UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesPANERAI RADIOMIR MEDITERRANEO EDITIONS - ท่องทะเลไปกับแพม

PANERAI RADIOMIR MEDITERRANEO EDITIONS – ท่องทะเลไปกับแพม

by: ‘TomyTom’

 

ถึงตอนนี้ต้องบอกว่าสีน้ำเงินได้กลายเป็นอีกหนึ่งสีประจำที่แบรนด์นาฬิกาต่างๆ จำเป็นต้องมีไว้ในคอลเลกชั่นกันไปแล้ว เพราะไม่ว่าแบรนด์ไหนระดับใดก็ล้วนมีออกมาเป็นทางเลือกให้กับผู้ซื้อด้วยกันทั้งนั้น และปี 2020 นี้ Panerai (พาเนอราย) ก็ได้ออกเอดิชั่นใหม่ให้กับนาฬิกาแบบ Radiomir (ราดิโอมีร์) ของตนด้วยหน้าปัดสีน้ำเงินแบบไล่เฉดที่ให้ชื่อเอดิชั่นว่า ‘Mediterraneo’ (เมดิเตอร์รานีโอ) และมีฐานะเป็นนาฬิกาแบบ ‘Boutique Exclusivity’ (บูติก เอ็กซ์คลูซิวิตี) อันหมายถึงมีจำหน่ายเฉพาะที่บูติกของ Panerai เท่านั้น โดยมีถึง 6 รุ่นให้เลือก ได้แก่ รุ่นกลไกไขลานในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42.0 มิลลิเมตร รุ่นกลไกอัตโนมัติในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42.0 มิลลิเมตร หรือตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 45.0 มิลลิเมตร รุ่นกลไกอัตโนมัติฟังก์ชัน GMT พร้อมแสดงวันที่ และรุ่นกลไกอัตโนมัติฟังก์ชัน GMT พร้อมวันที่และพลังงานสำรองในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 45.0 มิลลิเมตร และรุ่นกลไกไขลานในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 47.0 มิลลิเมตร โดยที่นำมาให้ชมคือ Radiomir Mediterraneo Edition 45mm ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 45.0 มิลลิเมตร หนา 12.2 มิลลิเมตร กลไกอัตโนมัติ และ Radiomir Mediterraneo Edition 42mm ตัวเรือนสเตนเลสสตีล 42.0 มิลลิเมตร หนา 11.2 มิลลิเมตร กลไกไขลาน ทั้ง 2 รุ่นบอกเวลาด้วย 2 เข็มกลาง ร่วมกับเข็มวินาทีขนาดเล็กที่ 9 นาฬิกา เช่นเดียวกัน และจับคู่มากับสายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้มเดินตะเข็บด้ายสีเบจ

Radiomir Mediterraneo Edition 45mm PAM01078

 

หน้าปัดของ ‘Mediterraneo Edition’ เป็นโทนสีน้ำเงินเข้มบนผิวปัดลาย ‘Sun-brushed’ (ซันบรัชด์) ที่ไล่เฉดอ่อนจากพื้นกลางหน้าปัดไปสู่ความเข้มข้นบนส่วนขอบซึ่ง Panerai บอกว่าได้มาจากเทคนิคการสร้างสีแบบใหม่ และยังบอกอีกว่าเป็นลักษณะสีสันที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสีของน้ำทะเลอันเป็นที่มาของชื่อเอดิชั่น ซึ่งหมายถึงทะเลเมดิเตอเรเนียนนั่นเอง โครงสร้างหน้าปัดเป็นแบบ ‘Sandwich’ (แซนด์วิช) ซึ่งทำให้สารเรืองแสงที่อยู่บนแผ่นหน้าปัดชั้นล่างเรืองสว่างด้วยความคมชัด โดยเอดิชั่นนี้ใช้ ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีเบจ ทั้งบนหน้าปัดและบนเข็มชี้ โดยในความมืดจะเปล่งแสงเป็นสีเขียว ทั้งยังใช้สีเบจเป็นขีดสเกลวินาทีและข้อความต่างๆ บนหน้าปัดเพื่อความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว

 Radiomir Mediterraneo Edition 42mm PAM01144

 

Radiomir Mediterraneo Edition 45mm ซึ่งได้รหัส PAM01078 ใช้กลไกอัตโนมัติ ‘In-house’ (อินเฮาส์) Cal.P.4000 ตลับลาน 2 ชุด พลังงานสำรอง 3 วัน ขึ้นลานด้วยโรเตอร์ชนาดเล็ก ทับทิม 31 ชิ้น ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง บรรจุมาในตัวเรือนไทเทเนียมปัดลาย ขอบตัวเรือนไทเทเนียมขัดเงา ใช้เข็มชี้สีทอง ส่วน Radiomir Mediterraneo Edition 42mm รหัส PAM01144 ใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขัดเงา ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลาน ‘In-house’ ทับทิม 21 ชิ้น ตลับลาน 2 ชุด พลังงานสำรอง 3 วัน ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง Cal.P.1000 แสดงเวลาด้วยเข็มสีเงิน ความพิเศษของเอดิชั่นนี้นอกจากหน้าปัดสีน้ำเงินแบบใหม่แล้ว บนแผ่นแซพไฟร์คริสตัลที่กรุอยู่กับฝาหลังยังตกแต่งด้วยลายคลื่นพลิ้วสีเงินซึ่งสร้างด้วยเทคนิค ‘Metallization’ (เมทัลไลเซชั่น) เพื่อให้เป็นลักษณะพิเศษประจำเอดิชั่นอีกด้วย ส่วนคุณสมบัติการกันน้ำจะป้องกันได้ 100 เมตร เท่ากันทั้ง 2 รุ่น เช่นเดียวกับกระจกหน้าปัดที่เป็นแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน

 

Radiomir Mediterraneo Edition 45mm PAM01078 ตั้งราคาเอาไว้ที่ 365,500 บาท ส่วน Radiomir Mediterraneo Edition 42mm PAM01144 นั้นอยู่ที่ 257,000 บาท

(ซ้าย) Radiomir Mediterraneo Edition 45mm PAM01078 (ขวา) Radiomir Mediterraneo Edition 42mm PAM01144

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up