UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesORIENT STAR M45 F7 MECHANICAL MOON PHASE WITH GREY GRADATION DIAL -...

ORIENT STAR M45 F7 MECHANICAL MOON PHASE WITH GREY GRADATION DIAL – ประกายเสน่ห์แห่งกระจุกดาวลูกไก่

by: ‘Mr.Big’

 

ห้วงเอกภพที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวและความลึกลับแห่งฟากฟ้า ยังคงเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้กับ Orient Star (โอเรียนท์ สตาร์) ที่จะออกแบบเรือนเวลาซึ่งสะท้อนเสน่ห์และความงดงามแห่งห้วงอวกาศ และครั้งนี้ได้นำประกายแสงของกลุ่มดาวลูกไก่ M45 มาใช้เป็นสารตั้งต้นสำหรับการดีไซน์เรือนเวลาในกลุ่ม Classic Collection (คลาสสิก คอลเลกชั่น) ที่มีชื่อรุ่นแบบเต็มๆ ว่า M45 F7 Mechanical Moon Phase with Grey Gradation Dial (เอ็มฟอร์ตีไฟว์ เอฟเซเวน เมคานิคัล มูน เฟส วิธ เกรย์ กราเดชั่น ไดอัล) รหัส RE-AY0124N

MITSUBISHI

 

M45 เป็นชื่อรหัสของ ‘กระจุกดาวลูกไก่ หรือ ‘Pleiades’ (ไพลยาดีส) หนึ่งในวัตถุท้องฟ้าที่คนรู้จักมากที่สุด โดยอยู่ในพื้นที่ของกลุ่มดาว ‘Taurus’ (ทอรัส) หรือกลุ่มดาววัว กระจุกดาวดังกล่าวประกอบด้วยกลุ่มดาวฤกษ์สีน้ำเงินที่มีอายุราว 100 ล้านปี นับพันดวง เกาะเกี่ยวกันไว้ด้วยแรงโน้มถ่วง โดยมีกลุ่มแก๊สสะท้อนแสงจากดาวฤกษ์ในกระจุกจนมองเห็นเป็นแถบสีน้ำเงิน นับเป็นหนึ่งในกระจุกดาวที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด แต่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่าประมาณ 6-8 ดวง กลุ่มแสงจากกระจุกดาวลูกไก่อันงดงามกลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการดีไซน์หน้าปัดนาฬิการุ่นนี้ โดยพื้นผิวถูกสร้างสรรค์เป็นลวดลายที่แสดงถึงประกายดวงดาวอันไม่มีที่สิ้นสุดของกระจุกดาวลูกไก่ M45 ด้วยกระบวนการผลิตที่มีความสลับซับซ้อนและเทคโนโลยีขั้นสูง รูปแบบอันละเอียดอ่อนจะเปลี่ยนรูปแบบไปตามมุมตกกระทบของแสง และสร้างฉากทัศน์ของดวงดาวที่แวววาวบนหน้าปัด ถัดจากนั้น จะใช้สีจากสูตรที่มีความเฉพาะโดยการใช้เครื่องไล่เฉดสีเพื่อปรับความหนาแน่นและความกว้างของสีอย่างประณีต สร้างโทนสีที่เปลี่ยนจากสีเทาตรงกลางไปเป็นสีดำจรดขอบ จากนั้นจะเคลือบด้วยฟิล์มที่มีความหนาและโปร่งใสมากกว่าการเคลือบแบบทั่วไป ทำให้หน้าปัดไล่เฉดสีเทาดูมีมิติความลึกของจักรวาลที่ขยายตัวอย่างเป็นอนันต์

 

รายละเอียดต่างๆ ที่ตกแต่งอยู่บนหน้าปัดถูกออกแบบอย่างคุมโทนให้กลมกลืนกัน ไม่ว่าจะเป็นหลักชั่วโมงตัวเลขโรมันสีดำ ที่พิมพ์หลายชั้นเพื่อสร้างรูปทรงและเงาที่สวยงาม เพื่อแยกความแตกต่างกับพื้นหลัง ขณะที่เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีเคลือบสีเทา แสดงเวลาแบบ 3 เข็ม ส่วนมาตรแสดงระดับพลังงานสำรองในแบบฉบับ Orient Star ที่ 12 นาฬิกา รวมไปถึงข้างขึ้น-ข้างแรมและเข็มวันที่บนหน้าปัดย่อยที่ 6 นาฬิกา ก็ออกแบบมาในโครงสร้างแบบแผ่นคู่ ควบคุมการทำงานด้วยกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติก Cal.F7M65 ที่สามารถขึ้นลานผ่านเม็ดมะยมได้อีกทางหนึ่ง เที่ยงตรงด้วยอัตราคลาดเคลื่อนราว +15 ถึง -5 วินาที/วัน ติดตั้งทับทิมกันสึก 22 เม็ด พร้อมระบบแฮ็กเข็มวินาทีเพื่อให้ตั้งเวลาได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น และมีความสามารถในการสำรองพลังงานที่ 50 ชั่วโมง

 

ทั้งหมดนี้บรรจุอยู่ในตัวเรือนสเตนเลสสตีลคุณภาพสูง เกรด SUS316L ซึ่งผ่านการชุบสีดำเพื่อแสดงถึงความลึกลับแห่งห้วงเอกภพ ในขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 41.0 มิลลิเมตร หนา 13.8 มิลลิเมตร และมีความยาวจากขาสายด้านหนึ่งถึงอีกฝั่งหนึ่ง 49.0 มิลลิเมตร กรุหน้าปัดและฝาหลังด้วยคริสตัลแซพไฟร์เคลือบ ‘SAR’ สารกันแสงสะท้อนขั้นสูง ทำให้มองเห็นรายละเอียดยิบย่อยบนหน้าปัด รวมถึงการทำงานของจักรกลที่อยู่ด้านหลังได้แบบปรุโปร่ง สามารถกันน้ำได้ 50 เมตร ประกอบกับสายหนัง ‘Cordovan’ (คอร์โดแวน) สีดำ ซึ่งเป็นหนังชนิดพิเศษที่ทำมาจากหนังบั้นท้ายม้า นาฬิการุ่นนี้เป็นการผลิตแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ด้วยจำนวนแค่ 120 เรือน ในราคา 2,300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 82,500 บาท นอกจากนั้นยังแบ่งเป็นซีรีย์การผลิตแบบ ‘JDM’ หรือ ‘Japan Domestic Model’ (เจแปน โดเมสติก โมเดล) ที่จัดจำหน่ายเฉพาะในประเทศญีปุ่นอีก 2 รุ่น ได่แก่ Orient Online Store Edition (โอเรียนท์ ออนไลน์ สโตร์ เอดิชั่น) รหัส RK-AY0122N ซึ่งจัดจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ของ Orient Star ด้วยจำนวน 60 เรือน ในราคา 330,000 เยน ตกอยู่ที่ราว 79,000 บาท และ Prestige Shop Limited Edition (เพรสทีจ ช็อป ลิมิเต็ด เอดิชั่น) รหัส RK-AY0123N อีก 140 เรือน ที่ราคา 341,000 เยน หรือประมาณ 81,500 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up