UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesORIENT MAKO DIVER DESIGN MODEL 20th ANNIVERSARY LIMITED EDITION - ฉลอง 2...

ORIENT MAKO DIVER DESIGN MODEL 20th ANNIVERSARY LIMITED EDITION – ฉลอง 2 ทศวรรษ ฉลามพันธุ์แกร่ง

by: ‘Mr.Big’

 

ปี 2024 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์การสร้างสรรค์นาฬิกาตระกูลดำน้ำของ Orient (โอเรียนท์) ด้วยในปี 1964 ได้เผยโฉมคอลเลกชั่นนาฬิกาดำน้ำของแบรนด์สู่สายตาสาธารณะชนเป็นครั้งแรก โดยมาพร้อมคุณสมบัติที่อัดแน่นมาเพื่อการดำน้ำ พร้อมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ กลายเป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงของแบรนด์ จนกระทั่งปี 2004 ทาง Orient ก็ได้เปิดตัวซีรีย์นาฬิกาดำน้ำใหม่ที่ปรับปรุงรูปลักษณ์นาฬิกาดำน้ำของตน ด้วยการนำเสนอดีไซน์ที่เรียบง่ายสไตล์แคชวล พร้อมทั้งลดขนาดให้เล็กลง เพื่อให้เหมาะแก่การสวมใส่ได้หลากหลายโอกาสในทุกวัน ซึ่งแต่เดิมซีรีย์นี้ไม่ได้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ มีแค่รุ่นรหัสที่เป็นตัวเลขและตัวอักษรให้เรียกกันเท่านั้น และเพื่อให้เรียกกันได้ง่าย ทางกลุ่มคนรักนาฬิกาจึงตั้งชื่อให้กับซีรีย์ที่ออกมาใหม่นี้ว่า ‘Mako’ (มาโกะ) ซึ่งเป็นคำในภาษาเมารี มีความหมายว่า ‘ฉลามครีบสั้น’ จากการที่นาฬิการุ่นดังกล่าวมีสัญลักษณ์ปลาฉลามแกะสลักอยู่บนฝาหลังและสาย (แต่คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่าสัญลักษณ์ดังกล่าวคือปลาโลมา) และในโอกาสที่ซีรีย์ ‘Mako’ ยืนหยัดรับใช้เหล่าคนรักนาฬิกามานานถึง 2 ทศวรรษ Orient จึงขอฉลองด้วยรุ่นพิเศษ Mako Diver Design Model 20th Anniversary Limited Edition (มาโกะ ไดเวอร์ ดีไซน์ โมเดล เดอะ ทเวนตีธ์ แอนนิเวอร์ซารี ลิมิเต็ด เอดิชั่น) โดยกำหนดจำนวนการผลิตเอาไว้ 3,000 เรือน สำหรับเวอร์ชั่นที่วางจำหน่ายทั่วโลกกว่า 50 ประเทศ และ 500 เรือน สำหรับเวอร์ชั่น ‘JDM’ (เจดีเอ็ม) หรือ ‘Japan Domestic Model’ (เจแปน โดเมสติก โมเดล) ที่วางจำหน่ายเฉพาะในบูติกที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

MITSUBISHI

 

เรือนเวลารุ่นนี้สร้างสรรค์ขึ้นโดยสะท้อนรูปแบบจากเจเนเรชั่นแรกของปี 2004 มาเป็นพื้นฐาน นำเสนอมาในขนาดตัวเรือน 41.8 มิลลิเมตร ผลิตจากสเตนเลสสตีลผิวปัดด้าน โดยมีเม็ดมะยมเป็นแบบขันเกลียว แทรกตัวอยู่ระหว่างบ่าปกป้อง เพื่อป้องกันการกระทบกระแทกโดยไม่ตั้งใจระหว่างดำน้ำ ส่วนฝาหลังแผ่นทึบผนึกแบบขันเกลียว แกะสลักสัญลักษณ์รูปปลาฉลามครีบสั้น หรือ ‘Mako’ ที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเป็นรูปปลาโลมา และติดตั้งขอบตัวเรือนแบบปรับหมุนทิศทางเดียวใน 120 คลิก พร้อมการเคลือบเป็นสีเข้มขัดเงา และมีแผ่นสเกลเวลา 60 นาที ผิวด้านสีดำสลับแถบสีน้ำเงินในช่วง 20 นาทีแรก พร้อมจุดดอทหลักชั่วโมงสีขาว เพื่อแสดงช่วงระยะเวลาในการขึ้นจากน้ำที่ปลอดภัย และมีรายละเอียดที่ทำเป็นร่องบาก 6 ช่วง ในทุกหลักเวลาที่ลงท้ายด้วย 5 อย่างมีเอกลักษณ์

 

หน้าปัดของรุ่นนี้แสดงความพิเศษในวาระครบ 20 ปี ของซีรีย์ ด้วยลวดลายเส้นโค้งแบบลูกคลื่นตามแนวขวาง สีน้ำเงินผิวด้าน โดยไล่สีจากโทนสว่างตั้งแต่ 12 นาฬิกา ให้ค่อยๆ มืดลงไปจนถึง 6 นาฬิกา ตามลักษณะแสงในระดับความลึกต่างๆ ประทับข้อความ ‘Anniversary Edition’ (แอนนิเวอร์ซารี เอดิชั่น) เอาไว้บริเวณตำแหน่ง 4 นาฬิกา หรือนาทีที่ 20 เป็นการสื่อนัยยะถึงการครบรอบ 20 ปี แทรกระหว่างแทร็คเวลาแบบเส้นสีขาว พร้อมด้วยหลักชั่วโมงทรงหัวกระสุนสลับตัวเลขอารบิกขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 6, 9 และ 12 นาฬิกา ขณะที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา เจาะช่องหน้าต่างคู่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าพร้อมกรอบสีเงินสำหรับแสดงวันควบคู่กับวันที่บนจานดิสก์สีขาว โดยเวอร์ชั่น ‘JDM’ สามารถสับเปลี่ยนวันที่เป็นภาษาญี่ปุ่นแบบคันจิ 月、火、水、木、金、土、日 ผ่านการปรับที่เม็ดมะยมได้อีกด้วย

 

การแสดงเวลาแบบ 3 เข็ม ถูกนำเสนอผ่านเข็มชั่วโมงและนาทีทรงดาบ และเข็มวินาทีแบบหัวลูกศรซึ่งเคลือบเป็นสีทองตัดกับพื้นผิว สื่อความหมายถึงแสงสีทองของดวงอาทิตย์ที่ที่สะท้อนบนผิวมหาสมุทร สร้างความรู้สึกพิเศษให้กับวาระฉลอง 20 ปี ควบคุมการทำงานด้วยกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติกแบบไฮบริด Cal.F6922 ซึ่งสามารถขึ้นลานผ่านการไขเม็ดมะยมได้อีกทางหนึ่ง มอบความเที่ยงตรงด้วยอัตราคลาดเคลื่อนของเวลาเพียง +25 วินาที ถึง -15 วินาที/วัน ติดตั้งทับทิมกันสึก 22 เม็ด เดินด้วยความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง สามารถเก็บพลังงานสำรองได้ 40 ชั่วโมง ประกอบกับสายสเตนเลสสตีลผิวด้านแบบ 3 ข้อ โดยตั้งราคาจำหน่ายแค่ 18,500 บาท ท่านั้น

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up