UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesORIENT STAR NEW MODERN SKELETON - 10 ปี กับ 4 สีใหม่

ORIENT STAR NEW MODERN SKELETON – 10 ปี กับ 4 สีใหม่

by: ‘Mr.Big’

 

Orient Star (โอเรียนท์ สตาร์) แบรนด์นาฬิกามาตรฐานสูงจากประเทศญี่ปุ่น เผยคอลเลกชั่นใหม่ลำดับที่ 3 ประจำปี 2024 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย นั่นคือรูปโฉมใหม่ของ Modern Skeleton (โมเดิร์น สเกเลตัน) หนึ่งในคอลเลกชั่นขายดีทั่วโลกของแบรนด์นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2014 ซึ่งถือเป็นการครบรอบ 10 ปี พอดิบพอดี Orient Star จึงสร้างสรรค์นาฬิการุ่นใหม่ 4 เวอร์ชั่นสีสัน ที่นำเสนอแบบครบอารมณ์ ให้ผู้รักนาฬิกาได้เลือกหาจับจองได้ตามใจ

MITSUBISHI

 

หลังจากที่ Modern Skeleton เปิดตัวในอารมณ์สดใสด้วยหน้าปัดสีน้ำเงิน เขียว และน้ำตาลไปก่อนหน้า ครั้งนี้ก็กลับมาพร้อมความรู้สึกที่แตกต่างกับครั้งก่อน โดยเติมเต็มความหรูหราและสง่างามแบบครบรส กับสีหน้าปัดที่จับคู่กับตัวเรือนได้อย่างลงตัว ได้แก่หน้าปัดสีเงินที่จับคู่มากับตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลสีเงินล้วน ทำให้เกิดรูปลักษณ์สง่างามแบบคุมโทน หน้าปัดสีงาช้างที่เข้าคู่กับตัวเรือนสเตนเลสสตีลแบบทูโทน รับกับวงขอบตัวเรือนและเม็ดมะยมเคลือบสีทองชมพู หน้าปัดสีแชมเปญที่ให้ความรู้สึกหรูละมุนจับคู่กับตัวเรือนสเตนเลสสตีลทูโทนที่เคลือบสีทองไว้บนขอบตัวเรือนและเม็ดมะยม และหน้าปัดสีดำมาดเข้มเข้ากับตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลเคลือบสีดำตลอดทั้งร่าง

 

ตัวเรือนของ Modern Skeleton รุ่นใหม่ ยังคงมาพร้อมกับขนาด 41.0 มิลลิเมตร หนา 12.0 มิลลิเมตร และความยาวในส่วนของ ‘Lug-to-lug’ (ลักทูลัก) ที่ 49.0 มิลลิเมตร โดยสเตนเลสสตีลที่นำมาใช้ผลิตตัวเรือนของทุกแบบเป็นเกรด ‘SUS316L’ ที่มาพร้อมความสามารถในการกันน้ำ 100 เมตร ผนึกหน้าปัดด้วยคริสตัลแซพไฟร์ที่เคลือบสารตัดแสงสะท้อน ทำให้สามารถมองดูฟังก์ชันต่างๆ บนหน้าปัดได้อย่างชัดเจน ภายใต้เลย์เอาท์ที่เผยให้ชมกลไกเพียงบางส่วน โดยเน้นไปที่จักรกลอกซึ่งอยู่ทางฝั่งซ้าย อันเป็นหัวใจของการทำงาน และทำการปัดลายแท่นเครื่องด้านล่างให้เข้ากันกับลายบนพื้นผิวหน้าปัด ควบคู่ไปกับการแสดงเวลาแบบ 2 เข็มครึ่ง ที่แยกการแสดงวินาทีมาไว้ในหน้าปัดย่อยขนาดเล็กที่วางไว้ใต้แกนเข็ม และใช้หลักชั่วโมงทรงแท่งสลับด้วยเลขโรมัน ‘XII’ ที่ 12 นาฬิกา ขณะที่มาตรแสดงค่าพลังงานสำรองแบบเข็มกวาดยังคงติดตั้งเอาไว้ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา อย่างเป็นเอกลักษณ์

 

แม้ว่าจะมีรูปลักษณ์ใหม่ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนการทำงานภายในของสิ่งที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้การทำงานจึงยังเป็นของกลไก ‘in-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติก Cal.F6F44 ที่ให้ความเที่ยงตรงด้วยอัตราคลาดเคลื่อน +25 ถึง-15 วินาที/วัน ติดตั้งทับทิมกันสึก 24 เม็ด พร้อมระบบแฮ็กเข็มวินาทีเพื่อให้สามารถตั้งเวลาได้แม่นยำมากขึ้น ส่วนการสำรองพลังงานยังคงทำได้ 50 ชั่วโมง โดยสามารถชื่นชมความงามของจักรกลชุดนี้ได้จากทั้งด้านหน้าปัดหรือฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ เลือกจับจองเป็นเจ้าของกันได้แล้วในราคา 40,000 บาท สำหรับรุ่นสเตนเลสสตีลล้วน และ 41,000 บาท ในแบบทูโทนทั้ง 2 รุ่น ส่วนรุ่นตัวเรือนและสายเคลือบสีดำทั้งร่างเป็นงานผลิตแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี ของคอลเลกชั่น ด้วยจำนวนแค่ 600 เรือน นั้นตั้งราคาจำหน่ายเอาไว้ที่ 45,000 บาท เท่านั้น

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up