UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesORIENT STAR M34 F8 DATE - งดงามด้วยหน้าปัดลายฝนดาวตก

ORIENT STAR M34 F8 DATE – งดงามด้วยหน้าปัดลายฝนดาวตก

by: ‘Mr.Big’

 

Orient Star (โอเรียนท์ สตาร์) นำแรงบันดาลใจในเสน่ห์แห่งห้วงอวกาศมาสร้างสรรค์เรือนเวลาที่น่าพิสมัยอีกครั้งกับ M34 F8 Date (เอ็มเธอร์ตีโฟร์ เอฟเอจธ์ เดท) จากคอลเลกชั่น Contemporary (คอนเทมโพรารี) ซึ่งนำเสนอการออกแบบหน้าปัดอันเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้แรงบันดาลใจจากใจจากฝนดาวตก ‘Perseids’ (เพอร์เซียดส์) จากกลุ่มดาว ‘Perseus’ (เพอร์ซีอุส) ในทางเลือก 2 เวอร์ชั่น ได้แก่หน้าปัดสีน้ำเงินที่ผลิตแบบปกติ และหน้าปัดสีเงินยวงที่กำหนดจำนวนการผลิตเอาไว้แค่ 160 เรือน

MITSUBISHI

 

กลุ่มดาว ‘Perseus’ เป็นกลุ่มดาวในซีกฟ้าเหนือ ตั้งชื่อตามวีรบุรุษกรีกผู้พิชิตปีศาจ ‘Medusa’ (เมดูซา) สิ่งที่ทำให้กลุ่มดาวนี้เป็นที่สนใจคือปรากฏการณ์ฝนดาวตก ‘Perseids’ ซึ่งตั้งชื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มดาว โดยปรากฏการณ์ฝนดาวตกนี้พิเศษกว่าฝนดาวตกอื่นๆ เนื่องจากมักจะเกิดในช่วงเวลาที่แน่นอน ระหว่างเดือนสิงหาคมของทุกปี นั่นเป็นเพราะฝนดาวตกนี้เกิดจากเศษชิ้นส่วนและฝุ่นละอองที่ดาวหาง ‘Swift-Tuttle’ (สวิฟต์ทัตเทิล) เหลือทิ้งไว้ในวงโคจร เมื่อโลกโคจรตัดผ่านเข้าไปในบริเวณที่มีเศษฝุ่นดังกล่าว ก็จะดึงดูดเศษฝุ่นเหล่านี้เข้ามาในชั้นบรรยากาศ เกิดการลุกไหม้เป็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า และเกิดเป็นปรากฏการณ์ฝนดาวตก ‘Perseids’ ซึ่งเป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างเป็นอันดับ 2 รองจากฝนดาวตก ‘Leonids’ (ลีโอนิดส์) จึงสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

 

จากเสน่ห์ความงามของปรากฏการณ์ดังกล่าว Orient Star จึงนำมาสะท้อนลงบนแผ่นหน้าปัด โดยรุ่นหน้าปัดสีขาวเป็นการแต่งพื้นผิวด้วยมือ เป็นลวดลายที่สะท้อนถึงรูปแบบของฝนดาวตก ‘Perseids’ และเคลือบชั้นผิวให้มีความแวววาวราวกับแสงวาบของดาวตกบนฟากฟ้ายามรุ่งสาง ขณะที่รุ่นหน้าปัดสีน้ำเงินซึ่งสื่อถึงท้องฟ้าในยามค่ำคืน ถูกทำด้วยเทคโนโลยี ‘Optical Multilayer’ (ออพติคัล มัลติเลเยอร์) ของ ‘Epson’ (เอปสัน) ซึ่งสร้างโทนสีบนแผ่นโลหะ ฟิล์ม ‘Optical Multilayer’ ควบคุมการสะท้อนแสงและส่งผ่านฟิล์มโปร่งใสบางระดับนาโนหลายชั้น เพื่อสร้างเอฟเฟกต์ที่ไม่สามารถเกิดจากการเคลือบสีอย่างปกติได้ ขณะที่เลย์เอาท์การจัดวางฟังก์ชันและรายละเอียดต่างๆ ยังคงใช้รูปแบบดั้งเดิม ประกอบด้วยการแสดงเวลาแบบ 3 เข็ม พร้อมช่องหน้าต่างแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และเข็มแสดงระดับพลังงานสำรองภายในหน้าปัดย่อยทรงพัดจีนที่ 12 นาฬิกา

 

ในส่วนของการทำงาน เป็นกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติก Cal.F8N64 ที่สามารถขึ้นลานผ่านการไขลานเม็ดมะยมได้อีกทางหนึ่ง พร้อมชุดปล่อยจักรซิลิกอนเพื่อลดผลกระทบของสนามแม่เหล็ก และมอบความเที่ยงตรงด้วยอัตราคลาดเคลื่อนเฉลี่ยเพียง +15 วินาที ถึง –5 วินาที/วัน พร้อมด้วยขุมพลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง บรรจุในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 40.0 มิลลิเมตร แบบปัดด้านสลับขัดเงาอย่างมีมิติ กันน้ำได้ 100 เมตร กระจกหน้าปัดและฝาหลังเป็นคริสตัลแซฟไฟร์ที่เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้ง 2 ด้าน ให้สามารถชื่นชมความงดงามของหน้าปัดและการทำงานของชุดจักรกลที่ผ่านการขัดแต่งอย่างพิถีพิถัน ประกอบกับสายสเตนเลสสตีลในดีไซน์แบบฉบับเฉพาะ โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 2,500 – 2,700 ยูโร หรือราวๆ 97,000 – 105,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up