ขณะที่หน้าปัดธีมสี ‘Summer Blue’ สำหรับรุ่นนี้มาในรูปแบบไล่เฉดจากจางสว่างบนพื้นที่ส่วนกลางแผ่สู่ความมืดที่ส่วนริมนั้น กระทำบนแผ่นเซรามิกที่ปัดลายในแนวดิ่ง ร่วมด้วยเข็มและหลักชั่วโมงสีน้ำเงินผิวเงาฉาบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ สีฟ้า ขณะที่สเกลและข้อความพิมพ์เป็นสีฟ้าอ่อนๆ เว้นแต่ตราและชื่อแบรนด์ที่เป็นชิ้นงานเคลือบสีน้ำเงิน

 

กลไกที่ใช้เป็นแบบอัตโนมัติ Cal.8800 บอกเวลา 3 เข็มพร้อมวันที่ ความถี่การทำงาน 25,200 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 55 ชั่วโมง ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 261,000 บาท

ด้วยเกรงว่าหน้าเพจนี้จะยาวเกินไป จึงขอยกยอดอีก 4 รุ่น ไปนำเสนอกันในอีกหน้าเพจหนึ่งเร็วๆ นี้

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up