UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesRADO HYPERCHROME AUTOMATIC BLACK DIAMONDS - เสน่ห์เพชรดำ

RADO HYPERCHROME AUTOMATIC BLACK DIAMONDS – เสน่ห์เพชรดำ

by: ‘Mr.Big’

 

ในยุคกลางของอิตาลี เพชรสีดำถูกตีความหมายให้เป็น ‘อัญมณีแห่งความปรองดอง’ หากว่าคู่รักคู่ไหนที่เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน ชาวอิตาลีในยุคกลางจะใช้เครื่องประดับที่มีเพชรสีดำ ลูบไล้ลงบนใบหน้าของคู่ขัดแย้ง เป็นสัญลักษณ์ถึงความคืนดีและปรองดองต่อกัน ความสวยงามที่ลึกล้ำและเปี่ยมไปแด้วยความหมายของเพชรดำ ได้ถูกนำมารังสรรค์ลงบนเครื่องบอกเวลาครั้งแล้วครั้งเล่า โดยแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาต่างๆ ล่าสุด Rado (ราโด) เจ้าของสมญา ‘Master of Materials’ (มาสเตอร์ ออฟ แมทีเรียลส์) ก็ได้จับเอาเสน่ห์และความหมายอันลึกล้ำของเพชรดำ มารังสรรค์เป็นเรือนเวลาสไตล์โมเดิร์น ผสมผสานด้วยก้าวล้ำของเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์ กลายเป็นอีกหนึ่งคุณค่างามหรูในมุมที่ต่างไปจากเดิม

มิติอันงดงามของเพชรดำ ถูกนำมาประดับลงในคอลเลกชั่น Hyperchrome (ไฮเปอร์โครม) ที่มีรากฐานมาจากคุณลักษณะของเรือนเวลาในรูปแบบย้อนยุค แต่นำมาปรับดีไซน์ให้มีความโมเดิร์นบอย่างเป็นเอกลักษณ์ ในตัวเรือนขนาด 36.0 มิลลิเมตร และหนา 10.5 มิลลิเมตร กันน้ำ 50 เมตร ใน 2 รูปแบบวัสดุทางเลือก ได้แก่ตัวเรือนไฮเทคเซรามิกพร้อมวงขอบตัวเรือนและเม็ดมะยมสเตนเลสสตีล และตัวเรือนพลาสม่าไฮเทคเซรามิกสลับกับวงขอบตัวเรือนและเม็ดมะยมสเตนเลสสตีลเคลือบสีทองกุหลาบด้วยเทคนิค PVD โดยทั้ง 2 เรือนมีน้ำหนักเท่ากันคือ 98.0 กรัม

ขอบตัวเรือนได้รับการโอบล้อมด้วยเพชรน้ำงามสีขาวใสส่องประกายเปล่งปลั่ง ตัดกับพื้นหน้าปัดที่ปูด้วยเพชรสีดำ เรียงร้อยดุจดั่งไข่ปลาคาเวียร์ดูสวยงามกลมกลืน ซึ่งยามเมื่อเพชรดำต้องแสงไฟก็จะเกิดประกายสว่างใส ให้ความรู้สึกราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยประกายระยิบระยับของหมู่ดาว โดยมีสัญลักษณ์โลโก้สมอเรือ Rado ประดับอย่างโดดเด่น ณ 12 นาฬิกา พร้อมนำเสนอการแสดงเวลาแบบ 3 เข็มไปควบคู่กัน รวมจำนวนเพชรที่ประดับบนขอบตัวเรือน 60 เม็ด น้ำหนัก 0.39 กะรัต และบนหน้าปัด 406 เม็ด น้ำหนัก 1.339 กะรัต

 

สำหรับการทำงานของนาฬิกาเรือนนี้ ใช้กลไกออโตเมติก Cal.ETA 2681 ที่มีอัตราความถี่อยู่ที่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ติดตั้งทับทิมกันสึก 25 เม็ด สำรองพลังงานได้นาน 38 ชั่วโมง โดยที่ฝาหลังได้รับการผนึกด้วยคริสตัลแซพไฟร์ใส เพื่อให้ชมการกวัดแกว่งของโรเตอร์ขึ้นลานสีเข้ม ประกอบกับสายที่ใช้วัสดุแบบเดียวกับตัวเรือน โดยรุ่นตัวเรือนไฮเทคเซรามิกพร้อมวงขอบตัวเรือนและเม็ดมะยมสเตนเลสสตีลมีราคาอยู่ที่ 248,300 บาท และรุ่นตัวเรือนพลาสม่าไฮเทคเซรามิกสลับกับวงขอบตัวเรือนและเม็ดมะยมสเตนเลสสตีลเคลือบสีทองกุหลาบด้วยเทคนิค PVD ในราคา 254,900 บาท

 

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up