UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesPIAGET POLO CHRONOGRAPH GREEN - เสริมทัพสีเขียวในเวอร์ชั่นโครโนกราฟ

PIAGET POLO CHRONOGRAPH GREEN – เสริมทัพสีเขียวในเวอร์ชั่นโครโนกราฟ

by: ‘Mr.Big’

 

หลังจากที่ Piaget (เพียเจต์) สร้างกระแสเทรนด์สีเขียวให้กับเรือนเวลาในคอลเลกชั่นไอคอนิกระดับหัวแถวอย่าง Polo (โปโล) ออกมาหลายรุ่น ไล่เรียงมาตั้งแต่ Polo Date (โปโล เดท) Polo Field (โปโล ฟิลด์) Polo Skeleton (โปโล สเกเลตัน) และ Polo Perpetual Calendar Ultra-thin (โปโล เพอร์เพทชวล กาเลนดาร์ อัลตราธิน) บัดนี้ก็ถึงเวลาแล้ว ที่เรือนเวลาสปอร์ตจับเวลา Polo Chronograph (โปโล โครโนกราฟ) จะได้ออกเวอร์ชั่นสีเขียวมาเสริมทัพความนิยมให้ครบสูตร

MITSUBISHI

 

Polo Chronograph ที่มาพร้อมเสน่ห์อันโดดเด่นของสีเขียวรุ่นนี้ มีดีไซน์โดยรวมจาก Polo Chronograph รุ่นปรับปรุงใหม่ในปี 2016 ซึ่งสะท้อนความสปอร์ตหรูร่วมสมัย โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมตั้งแต่ปี 1979 เอาไว้อย่างสมบูรณ์ ตัวเรือนสร้างสรรค์จากสเตนเลสสตีล ขนาด 42.0 มิลลิเมตร หนา 11.2 มิลลิเมตร ในรูปทรงหมอนอิงที่ซ้อนด้วยลูกเล่นทางเรขาคณิต ประกอบด้วยขอบตัวเรือนทรงกลมที่เจาะช่องหน้าปัดเป็นทรงหมอนอิง หรือสี่เหลี่ยมขอบโค้งแบบจอโทรทัศน์โบราณ โดยพื้นผิวส่วนใหญ่รวมไปถึงเม็ดมะยมและปุ่มกดได้รับการขัดมันจนสะท้อนเป็นเงา ตัดกับการปัดลายซาตินบริเวณผิวหน้าตัดด้านบนของขอบตัวเรือน ผนึกด้วยกระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อน และมีคุณสมบัติในการกันน้ำที่ระดับ 100 เมตร

 

หน้าปัดของรุ่นนี้มาในเฉดสีเขียวที่มีระดับความเข้มใกล้เคียงกับเฉด ‘Castleton Green’ (แคสเทิลตัน กรีน) ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น สบายตา พร้อมด้วยการสลักพื้นเป็นลายร่องลูกฟูกแนวขวางสุดคลาสสิก และทำการปัดลายแบบ ‘Sunray’ (ซันเรย์) ให้เกิดมิติประกายสะท้อน ส่วนขอบหน้าปัดตกแต่งด้วยสเกลเวลาแบบถี่ ใช้สำหรับอ่านค่าจับเวลาในหน่วยวินาที บ่งชี้ด้วยเข็มวินาทีที่มีการดีไซน์ขั้วเข็มเป็นโลโก้ตัว ‘P’ ทรงข้าวหลามตัด โดยเข็มวินาทีจับเวลานี้จะทำงานสัมพันธ์กับการแสดงค่าจับเวลา 30 นาที และ 12 ชั่วโมง ซึ่งแสดงผ่านวงหน้าปัดย่อยสีเงินลายวงคลื่นที่ติดตั้งแบบ ‘Bi-compax’ (ไบคอมแพ็กซ์) ในสไตล์ ‘Reversed-panda’ (รีเวิร์สด์แพนด้า) ที่ดูดีมีระดับ ส่วนการแสดงเวลาปกติกระทำในรูปแบบ 2 เข็ม กำกับด้วยหลักชั่วโมงทรงสี่เหลี่ยมคางหมูซึ่งดีไซน์แต่ละชิ้นให้มีขนาดองศาที่เอียงตามระนาบกรอบหน้าปัด พร้อมเข็มชั่วโมงและนาทีทรง ‘Alpha’ (อัลฟา) และฉาบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาวเอาไว้ทั้งบนเข็มและหลักชั่วโมง นอกจากนี้ยังเสริมด้วยการระบุวันที่ด้วยตัวเลขอารบิกสีดำบนวงดิสก์สีขาว อยู่ภายในช่องหน้าต่างทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา

 

การทำงานของเรือนเวลารุ่นนี้เป็นการขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติกโครโนกราฟ Cal.1160P ซึ่งประกอบแบบ ‘Integrated’ (อินทีเกรเต็ด) ที่ผลิตโดย ‘ValFleurier’ (วัลเฟลอริเยร์) ควบคุมการจับเวลาด้วย ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) สร้างสรรค์ขึ้นจากส่วนประกอบ 262 ชิ้น ทับทิม 35 เม็ด กลไกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25.6 มิลลิเมตร หนา 5.72 มิลลิเมตร ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้นาน 50 ชั่วโมง ตัวกลไกได้รับการขัดแต่งอย่างประณีตเป็นลาย ‘Côtes de Genève’ (โกตส์ เดอ เฌอแนฟ) และ ‘Circular Grained’ (เซอร์คิวลาร์ เกรเน็ด) พร้อมด้วยโรเตอร์เคลือบสีเทาแกะสลักตราอาร์มของแบรนด์อย่างวิจิตร ทั้งหมดนี้เปิดให้ชื่นชมได้ทางฝาหลังที่กรุด้วยคริสตัลแซพไฟร์ ประกอบอย่างเข้ากันกับสายสเตนเลสสตีล โดยตั้งราคาให้จับจองเป็นเจ้าของกันที่ 20,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 750,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up