UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesOMEGA SPEEDMASTER MOONWATCH PROFESSIONAL WHITE DIAL - ทายาทเรือนเหยียบจันทร์กับหน้าปัดขาว

OMEGA SPEEDMASTER MOONWATCH PROFESSIONAL WHITE DIAL – ทายาทเรือนเหยียบจันทร์กับหน้าปัดขาว

by: ‘TomyTom’

 

Omega (โอเมก้า) เสริมความสดใหม่ให้กับสายพันธุ์นาฬิกาจับเวลาเจ้าของตำนานเหยียบดวงจันทร์ Speedmaster Moonwatch Professional (สปีดมาสเตอร์ มูนวอทช์ โปรเฟสชันแนล) ด้วยเวอร์ชั่นใหม่ที่มากับหน้าปัดเคลือบแลคเกอร์สีขาว ซึ่งอันที่จริงก็ปรากฏให้เห็นกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟกันไปแล้วในเดือนพฤศจิกายน 2023 บนข้อมือของ Daniel Craig (แดเนียล เคร็ก) เจ้าของบทบาท ‘James Bond’ (เจมส์ บอนด์) ผู้เป็นทูตสันถวไมตรีของ Omega ที่นิทรรศการ  ‘Planet Omega’ (แพลเน็ต โอเมก้า) ในมหานครนิวยอร์ก และบัดนี้ ณ เดือนมีนาคม 2024 ก็พร้อมที่จะออกจำหน่ายให้แฟนๆ ได้เป็นเจ้าของกันแล้ว

MITSUBISHI

 

หน้าปัดสีขาวกับ Speedmaster เป็นทางเลือกที่ไม่ค่อยพบเจอมากนัก เมื่อถูกนำมาใช้กับสายพันธุ์ ‘Moonwatch’ จึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างพิเศษ และแปลกตาไม่น้อย อีกทั้งนอกจากการเคลือบแผ่นหน้าปัดแบบเล่นระดับของ Speedmaster Moonwatch Professional ด้วยแลคเกอร์สีขาวผิวเงางามแล้ว องค์ประกอบต่างๆ ก็ถูกตัดด้วยสีดำเพื่อให้อ่านค่าเวลาได้อย่างสะดวกและรวดเร็วตามเจตนารมณ์ดั้งเดิมในการสร้างนาฬิกา Speedmaster ของ Omega ไม่ว่าจะเป็นสเกลและข้อความต่างๆ ที่พิมพ์ด้วยสีดำ ไปจนถึงหลักชั่วโมงแบบแท่งขีด เข็มทรงเรียว และตราสัญลักษณ์ ที่ล้วนเคลือบเป็นสีดำ แต่มีการแต้มสารเรืองแสงสีขาวมาให้เป็นแถบเรียวบนเข็มชั่วโมงกับนาที เป็นศรที่เข็มจับเวลาวินาที และเป็นจุดขนาดเล็กที่หลักชั่วโมง เว้นแต่เพียงชื่อ ‘Speedmaster’ และส่วนปลายของเข็มจับเวลาวินาทีที่ใช้สีแดงเพื่อเสริมเสน่ห์ชวนมอง ไม่ให้ดูเรียบจนเกินไป

 

การใช้สีขาวเป็นพื้นแล้วตัดด้วยรายละเอียดสีดำเช่นนี้ ทาง Omega บอกว่าเป็นแรงบันดาลใจที่ได้มาจากสีของชุดนักบินอวกาศที่เป็นชุดสำหรับสวมใส่ในการทำกิจกรรมนอกยานอวกาศ อาทิ การเดินในอวกาศ ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อมโยงของนาฬิกา Speedmaster กับภารกิจการเป็นอุปกรณ์คู่กายสำหรับนักบินอวกาศของ ‘NASA’ (นาซ่า) อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ ค.ศ. 1965 และเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจการลงจอดบนดวงจันทร์ถึง 6 ครั้ง อีกทั้งสีแดงที่ปรากฏเป็นชื่อรุ่นบนหน้าปัด ก็อ้างอิงได้จากแถบสีแดงระบุสถานะผู้บัญชาการบนชุดนักบินอวกาศ ซึ่งทาง ‘NASA’ เริ่มใช้มาตั้งแต่ภารกิจ ‘Apollo 13’ (อพอลโล 13) ในปี 1970 นอกจากนี้ก็ยังเกี่ยวพันกับนาฬิกาต้นแบบรุ่น Alaska I (อลาสกา วัน) อันเป็นส่วนประกอบหนึ่งในโครงการลับของ ‘NASA’ เมื่อปี 1969 ซึ่งเป็นนาฬิกาที่ออกแบบขึ้นเพื่อให้ใช้งานในอวกาศได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยนาฬิการุ่นนั้นใช้หน้าปัดสีขาวด้วยเหตุผลในเรื่องของประสิทธิภาพด้านสัมประสิทธิ์การสะท้อนความร้อน และมีชิ้นกันกระแทกสีแดงหุ้มตัวเรือนของนาฬิกาเอาไว้

 

ในส่วนของคุณลักษณะและคุณสมบัติทางเทคนิคยังคงเดิมไม่ต่างจาก Speedmaster Moonwatch Professional แบบกระจกหน้าปัดและฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์เจเนอเรชั่นปัจจุบัน ตั้งแต่ตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 42.0 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 50 เมตร ที่นำลักษณะการออกแบบมาจาก Speedmaster เจเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งนักบินอวกาศของยาน ‘Apollo 11’ (อพอลโล 11) สวมใส่ กระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ทรงกล่องเคลือบสารกันแสงสะท้อนที่ฝั่งด้านใน ฝาหลังกรุคริสตัลแซพไฟร์ ซึ่งรวมกับตัวเรือนแล้วจะมีความหนาอยู่ที่ 13.2 มิลลิเมตร สายสเตนเลสสตีลแบบ 5 ชิ้น หน้าโค้ง ที่ร่วมกันให้อารมณ์วินเทจที่ดูคลาสสิกอยู่เสมอ การตกแต่งพื้นผิวที่มีทั้งส่วนขัดเงาและปัดลาย และวงขอบตัวเรือนที่ติดตั้งแผ่นวงแหวนอะลูมิเนียมทำอโนไดซ์สีดำพร้อมสเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) ในรูปแบบที่มีจุดอยู่เหนือตัวเลข 90 ซึ่งเรียกกันว่า ‘Dot Over Ninety’ (ด็อต โอเวอร์ ไนน์ตี)

 

ตลอดจนกลไกที่เป็นเครื่อง ‘In-house’ (อินเฮาส์) ไขลาน ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง ฟังก์ชันโครโนกราฟ จับเวลาได้ 12 ชั่วโมง Cal.3861 ซึ่งใช้ระบบปล่อยจักรแบบ ‘Co-Axial’ (โคแอ็กเซียล) สายใยจักรกลอกซิลิกอน สำรองพลังงานได้ 50 ชั่วโมง และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ‘Master Chronometer’ (มาสเตอร์ โครโนมิเตอร์) ของ ‘METAS’ (เมตาส) ทั้งในเรื่องของความเที่ยงตรงที่ต้องผ่านการรับรองระดับโครโนมิเตอร์ของ COSC (ซีโอเอสซี) มาก่อนที่จะทดสอบตามเกณฑ์ของ ‘METAS’ และการต้านทานสนามแม่เหล็กได้ถึง 15,000 เกาส์ อันเป็นทายาทสายตรงฉบับปรับปรุงล่าสุดของ Cal.321 ที่ใช้กับ Speedmaster เรือนพิชิตดวงจันทร์เมื่อครั้งอดีต โดยชิ้นส่วนกลไกนั้นถูกเคลือบด้วยโรเดียมและมีการตกแต่งลาย ‘Geneva Wave’ (เจนีวา เวฟ) บนสะพานจักร

 

และนอกจากเวอร์ชั่นสายสเตนเลสสตีลพร้อมตัวล็อกแบบบานพับ ปลดล็อกด้วยปุ่มกดคู่ ซึ่งสามารถปรับความยาวของสายได้ ที่กำหนดราคาจำหน่ายไว้ที่ 300,000 บาทถ้วนแล้ว Speedmaster Moonwatch Profession แบบหน้าปัดสีขาว ก็ยังมีเวอร์ชั่นที่มากับสายหนังวัวสีดำฉลุรูขนาดเล็ก บุขอบรูด้วยสีขาวและเย็บด้วยด้ายสีขาว กับเวอร์ชั่นที่มากับสายยางผิวปัดลายร่วมกับแนวร่อง พร้อมคุณสมบัติต้านแบคทีเรีย ที่ตกแต่งผิวทางด้านหลังให้มีลายผิวนูนในลักษณะคล้ายพื้นผิวของพระจันทร์ ให้เลือกกันตามรสนิยมชมชอบส่วนตัวของผู้ซื้อ ซึ่งเวอร์ชั่นสายหนังกับสายยางวางราคาไว้เท่ากันที่ 287,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up