UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesPRESAGE PRESTIGE LINE 2020 LIMITED EDITION - จากเรือนประวัติศาสตร์ปี 1964

PRESAGE PRESTIGE LINE 2020 LIMITED EDITION – จากเรือนประวัติศาสตร์ปี 1964

by: ‘TomyTom’

 

ในเมื่อปี 2020 นี้ มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติจะกลับมาจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง Seiko (ไซโก) ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนาฬิกาอย่างเป็นทางการสำหรับกีฬาโอลิมปิกสมัยที่ญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพครั้งแรกเมื่อปี 1964 จึงผลิตนาฬิกา ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) รุ่นพิเศษขึ้นมาในปีนี้ โดยนำนาฬิการุ่น Crown Chronograph (คราวน์ โครโนกราฟ) ที่เปิดตัวในปี 1964 อันเป็นปีเดียวกับการจัดการแข่งขันโอลิมปิกมาถอดรูปแบบ และสร้างขึ้นใหม่ในฐานะนาฬิกาผลิตจำนวนจำกัดภายใต้กลุ่มนาฬิการะดับสูง Prestige Line (เพรสตีจ ไลน์) จากคอลเลกชั่น Presage (พรีสาจ) โดยกำหนดจำนวนการผลิตไว้ที่ 1,964 เรือน อันเป็นเลขเดียวกับปีแห่งประวัติศาสตร์ของ Seiko และประเทศญี่ปุ่น

Seiko Crown Chronograph จากปี 1964 ที่นำมาเป็นต้นแบบในการสร้างนาฬิกา Limited Edition รุ่นนี้

 

นาฬิกา Seiko Crown Chronograph ที่นำมาเป็นต้นแบบนั้นมีศักดิ์ศรีเป็นถึงนาฬิกาข้อมือฟังก์ชันโครโนกราฟจับเวลาแบบแรกของ Seiko และก็ถือเป็นแบบแรกของผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นด้วย ความน่าสนใจคือเป็นนาฬิกากลไกไขลานพร้อมฟังก์ชันจับเวลาที่สั่งการด้วยปุ่มกดเพียงปุ่มเดียว และไม่มีหน้าปัดย่อยแสดงค่าจับเวลาใดๆ ซึ่งถ้าไม่มีปุ่มกดก็จะดูเป็นนาฬิกา 3 เข็มปกติธรรมดาเท่านั้น แต่พอมีปุ่มกดและเห็นว่าเข็มวินาทีนั้นหยุดนิ่งไม่ไหวติงก็คงจะพอรับรู้ได้ว่านี่ไม่ใช่นาฬิกาบอกเวลาธรรมดาๆ การใช้งานฟังก์ชันจับเวลานั้น เมื่อกดปุ่มสั่งการให้เริ่มจับเวลา และเข็มวินาทีเริ่มเดินแล้ว ผู้ใช้จะต้องหมุนขอบตัวเรือนให้ตำแหน่งสามเหลี่ยมอันเป็นตำแหน่งศูนย์ของสเกลนาทีไปจรดอยู่ ณ ตำแหน่งเดียวกับปลายเข็มนาที เพื่อให้เข็มนาทีทำหน้าที่บอกค่านาทีจับเวลาที่ผ่านไป โดยอ่านเทียบกับค่านาทีบนสเกลบนขอบตัวเรือนนั่นเอง นั่นหมายความว่านาฬิการุ่นนี้สามารถจับเวลาได้สูงสุดที่ 60 นาที

 

แม้ Presage Prestige Line 2020 Limited Edition (พรีสาจ เพรสทิจ ไลน์ 2020 ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ที่เปิดตัวออกมาในปีนี้จะมาพร้อมกลไกแสดงเวลา 3 เข็มและฟังก์ชันวันที่รูปแบบมาตรฐาน มิได้ใช้กลไกโครโนกราฟเหมือนกับ Crown Chronograph ซึ่งเป็นรุ่นต้นฉบับ แต่ดีไซน์ในภาพรวม (ยกเว้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับกลไกจับเวลา) ก็ถูกถอดแบบมาจากเรือนปี 1964 อย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงตัวเรือน ขอบตัวเรือนชนิดหมุนได้สีดำพร้อมสเกลนาทีสีขาว ดีไซน์หน้าปัด รูปทรงของเข็มและหลักชั่วโมงสีเงิน และลักษณะความละเอียดของสเกลวินาทีพร้อมตัวเลขกำกับบนขอบหน้าปัด แต่คุณภาพวัสดุนั้นเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีการผลิตและคุณสมบัติทางเทคนิคของยุคปัจจุบัน ทั้งกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลที่เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนไว้ด้านใน ตลอดจนสารเรืองแสงบนเข็มและหลักชั่วโมงที่ใช้เป็น ‘Lumibrite’ (ลูมิไบรต์) อันเจิดจ้า ส่วนกรอบหน้าต่างวันที่อันเป็นสิ่งที่เรือนต้นฉบับไม่มีนั้นถูกล้อมด้วยกรอบสีเงินตามสไตล์นาฬิกายุคก่อน ขณะที่ตราสัญลักษณ์บนหน้าปัดมิได้เป็นการพิมพ์ แต่ใช้เป็นชิ้นตรา Seiko สีเงินเพื่อเพิ่มความงามสง่าให้สมกับการเป็นนาฬิการุ่นพิเศษ

 

กลไกที่ใช้ขับเคลื่อนนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่นปี 2020 รุ่นนี้เป็นเครื่องทับทิม 24 ชิ้น Cal.6R35 ซึ่งเป็นกลไกขึ้นลานอัตโนมัติที่สามารถขึ้นลานด้วยเม็ดมะยมได้ พร้อมคุณสมบัติการหยุดเข็มวินาทีเมื่อดึงเม็ดมะยมขึ้นมาในตำแหน่งตั้งเวลา และสามารถสำรองพลังงานได้อย่างยาวนานถึง 70 ชั่วโมง บรรจุมาในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 41.3 มิลลิเมตร หนา 11.3 มิลลิเมตร ซึ่งมีมิติใหญ่โตกว่ารุ่นต้นฉบับ เพื่อให้เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบัน และสามารถกันน้ำได้ถึงระดับ 100 เมตร จากการใช้ฝาหลังชนิดล็อกด้วยเกลียว โดยเป็นฝาหลังชนิดแผ่นทึบ จารึกข้อความ ‘Limited Edition’ พร้อมหมายเลขประจำเรือน ‘XXXX / 1964’ กำกับไว้อย่างเด่นชัด ส่วนสายที่ให้มานั้นเป็นสายสเตนเลสสตีลดีไซน์สปอร์ตร่วมสมัย ต่างจากรูปแบบสายของรุ่นต้นฉบับที่เป็นดีไซน์แบบข้อละเอียด

 

Seiko Presage Prestige Line 2020 Limited Edition เปิดตัวออกมา 3 เวอร์ชั่นด้วยกัน แตกต่างกันที่สีของหน้าปัด คือ Ref.SPB127J1 หน้าปัดสีเงิน Ref.SPB131J1 หน้าปัดสีดำ และ SPB129J1 หน้าปัดสีเขียว โดยหน้าปัดของทุกเวอร์ชั่นนั้นได้รับการปัดเป็นลาย ‘Sunray’ (ซันเรย์) เพื่อเปล่งประกายความงดงามสู่สายตา นาฬิกาทั้ง 3 เวอร์ชั่นจะผลิตจำนวนจำกัดเวอร์ชั่นละ 1,964 เรือน และจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2020 เป็นต้นไป โดยกำหนดราคาไว้ที่ 91,300 เยน หรือประมาณ 27,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up