UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesPROSPEX BLACK SERIES LIMITED EDITION - ลิมิเต็ดดำทะมึนรับปีใหม่

PROSPEX BLACK SERIES LIMITED EDITION – ลิมิเต็ดดำทะมึนรับปีใหม่

by: ‘TomyTom’

 

Seiko (ไซโก) แห่งประเทศญี่ปุ่นเปิดฉากปี 2020 อย่างเร้าใจด้วยการเผยโฉมซีรีส์ผลิตจำนวนจำกัด Seiko Prospex ‘The Black Series Limited Edition’ (ไซโก โพรสเป็กซ์ ‘เดอะ แบล็ก ซีรีส์ ลิมิเต็ด เอดิชั่น’) จากตระกูลนาฬิกาสปอร์ตระดับมืออาชีพ Prospex โดยมาในโทนสีดำทะมึนสมชื่อ ประกอบด้วยนาฬิกา 3 รุ่นเด่นของตระกูล ได้แก่ MM300 (Marine Master 300 – มารีนมาสเตอร์ 300) Sumo (ซูโม่) และ Solar Chronograph (โซลาร์ โครโนกราฟ) ซึ่งต่างก็เป็นดั่งเสาหลักของตระกูล Prospex ในประเภทและระดับราคาของตน

 

โทนสีดำทะมึนถูกนำมาใช้ตั้งแต่สีดำด้านของหน้าปัด สีดำที่เคลือบบนตัวเรือนสเตนเลสสตีลและวงขอบตัวเรือนชนิดหมุนได้ทิศทางเดียวด้วยเทคนิค ‘Black Hard Coating’ (แบล็ก ฮาร์ด โคตติง) ของ Seiko สายซิลิโคนสีดำในรูปทรงแอคคอร์เดียน อันเป็นหนึ่งในลักษณะเฉพาะตัวของนาฬิกาดำน้ำ Seiko ล็อกด้วยหัวเข็มขัดเคลือบดำ และวงแหวนขอบตัวเรือนสีดำพร้อมสเกลจับเวลาดำน้ำสีขาว ขณะที่ดีไซน์หลักของนาฬิกายังคงเป็นไปตามลักษณะมาตรฐานของแต่ละรุ่น

Prospex ‘Black Series’ MM300 Ref.SLA035J1

 

Prospex ‘Black Series’ Ref.SLA035J1 (หรือ SBDX033 ตาม Ref. ในญี่ปุ่น) นำพื้นฐานของ Ref.SLA021 อันเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ของนาฬิกาดำน้ำระดับสูง MM300 ในฐานะหนึ่งในตระกูล Prospex ผู้สืบทอดความขลังของ Marine Master 300 Ref.SBDX001 และ SBDX017 อันเป็นเจเนอเรชั่นก่อนหน้า ตัวเรือนที่เคลือบดำบนวัสดุสเตนเลสสตีลแบบชิ้นเดียวขนาด 44.3 มิลลิเมตร หนา 15.4 มิลลิเมตร ผนึกกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนที่ฝั่งด้านใน และกันน้ำได้ 300 เมตร ของรุ่น ‘Black Series’ นี้ยังคงสลับงานปัดลายบนผิวด้วยงานขัดเงา ร่วมกับขอบตัวเรือนเซอร์โคเนียเซรามิกสีดำ และใช้กลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ขึ้นลานอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชันวันที่ ทับทิม 26 ชิ้น ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง พลังงานสำรอง 50 ชั่วโมง Cal.8L35 เช่นเดียวกับรุ่นมาตรฐาน ส่วนพื้นหน้าปัดสีดำนั้นเพิ่มความต่างด้วยการใช้สีแดงกับตัวเลขระดับการดำน้ำ ‘300 m’ และเข็มวินาที ส่วนสารเรืองแสง ‘Lumibrite’ (ลูมิไบรท์) บนเข็มกับหลักชั่วโมงก็ดูเหมือนจะเจือโทนครีมเข้าไปมากกว่าเวอร์ชั่นมาตรฐานอีกด้วย

 

จำนวนการผลิตของ Prospex MM300 Black Series Ref.SLA035J1 รุ่นนี้ถูกกำหนดเอาไว้เพียง 600 เรือน โดยมีการสลักหมายเลขเรือนและข้อความ ‘Limited Edition’ ไว้ด้านหลังตัวเรือน และจะเริ่มจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2020 นี้ด้วยค่าตัว 300,000 เยน หรือราว 90,000 บาท

Prospex ‘Black Series’ Sumo Ref.SPB125J1

 

Prospex ‘Black Series’ Ref.SPB125J1 (หรือ SBDC095 ตาม Ref. ในญี่ปุ่น) ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานนาฬิกาดำน้ำระดับมหาชนที่ขนานนามกันว่า ‘Sumo’ ซึ่งเพิ่งอัพเดทเพิ่มประสิทธิภาพไปเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา จากการนำกระจกแซพไฟร์คริสตัลมาใช้ และเปลี่ยนกลไกใหม่เป็นเครื่องขึ้นลานอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชันวันที่ (อินเฮาส์) ทับทิม 24 ชิ้น ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง พลังงานสำรอง 70 ชั่วโมง Cal.6R35 เพื่อให้สมกับการเป็นนาฬิกาดำน้ำระดับกลางของตระกูล Prospex แต่ยังคงกันน้ำได้ 200 เมตร เท่ากับนาฬิกาดำน้ำระดับเริ่มต้นของตระกูล สำหรับ ‘Black Series’ รุ่นนี้นอกจากการเคลือบดำให้กับตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 45.0 มิลลิเมตร หนา 12.9 มิลลิเมตร ฝาหลัง และขอบตัวเรือนชนิดหมุนได้ทิศทางเดียวแล้ว ยังเพิ่มความพิเศษให้กับแหวนขอบตัวเรือนอะลูมิเนียมด้วยการอโนไดซ์ผิวให้เป็น 2 สี คือสีดำบนพื้นที่ส่วนใหญ่และสีเทาเข้มบนบริเวณ 20 นาทีแรก ส่วนหน้าปัดก็ต่างจากหน้าปัดสีดำของ Ref.SPB101JI อันเป็นรุ่นมาตรฐานด้วยการเปลี่ยนสาร ‘Lumibrite’ มาเป็นโทนสีเบจ และใช้ชิ้นหลักชั่วโมงกับเข็มสีดำ แต่ใช้เข็มวินาทีเป็นสีส้ม

 

จำนวนการผลิตของ Prospex Sumo Black Series Ref.SPB125J1 รุ่นนี้ถูกกำหนดเอาไว้ที่ 7,000 เรือน โดยมีการสลักหมายเลขเรือนและข้อความ ‘Limited Edition’ ไว้บนแผ่นฝาหลัง และจะเริ่มจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 นี้ด้วยค่าตัว 90,000 เยน หรือราว 27,000 บาท

Prospex ‘Black Series’ Sumo Solar Chronograph Ref.SSC761J1

 

ส่วน Prospex ‘Black Series’ Ref.SSC761J1 (หรือ SBDL065 ตาม Ref. ในญี่ปุ่น) ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของรุ่น Sumo Solar Chronograph นาฬิกาฟังก์ชันจับเวลา 60 นาที พร้อมเข็มชั่วโมงขนาดเล็กสำหรับแสดงเวลาแบบ 24 ชั่วโมง ฟังก์ชันแสดงวันที่ และฟังก์ชันแสดงพลังงานสำรอง ซึ่งทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยการสร้างพลังงานจากแสงของเครื่องควอตซ์ ‘In-house’ Cal.V192 ที่อยู่ภายในตัวเรือนสเตนเลสสตีลแบบ ‘Sumo’ ขนาด 44.5 มิลลิเมตร หนา 13.7 มิลลิเมตร ผนึกกระจกหน้าปัดแซพไฟร์ครัสตัล ซึ่งสามารถกันน้ำได้ถึง 200 เมตร ลักษณะการตกแต่งเพื่อให้เป็นเอดิชั่น ‘Black Series’ ผลิตจำนวนจำกัด 3,500 เรือน ของรุ่นนี้เป็นไปในแนวทางเดียวกับ Sumo Black Series รุ่นกลไกอัตโนมัติแทบทุกประการ ตั้งแต่การเคลือบดำบนตัวเรือนและฝาหลัง สีของวงแหวนอะลูมิเนียมบนขอบตัวเรือน ตลอดจนสีของหลักชั่วโมง เข็ม และสารเรืองแสง ขณะที่เข็มขนาดเล็กทั้ง 3 ใช้เป็นสีเทา ส่วนบนแผ่นฝาหลังก็มีการสลักหมายเลขเรือนและข้อความ ‘Limited Edition’ ไว้เช่นกัน ทั้งยังเริ่มจำหน่ายพร้อมกันในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 อีกด้วย ส่วนราคาของ Prospex Sumo Solar Chronograph Ref.SSC761J1 ถูกตั้งไว้ที่ 76,000 เยนหรือราว 22,800 บาท

 

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up