UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesPAM 1316 LUMINOR MARINA WITH NEW BRACELET - สายโลหะเจเนอเรชั่นใหม่

PAM 1316 LUMINOR MARINA WITH NEW BRACELET – สายโลหะเจเนอเรชั่นใหม่

by: ‘TomyTom’

 

เพราะปี 2020 นี้เป็นปีที่ Panerai (พาเนอราย) เน้นไปที่นาฬิกาดำน้ำตระกูล Luminor Marina (ลูมินอร์ มารินา) จึงที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำเสนอสายโลหะดีไซน์ใหม่ซึ่งนับเป็นดีไซน์เจเนอเรชั่นที่ 3 ของแบรนด์ โดยรุ่นที่ได้มาพร้อมสายโลหะแบบใหม่เป็นรุ่นแรกคือ Luminor Marina Specchio Blu (ลูมินอร์ มารินา สเปคชิโอ บลู) หรือ PAM01316 โดยคำ ‘Specchio’ นั้นเป็นภาษาอิตาเลียน แปลเป็นไทยว่า ‘กระจกเงา’ โดยสื่อถึงหน้าปัดสีน้ำเงินที่ขัดตกแต่งในแบบ ‘Sun-brushed’ (ซันบรัชด์)

 

การออกแบบสายโลหะครั้งนี้ Panerai ตั้งความแข็งแรงและความเบาของน้ำหนักเป็นโจทย์หลัก แต่ต้องคำนึงถึงดีไซน์ที่สอดคล้องกับสายโลหะ 2 เจเนอเรชั่นที่ผ่านมาด้วย ข้อสายที่มีรูปทรงคล้ายกับชิ้นครอบเม็ดมะยมของตัวเรือนแบบ Luminor จึงยังคงปรากฏอย่างเด่นชัด โดยผสานเข้ากับชิ้นข้อทรงเหลี่ยมที่ออกแบบให้บางลงเพื่อลดน้ำหนัก แต่ยังคงมั่นคงแข็งแรงเป็นเยี่ยม ข้อเด่นที่มุ่งพัฒนาก็คือการลดจำนวนสกรูที่ใช้ยึดข้อสายแต่ละข้อเข้าด้วยกัน และการออกแบบชิ้นข้อแต่ละชิ้นตลอดจนลักษณะเมื่อประกอบเข้าด้วยกันแล้วให้มีความโค้งรับข้อมือมากที่สุด เพื่อความกระชับและความสบายยามสวมใส่ ทั้งยังออกแบบให้ข้อแรกของสายติดตั้งเข้ากับตัวเรือนอย่างแนบเนียน และมีระบบยึดสายที่ออกแบบให้เจ้าของสามารถสลับเปลี่ยนสายได้โดยสะดวกด้วยตนเอง แม้แต่ตัวล็อกสายชนิดบานพับปีกผีเสื้อ ปลดล็อกด้วยปุ่มกดคู่ก็ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีขนาดที่เล็กและบางลงด้วยเช่นกัน ส่วนรูปแบบการขัดแต่งยังคงรักษาลักษณะเดียวกับเจเนอเรชั่นที่แล้วเอาไว้ นั่นคือการปัดพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นผิวซาตินและการขัดเงาบนชิ้นข้อกลางทรงเหลี่ยม

 

สายดีไซน์ใหม่ที่ติดตั้งมากับ PAM 1316 นี้ทำจากสเตนเลสสตีลเช่นเดียวกับตัวเรือน โดยผิวของตัวเรือนขนาด 44.0 มิลลิเมตรกันน้ำได้ 300 เมตร ก็ถูกปัดลายซาตินด้ว ยแต่แนวเส้นบนแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกันเพื่อให้เกิดมิติที่หลากหลาย โดยพื้นที่หลักจะขัดเป็นแนวโค้งวงกลม ขณะที่บริเวณขาตัวเรือนและชิ้นครอบเม็ดมะยมตลอดจนคานกดจะขัดเป็นแนวดิ่ง เช่นเดียวกับข้อสายนาฬิกา ขอบตัวเรือนเป็นงานขัดเงารับกับข้อชิ้นกลางทรงเหลี่ยมของสาย โครงสร้างหน้าปัดเป็นแบบแซนด์วิชซึ่งมีแผ่นบนเป็นสีน้ำเงินปัดลาย ‘Sun-brushed’ ฉลุช่องหลักชั่วโมงทรงขีดร่วมกับเลข 3-6-9 และขีดหลักวินาที 4 ตำแหน่งหลักเพื่อให้สารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาวซึ่งให้แสงเป็นสีเขียวที่เคลือบอยู่บนแผ่นหน้าปัดชิ้นล่างลอดสว่างเจิดจ้าขึ้นมาในความมืด ขณะที่ช่องหน้าต่างวันที่ถูกเจาะไว้ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ส่วนเข็มทั้ง 3 เป็นสีเงิน เคลือบขีดสารเรืองแสงสีขาวเช่นกัน เมื่อรวมเข้ากับสเกลและข้อความต่างๆ ตลอดจนเลขวันที่ซึ่งทั้งหมดพิมพ์ด้วยสีขาวแล้วก็ทำให้เกิดความงามสง่าในแบบเรียบง่ายในภาพรวม โดยไม่มีโทนสีใดที่แปลกแยกไปจากคู่สีน้ำเงินกับขาว เพราะกระทั่งจานวันที่ก็ใช้พื้นสีน้ำเงินด้วยเช่นกัน

 

การขับเคลื่อนนาฬิการุ่นนี้เป็นหน้าที่ของกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ขึ้นลานอัตโนมัติ ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง จำนวนทับทิม 31 ชิ้น Cal.P.9010 ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้ตลับลานคู่ที่สำรองพลังงานได้นานถึง 3 วัน และมีระบบปรับตั้งเวลาแบบเร่งด่วนที่ปรับเคลื่อนเฉพาะเข็มชั่วโมงให้ล่วงหน้าไปหรือย้อนกลับเป็นจังหวะละ 1 ชั่วโมงได้เพื่อให้ปรับค่าเวลาเมื่อเดินทางไปยังสถานที่ที่อยู่ต่างเขตเวลาได้อย่างสะดวก อีกทั้งจานวันที่ยังปรับเปลี่ยนตามด้วยเพื่อป้องกันความสับสน หากแต่ใครหวังจะมองเห็นกลไกเครื่องนี้ก็ต้องบอกว่าไม่สามารถเพราะใช้ฝาหลังเป็นแผ่นทึบ

 

Panerai Luminor Marina Specchio Blu รหัส PAM01316 ตั้งราคาไว้ที่ 278,300 บาท โดยจะมาพร้อมกับสายหนังวัวอีกเส้นหนึ่งให้สลับใช้งานและอุปกรณ์สำหรับถอดเปลี่ยนสาย

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up