UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesPERRELET TURBINE EVO ดีไซน์ใหม่ในอัตลักษณ์เดิม

PERRELET TURBINE EVO ดีไซน์ใหม่ในอัตลักษณ์เดิม

by: ‘Tomy Tom’

 

นาฬิกาเปี่ยมอัตลักษณ์ตระกูล Turbine (เทอร์ไบน์) ผลงานการสร้างสรรค์ของ Perrelet (แปร์เรอเลต์) ที่มีจุดเด่นไม่เหมือนใครจากใบพัด ซึ่งก็คือโรเตอร์ขึ้นลานชุดที่ 2 ของระบบกลไก ‘Double-rotor’ (ดับเบิลโรเตอร์) อันเป็นลิขสิทธิ์ของแบรนด์ ซึ่งจะช่วยให้การขึ้นลานเร็วขึ้นกว่าแบบโรเตอร์เดี่ยวถึงราว 30% โดยจะเคลื่อนหมุนอย่างลื่นไหลอยู่เหนือพื้นหน้าปัดเมื่อผู้สวมใส่ขยับข้อมือ ซึ่งการหมุนนั้นรวดเร็วพอที่จะทำให้มองเห็นรายละเอียดบนพื้นหน้าปัดเบื้องล่างได้

 

คอลเลกชั่น Turbine นี้มีอายุครบ 10 ปีแล้ว และแม้จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังเป็นการสร้างสรรค์บนพื้นฐานเดิม ล่าสุดในปี 2019 นี้เพื่อเป็นการขึ้นทศวรรษของ Turbine ทาง Perrelet จึงเปิดตัวดีไซน์ใหม่โดยใช้ชื่อว่า Turbine Evo (เทอร์ไบน์ อีโว) ออกสู่ตลาด เพื่อตอกย้ำอัตลักษณ์สำคัญของนาฬิกาที่มีใบพัดหมุนพลิ้วอยู่เหนือหน้าปัดซึ่งถือเป็นภาพจำของแบรนด์เก่าแก่แบรนด์นี้ในยุคปัจจุบัน

เวอร์ชั่นตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีล พื้นหน้าปัดและเข็มวินาทีสีน้ำเงิน

 

Turbine Evo ติดตั้งใบพัด Turbine แบบ 12 แฉกที่ผลิตจากอะลูมิเนียมทำอโนไดซ์เป็นสีดำไว้ในตัวเรือนดีไซน์สปอร์ตหรู ขนาด 44.0 มิลลิเมตร หนา 13.82 มิลลิเมตร ที่อุดมไปด้วยเหลี่ยมสันและเน้นความเป็นระนาบ ร่วมด้วยขอบตัวเรือนขนาดใหญ่ แต่ยังคงลักษณะประจำตัวอันได้แก่การเซาะร่องบริเวณขอบข้างของตัวเรือนเอาไว้ แต่ปรับดีไซน์ให้เข้ากับตัวเรือน และใช้ขาตัวเรือนแบบ 3 ขาอันเป็นอีกลักษณะที่ใช้อยู่กับ Turbine รุ่นพี่บางรุ่น แต่ออกแบบให้มีเหลี่ยมคมชัด เข้ากับดีไซน์โดยรวม ส่วนเม็ดมะยมของ Turbine Evo กลับมาในแบบชิ้นใหญ่ที่เซาะร่องให้สวยงามและหมุนง่าย ซึ่งจุดนี้ต่างจากเม็ดมะยมแบบมีหูพับที่ติดตั้งแนบชิดกับตัวเรือนของ Turbine รุ่นพี่ๆ โดยใบพัดเทอร์ไบน์จะเคลื่อนหมุนอยู่ระหว่างพื้นหน้าปัดกับวงแหวนขอบหน้าปัดสีดำที่ติดตั้งหลักชั่วโมงขนาดใหญ่เคลือบสารเรืองแสง ล้อมด้วยสเกลนาทีสีขาวที่พิมพ์อยู่รอบขอบนอกสุด

เวอร์ชั่นตัวเรือนสเตนเลสสตีล สายหนังวัวสีดำปั๊มลายหนังเย็บประกบบนแผ่นยางสีดำ พื้นหน้าปัดและเข็มวินาทีสีแดง

 

ผลงานล่าสุด Turbine Evo นี้ขับเคลื่อนด้วยกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) แบบขึ้นลานอัตโนมัติ ซึ่งผลิตโดยโรงงานที่อยู่ในเครือเดียวกัน Cal.P-331-MH ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ใช้ทับทิม 25 เม็ด สะสมพลังงานสำรองได้ 42 ชั่วโมง รับรองความเที่ยงตรงตามมาตรฐานโครโนมิเตอร์โดย COSC สามารถมองเห็นการทำงานของกลไก และความสวยงามของชิ้นโรเตอร์หลักที่ฉลุโปร่งผ่านแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ที่ผนึกอยู่กับฝาหลังสเตนเลสสตีลซึ่งออกแบบร่องสันให้กลมกลืนต่อเนื่องกับดีไซน์ด้านข้างของตัวเรือน

เวอร์ชั่นตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลเคลือบทองกุหลาบด้วยเทคนิค PVD พื้นหน้าปัดและเข็มวินาทีสีทอง

 

Turbine Evo เปิดตัวออกมาพร้อมกัน 3 เวอร์ชั่นตัวเรือนคือ สเตนเลสสตีล สเตนเลสสตีลเคลือบดำด้วยเทคนิค PVD และสเตนเลสสตีลเคลือบทองกุหลาบด้วยเทคนิค PVD โดยมีพื้นหน้าปัดให้เลือก 3 สี คือสีแดง สีน้ำเงิน และสีทอง ซึ่งจะมาพร้อมกับเข็มวินาทีสีเดียวกัน ส่วนสายก็สามารถเลือกได้ทั้งสเตนเลสสตีลดีไซน์สปอร์ตหรูสีเดียวกับตัวเรือน และแบบสายหนังวัวปั๊มลายหนังจระเข้สีต่างๆ เย็บประกบบนพื้นยางสีดำ โดยวางระดับราคาไว้ตั้งแต่ 4,380-4,780 ฟรังก์สวิส (ราว 137,000-150,000 บาท)

เวอร์ชั่นตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบทองกุหลาบด้วยเทคนิค PVD สายหนังวัวสีน้ำตาลปั้๊มลายหนังจระเข้เย็บประกบบนแผ่นยางสีดำ พื้นหน้าปัดและเข็มวินาทีสีทอง

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up