UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesPATEK PHILIPPE NAUTILUS FLYBACK CHRONOGRAPH REF.5980G - ยักษ์ตาเดียวในลุคเดนิม

PATEK PHILIPPE NAUTILUS FLYBACK CHRONOGRAPH REF.5980G – ยักษ์ตาเดียวในลุคเดนิม

by: ‘Mr.Big’

 

หลังจาก Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลิปป์) ประกาศหยุดการผลิตเรือนเวลาโครโนกราฟจากคอลเลกชั่น Nautilus (นอติลุส) ซึ่งเป็นนาฬิกาจับเวลาแบบวงหน้าปัดเดียว ทั้งเวอร์ชั่นตัวเรือนทองกุหลาบ 18K และเวอร์ชั่นสองกษัตริย์ ทุกรหัสรุ่นไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ถึงวันนี้ ณ มหกรรมงานแสดงนาฬิกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ‘Watches and Wonders 2024’ (วอทเชส แอนด์ วันเดอร์ส 2024) เรือนสปอร์ตหรูพร้อมฟังก์ชันจับเวลา Nautilus Flyback Chronograph (นอติลุส ฟลายแบ็ก โครโนกราฟ) ได้กลับมาใหม่อีกครั้ง ด้วยลุคที่ดูลำลองมากขึ้น ในตัวเรือนทองขาว 18K ที่มาพร้อมกับสายในสไตล์เดนิมสุดคูล และนี่คือ Nautilus Flyback Chronograph Ref.5980G

MITSUBISHI

 

สมาชิกใหม่ของ Nautilus เรือนนี้มาในตัวเรือนทองขาว 18K ด้วยรูปทรงอันเป็นมรดกด้านการออกแบบของ Gérald Genta (เฌรัลด์ ฌองตา) ตั้งแต่ปี 1976 กับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40.5 มิลลิเมตร หนา 12.2 มิลลิเมตร พร้อมการแต่งพื้นผิวแบบปัดด้านแนวดิ่งในส่วนผิวหน้าตัด ขณะที่ขอบข้าง ข้อเชื่อมสาย ปุ่มกด และเม็ดมะยมแบบขันเกลียวนั้นรังสรรค์ในแบบขัดเงา ปรับดีไซน์ขอบตัวเรือนให้บางลง เพื่อเปิดให้เห็นพื้นหน้าปัดมากขึ้น ผนึกหน้าปัดและฝาหลังด้วยคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อน ส่วนการกันน้ำนั้นจำกัดไว้เพียง 30 เมตร

 

หน้าปัดของรุ่นนี้นำเสนอมาในสีน้ำเงินอมเทา ชวนให้นึกถึงสีของผ้ายีนส์แบบดั้งเดิม บนพื้นที่สลักลายลอนแนวขวาง และเคลือบให้มีความมันวาว ขณะที่เลย์เอาท์และรายละเอียดในการตกแต่งหน้าปัดใช้รูปแบบเดียวกับรุ่นที่ผ่านมา หลักชั่วโมงทรงแท่งและเข็มที่ผลิตจากทองขาว 18K ได้รับการเติมสารเรืองแสงสีขาว เพื่อมอบความชัดเจนในการดูเวลาในที่มืด ขอบหน้าปัดประดับด้วยแทร็คเวลาแบบเส้นถี่ เพื่อให้สามารถระบุค่าจับเวลาเป็นวินาทีได้โดยละเอียด ขณะที่การแสดงค่าจับเวลา 60 นาที ต่อเนื่องสูงสุด 12 ชั่วโมง ถูกแสดงไว้ในหน้าปัดย่อยขัดลายวงกลมชุดเดียวที่ดีไซน์เหมือนการวางซ้อนกันไว้ 2 วง หรือที่เรียกว่ารูปแบบ ‘Monocounter’ (โมโนเคาน์เตอร์) กินพื้นที่ตั้งแต่ขอบล่างของหน้าปัดจรดแกนเข็มกลาง ซึ่งจากรูปแบบที่โดดเด่นดังกล่าวทำให้นักสะสมชาวไทยตั้งชื่อเล่นให้กับรุ่นนี้ไว้ว่า ‘ยักษ์ตาเดียว’ โดยแสดงเวลาปกติแบบ 3 เข็ม ซึ่งแสดงค่าเวลาวินาทีด้วยเข็มกลางเข็มเดียวกับที่ใช้จับเวลา ในยามที่ไม่ได้ใช้งานฟังก์ชันโครโนกราฟ เสริมด้วยดิสก์แสดงวันที่สีขาวกับตัวเลขอารบิกสีดำภายในช่องหน้าต่างกรอบทองขาวที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา

 

เจเนเรชั่นล่าสุดของ Nautilus Flyback Chronograph รุ่นนี้ยังคงใช้บริการกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติกโครโนกราฟ Cal.CH 28‑520 C/522 ที่พัฒนาต่อยอดขึ้นจาก Cal.CH 28‑520 C ซึ่งประกอบจักรกลทั้งภาคแสดงเวลาและภาคการจับเวลารวมไว้เป็นหนึ่งเดียวแบบ ‘Integrated’ (อินทีเกรเต็ด) ควบคุมการสั่งการจับเวลาด้วย ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) และ ‘Vertical-clutch’ (เวอร์ติคัลคลัตช์) พร้อมระบบ ‘Flyback’ ให้สามารถเริ่มจับเวลาใหม่ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรีเซต เพียงการกดปุ่มที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกา ขณะที่ปุ่มกดตำแหน่ง 2 นาฬิกา จะเป็นตัวบังคับการเริ่มและหยุดจับเวลา ติดตั้งชุดจักรกลอก ‘Gyromax®’ (ไจโรแม็กซ์) ที่ใช้สายใยจักรกลอก ‘Spiromax®’ (สไปโรแม็กซ์) โดยนับรวมจำนวนชิ้นส่วนที่นำมาประกอบได้ 327 ชิ้น ใช้ทับทิม 35 เม็ด เกิดเป็นไกขนาด 30.0 มิลลิเมตร หนา 6.63 มิลลิเมตร ขึ้นลานด้วยโรเตอร์ทอง 22K สลักโลโก้ ‘Calatrava Cross’ (คาลาทราวา ครอส) โดยเหวี่ยงขึ้นลานในทิศทางเดียว มอบระดับพลังงานสำรองเฉลี่ย 45-55 ชั่วโมง ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ประทับตรารับรองมาตรฐาน ‘Patek Philippe Seal’ (ปาเต็ก ฟิลิปป์ ซีล) บนแท่นเครื่องด้านหลังท่ามกลางงานขัดแสนประณีต ทั้งหมดนี้รับชมได้ทางฝาหลังกรุคริสตัลแซพไฟร์ จับคู่มากับสายหนังลูกวัวลายผ้าเดนิมสีน้ำเงินอมเทา เดินตะเข็บด้วยด้ายสีขาว พร้อมตัวล็อกแบบหัวเข็มขัดที่สร้างสรรค์ขึ้นจากทองขาว 18K และสายสำรองที่ผลิตจากวัสดุคอมโพสิทลายผ้าสีน้ำเงินอมเทาเช่นเดียวกัน เปิดราคาให้เป็นเจ้าของที่ 67,000 ฟรังก์สวิส หรือตีเป็นเงินไทยอยู่ที่ราวๆ 2.7 ล้านบาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up