UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesOVERSEAS DUAL TIME WITH BLACK DIAL - หน้าดำ (ปลาย) เข็มแดงมาแล้ว

OVERSEAS DUAL TIME WITH BLACK DIAL – หน้าดำ (ปลาย) เข็มแดงมาแล้ว

by: ‘TomyTom’

 

นาฬิกาแนวสปอร์ตหรูยังคงเป็นไอเทมยอดนิยมคู่ข้อมือชนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นด้วยความง่ายต่อการสวมใส่ที่เหมาะกับหลากหลายไลฟ์สไตล์ และสภาพแวดล้อมของสถานที่ ตั้งแต่ใส่ทำงาน ใส่ออกงาน ไปจนถึงสวมใส่ในวันหยุด สำหรับคอลเลกชั่น Overseas (โอเวอร์ซีส์) นั้น เป็นนาฬิกาในแนวทางนี้จากผู้ผลิตนาฬิกาหรูรายเก่าแก่ของโลก Vacheron Constantin (วาเชอรอง กองสตองแตง) ที่มีคนรักนาฬิกาชื่นชอบกันอยู่ไม่น้อย โดยทางแบรนด์มีการผลิตนาฬิกาตระกูลนี้ออกมาในหลายวัสดุและฟังก์ชันกลไก ซึ่ง Overseas Dual Time (โอเวอร์ซีส์ ดูอัล ไทม์) ที่สามารถแสดงค่าของ 2 เขตเวลาได้พร้อมกันก็เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากการวางองค์ประกอบบนหน้าปัดที่สวยงามลงตัว และประโยชน์ใช้สอยที่เหมาะกับผู้ที่เดินทางข้ามประเทศกันเป็นประจำ ล่าสุดในช่วงปลายปี 2019 นี้ก็ได้ออกเวอร์ชั่นใหม่ที่เป็นตัวเรือนสเตนเลสสตีลคู่กับหน้าปัดสีดำผิวซาตินลาย ‘Sunburst’ (ซันเบิร์สต์) มาเป็นทางเลือกเพิ่มเติม จากที่ก่อนหน้านี้ นับจากเปิดตัวครั้งแรกในช่วงปลายปี 2017 เป็นต้นมานั้น เวอร์ชั่นตัวเรือนสเตนเลสสตีลของ Overseas Dual Time จะมีทางเลือกเพียงแค่หน้าปัดสีน้ำเงินหรือสีเงินเท่านั้น

 

พื้นหน้าปัดสีดำสนิทที่แทรกสีแดงไว้ในรายละเอียดบนเรือนเวลาแนวสปอร์ตหรูคือรูปแบบที่ครองใจผู้คนได้เสมอ ซึ่งเวอร์ชั่นนี้ Vacheron Constantin เลือกที่จะใช้สีแดงแต่งแต้มเพียงบนสามเหลี่ยมที่ปลายเข็มแสดงเวลาที่ 2 กับปลายเข็มชี้บอกช่วงเวลา AM/PM เท่านั้น ซึ่งก็เป็นตำแหน่งเดียวกับที่เห็นกันมาแล้วในเวอร์ชั่นหน้าปัดสีเงินนั่นเอง การทำเช่นนี้ทำให้สามารถอ่านค่าเวลา ‘Home Time’ (โฮม ไทม์) ได้ง่ายดายยิ่งขึ้นด้วยสีสันที่แตกต่างจากเข็มแสดงเวลาหลักอย่างชัดเจน เรียกว่าได้ทั้งเสน่ห์ความงดงามและประโยชน์การใช้งานในขณะเดียวกัน แน่นอนว่าตำแหน่งการแสดงค่าที่จัดวางอย่างลงตัวอันเป็นจุดเด่นของนาฬิการุ่นนี้ยังคงอยู่ที่เดิมทุกประการ เพราะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงด้านเทคนิคแต่อย่างใด รวมถึงวัสดุที่ใช้ทำเข็มชั่วโมงกับนาทีที่เป็นทอง 18K และการเคลือบสารเรืองแสงสีขาวไว้บนเข็มชั่วโมง นาที และแท่งหลักชั่วโมงด้วย

 

เครื่องที่ใช้ยังคงเป็นกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ ‘In-house’ (อินเฮาส์) Cal.5110DT ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง พลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง มาตรฐานคุณภาพ ‘Hallmark of Geneva’ (ฮอลล์มาร์ค ออฟ เจนีวา) ที่แสดงเวลา ‘Home Time’ ด้วยเข็มกลางหมุนรอบละ 12 ชั่วโมง ร่วมกับเข็มขนาดเล็ก ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกาเพื่อบอกว่าเวลา ‘Home Time’ ที่แสดงอยู่นั้นเป็นช่วงเวลา AM หรือ PM ขณะที่เวลา ‘Local Time’ (โลคัล ไทม์) จะแสดงด้วย 3 เข็มกลางอย่างปกติ และมีเข็มขนาดเล็กที่ 6 นาฬิกาสำหรับแสดงวันที่ การปรับตั้งเวลาทั้งหมดทำได้ด้วยเม็ดมะยมที่ดึงขึ้นมาได้ 2 จังหวะ ขณะที่ปุ่มกด ณ ตำแหน่ง 4 นาฬิกา ใช้สำหรับปรับตั้งวันที่ ซึ่งก็ไม่ต้องกลัวว่าจะบังเอิญกดโดนโดยไม่ตั้งใจ เพราะสามารถล็อกได้ด้วยระบบเกลียว ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับลักษณะเม็ดมะยมชนิดมีเกลียวล็อกแล้วก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้สามารถกันน้ำได้ถึงระดับ 150 เมตร แม้จะใช้ฝาหลังชนิดกรุกระจกแซพไฟร์ก็ตาม อีกทั้งตัวเรือนยังมีคุณสมบัติป้องกันสนามแม่เหล็กเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของกลไกด้วย

 

 

 

ตัวเรือนสเตนเลสสตีลของเวอร์ชั่นนี้ยังคงเป็นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41.0 มิลลิเมตร ที่มีความหนา 12.8 มิลลิเมตร พร้อมกับระบบ ‘Quick-change’ (ควิกเชนจ์) ที่ทำให้สลับสับเปลี่ยนสายได้อย่างสะดวกง่ายดายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ แน่นอนว่ายังคงให้สายมาสลับใช้งานถึง 3 เส้น คือสายสเตนเลสสตีล สายยาง และสายหนังจระเข้ เหมือน Overseas เรือนสเตนเลสสตีลทุกรุ่นในปัจจุบัน โดยเวอร์ชั่นนี้สายยางและสายหนังจระเข้ที่ให้มาจะเป็นสีดำเพื่อให้เข้ากับสีของหน้าปัด การให้สายมาถึง 3 เส้นนี้เป็นจุดเด่นอีกประการหนึ่งที่สร้างความรู้สึกคุ้มค่าให้กับการครอบครอง Overseas เพราะเหมือนได้นาฬิกาถึง 3 เรือน เนื่องจากการจับคู่กับสายแต่ละชนิดก็ทำให้เกิดอารมณ์ที่ต่างกันได้แล้ว Vacheron Constantin กำหนดราคา Overseas Dual Time Ref.7900V/110A-B546 เวอร์ชั่นหน้าปัดสีดำนี้ไว้ที่ 775,000 บาท เท่ากับเวอร์ชั่นหน้าปัดสีน้ำเงินและหน้าปัดสีดำ

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up