UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesORIS HÖLSTEIN EDITION 2020 - บรอนซ์อร่ามตลอดร่าง

ORIS HÖLSTEIN EDITION 2020 – บรอนซ์อร่ามตลอดร่าง

by: ‘TomyTom’

 

ทศวรรษที่ผ่านมา ผู้ผลิตนาฬิกาหลายแบรนด์ต่างนำบรอนซ์มาสร้างตัวเรือนนาฬิกากันมากขึ้น ขณะที่หลายแบรนด์ออกวัสดุชนิดนี้มาแบบไม่มีที่มาที่ไป ซึ่งเป็นการออกตามกระแสความสนใจของผู้คนเท่านั้น แต่ Oris (โอริส) กลับผูกเรื่องราวให้การนำเสนอวัสดุบรอนซ์ของตนได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการอ้างอิงว่าเป็นการรำลึกถึง Carl Brashear (คาร์ล บราสเชียร์) ทหารนักประดาน้ำเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันในกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อเขาเสียขาซ้ายท่อนล่างไปในปี 1966 ก็ยังฟื้นฟูสภาพร่างกายจนสามารถกลับมาดำน้ำให้กับกองทัพต่อได้ในปี 1968 และกลายเป็นนักประดาน้ำผู้พิการทางขาคนแรกของกองทัพเรือสหรัฐฯ ทั้งยังได้สถานะเป็นคนผิวสีคนแรกที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประดาน้ำของกองทัพสหรัฐฯ ด้วย เรื่องราวของเขาถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องดังที่ออกฉายเมื่อปี 2000 ชื่อ ‘Men of Honor’ (เมน ออฟ ออเนอร์) ที่มี Cuba Gooding Jr. (คิวบา กูดดิง จูเนียร์) รับบทเป็น Brashear และที่มีความข้องเกี่ยวกับบรอนซ์ก็เพราะมันเป็นวัสดุที่ใช้สร้างหมวกประดาน้ำในสมัยที่ Brashear เริ่มชีวิตการเป็นนักดำน้ำนั่นเอง นาฬิกาตัวเรือนบรอนซ์รุ่นแรกของ Oris จึงมีนามว่า Carl Brashear Limited Edition (คาร์ล บราสเชียร์ ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ถือกำเนิดขึ้นในปี 2016 ด้วยจำนวนการผลิต 2,000 เรือน ซึ่งบนฝาหลังสเตนเลสสตีลปรากฎภาพสลักนูนเป็นรูปหมวกดำน้ำแบบที่ Brashear เคยใช้

 

จากนั้น Oris ก็นำบรอนซ์มาใช้กับเวอร์ชั่นต่างๆ ของนาฬิกาดำน้ำดีไซน์วินเทจรุ่น Divers Sixty-Five (ไดเวอร์ส ซิกซ์ตีไฟว์) โดยมีทั้งการนำมาใช้ทำขอบตัวเรือนและใช้เป็นชิ้นข้อสายแถวกลางร่วมกับชิ้นริมที่เป็นสเตนเลสสตีล และในปี 2018 ก็มีการสร้างรุ่น Carl Brashear Chronograph Limited Edition (คาร์ล บราสเชียร์ โครโนกราฟ ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ผลิตจำนวน 2,000 เรือนซึ่งใช้ตัวเรือนบรอนซ์ร่วมกับหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มเช่นเดียวกับเวอร์ชั่น 3 เข็มขึ้นมา โดยมีฐานะเป็นรุ่นบุกเบิกของนาฬิกา Divers Sixty-Five Chronograph (ไดเวอร์ส ซิกซ์ตีไฟว์ โครโนกราฟ) ที่ตามออกมาในปี 2019 และล่าสุดในปี 2020 นี้ Oris ก็สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วย Hölstein Edition 2020 (โฮลสไตน์ เอดิชั่น ทเวนตีทเวนตี) ในแบบนาฬิกาโครโนกราฟที่ใช้ตัวเรือนและสายเป็นบรอนซ์ทั้งหมด ทั้งยังมีสถานะเป็นนาฬิการุ่นแรกของซีรีส์ Hölstein (โฮลสไตน์) ซึ่งผลิตแบบ ‘Limited Edition’ จำนวนจำกัดซีรีส์พิเศษที่ Oris สถาปนาขึ้นใหม่ โดยนำชื่อ Hölstein อันเป็นชื่อหมู่บ้านอันเป็นถิ่นกำเนิดของ Oris ตั้งแต่ ค.ศ. 1904 มาเป็นเกียรติและศักดิ์ศรี

 

จริงอยู่ว่าพื้นฐานของ Hölstein Edition 2020 นั้นมีลักษณะเดียวกับ Carl Brashear Chronograph Limited Edition ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนบรอนซ์ขนาด 43.0 มิลลิเมตร ผนึกกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลทรงโดมโค้ง เคลือบสารกันแสงสะท้อนบนฝั่งด้านใน กันน้ำได้ 100 เมตร ขอบตัวเรือนชนิดหมุนได้ทิศทางเดียว พร้อมวงแหวนพร้อมร่องสลักและชิ้นหลักนูนขัดเงาเป็นสเกลนาทีสำหรับอ้างอิงเวลาดำน้ำ ตลอดจนเม็ดมะยมชนิดขันเกลียว และปุ่มกดซึ่งทำจากบรอนซ์ทั้งหมด ไปจนถึงกลไกขึ้นลานอัตโนมัติฟังก์ชันโครโนกราฟจับเวลาได้ 30 นาที ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 48 ชั่วโมง Cal.Oris 771 ซึ่งปรับแต่งมาจาก Cal.SW510 ของ Sellita (เซลลิตา) ไปจนถึงรูปแบบขององค์ประกอบบนหน้าปัด ทั้งหลักชั่วโมงทรงกลม และรูปทรงของเข็มที่เคลือบด้วยทองกุหลาบ ตลอดจนลักษณะของสเกลต่างๆ หากแต่หลักชั่วโมงทรงสี่เหลี่ยมที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และทรงสามเหลี่ยมที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาถูกปรับเปลี่ยนจากสี่เหลี่ยมแนวขีดยาวขอบมน เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขอบคม และจากสามเหลี่ยมเป็นห้าเหลี่ยมทรงโล่ และเปลี่ยนสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) บนเข็มและหลักชั่วโมงจากสีเบจมาเป็นสีขาว เช่นเดียวกับที่ใช้ใน Divers Sixty-Five Chronograph ส่วนพื้นหน้าปัดนั้นมาในแบบ 2 สี โดยมีพื้นที่โดยรวมเป็นสีทองอร่ามปัดลายซาติน ร่วมกับพื้นสีดำผิวลายสเนลของหน้าปัดจับเวลาทั้ง 2 วง เพื่อลดความท่วมท้นของสีทองและเสริมให้อ่านค่าจับเวลาได้อย่างชัดเจน ปิดท้ายด้วยส่วนที่เด่นที่สุด นั่นก็คือสายนาฬิกาดีไซน์สปอร์ตแบบ 3 แถว ซึ่งทุกชิ้นข้อตลอดจนชิ้นกรอบตัวล็อกถูกสร้างขึ้นจากบรอนซ์ อันเป็นลักษณะที่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นมีแบรนด์ใดกระทำกัน แต่เพื่อคงความมั่นคงแข็งแรงต่อการใช้งาน ชิ้นส่วนบานพับของตัวล็อกและแท่งสลักยึดสายที่อยู่ภายในตัวสายจึงยังคงเป็นสเตนเลสสตีล

 

นอกจากสิ่งที่กล่าวมาแล้ว Oris ยังใส่ความกุ๊กกิ๊กเข้าไปในนาฬิการุ่นนี้ด้วยภาพสลักนูนเป็นรูปการ์ตูน ‘Oris Bear’ หมีโอริสสุดน่ารัก ล้อมด้วยข้อความสลักชื่อรุ่น ‘Hölstein Edition – 2020’ พร้อมกำกับด้วยหมายเลขประจำเรือนบนแผ่นฝาหลังสเตนเลสสตีล ซึ่งแสดงถึงความใจถึงของ Oris ในการนำเสนออารมณ์สนุกสนานชวนยิ้มกับนาฬิกาที่ดูจริงจังเช่นนี้

 

Oris Hölstein Edition 2020 งานบรอนซ์อร่ามจากเรือนจรดสายรุ่นนี้ถูกตั้งราคาไว้ที่ 4,800 ฟรังก์สวิส หรือราว 158,000 บาท พร้อมบรรจุมาในกล่องไม้ที่ผลิตขึ้นสำหรับรุ่นนี้เป็นการเฉพาะ โดยเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2020 เป็นต้นไป ด้วยฐานะงานผลิตแบบ ‘Limited Edition’ ซึ่งจำกัดจำนวนผลิตไว้แค่ 250 เรือน ก็เชื่อว่าจะต้องถูกจับจองจนหมดในเวลาไม่นานนัก

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up