UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesRE-CREATION THE FIRST GRAND SEIKO - ฉลอง 60 ปีด้วยรุ่นต้นกำเนิด

RE-CREATION THE FIRST GRAND SEIKO – ฉลอง 60 ปีด้วยรุ่นต้นกำเนิด

by: ‘TomyTom’

 

ปี 2020 นี้ถือเป็นปีสำคัญยิ่งของ Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก) เพราะเป็นปีแห่งการฉลองวาระครบ 60 ปีแห่งการถือกำเนิด นับจากนาฬิกา Grand Seiko แบบแรกเปิดตัวออกสู่ตลาดในวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1960 ในฐานะนาฬิกาที่มีความเที่ยงตรงแม่นยำ ทนทาน ใช้งานสะดวก สวมใส่สบาย และมีความสวยงามที่สุดเท่าที่นักประดิษฐ์นาฬิกาชาวญี่ปุ่น ณ ฐานการผลิต Suwa (ซูวะ) ของ Seiko จะสามารถกระทำได้ โดยนาฬิกาแบบแรกสุดในนาม Grand Seiko คือนาฬิกาตัวเรือนหุ้มทอง 14K ที่มาพร้อมกลไกที่บาง แต่มีความแม่นยำถึงระดับสูงสุดของมาตรฐานสากล ณ ขณะนั้น ในทางกลับกัน ความยอดเยี่ยมของผลงานนาฬิการุ่นนี้ก็เป็นเหตุที่ทำให้ Seiko ตัดสินใจเรียกนาฬิการุ่นนี้ว่า Grand Seiko เรือนเวลาจากปี 1960 รุ่นนี้จึงเป็นบรรพบุรุษที่ทำให้เกิด Grand Seiko ขึ้นในโลกใบนี้ และ Grand Seiko ได้นำกลับมาสร้างใหม่ในปี 2020 เพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญยิ่งนี้ โดยเรียกว่า Re-creations of the First Grand Seiko (รีครีเอชั่นส์ ออฟ เดอะ เฟิร์สต์ แกรนด์ ไซโก) ทั้งยังวางตัวให้อยู่ในคอลเลกชั่นปัจจุบันอย่างถาวรเพื่อดำรงและเชิดชูประวัติศาสตร์ของแบรนด์ให้ยืนยงต่อไป

 

นาฬิกา Re-creation ที่สร้างขึ้นมานี้ เปิดตัวมาพร้อมกัน 3 เวอร์ชั่น ต่างกันที่วัสดุตัวเรือน สีหน้าปัด และสีของสายหนังจระเข้ ตัวเรือนอันเพรียวบางถูกถอดแบบมาจากรุ่นต้นฉบับปี 1960 แต่ขยายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางจากเดิม 35.0 มิลลิเมตร มาเป็น 38.0 มิลลิเมตร โดยผนึกด้วยกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลทรงโค้ง เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน และมีคุณสมบัติการกันน้ำ 30 เมตร และสามารถต้านทานพลังแม่เหล็กได้ถึง 4,800 แอมแปร์/เมตร เพื่อให้เหมาะกับการสวมใส่ใช้งานในยุคปัจจุบัน โดยยังคงมีความเพรียวบางด้วยความหนาแค่ 10.9 มิลลิเมตร ส่วนฝาหลังเปลี่ยนจากแผ่นทึบในรุ่นดั้งเดิมมาเป็นกรุแผ่นแซพไฟร์คริสตัลเพื่อเผยให้เห็นความงดงามของกลไกที่ได้รับการขัดแต่งอย่างประณีตพิถีพิถัน ในส่วนของตัวล็อกสายก็เลือกใช้แบบบานพับ 3 ทบ ปลดล็อกด้วยปุ่มกด เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน โดยทำจากวัสดุชนิดเดียวกับตัวเรือน ขณะที่รูปแบบความโค้งละเมียดของแผ่นหน้าปัดและเข็มชี้ทั้ง 3 อันเป็นเสน่ห์ความงดงามของรุ่นต้นฉบับยังคงถูกรักษาไว้อย่างมั่นคง สำหรับกลไกที่ใช้กับรุ่นนี้คือ Cal.9S64 ซึ่งเป็นกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ขึ้นลานด้วยมือ สำรองพลังงานได้ 72 ชั่วโมง จำนวนทับทิม 24 ชิ้น ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ที่มอบความเที่ยงตรงแม่นยำในระดับ +5 / -3 วินาที/วัน

 

เวอร์ชั่นตัวเรือนไทเทเนียม Ref.SBGW259 ใช้ ‘Brilliant Hard Titanium’ (บริลเลียนต์ ฮาร์ด ไทเทเนียม) ที่ผ่านกระบวนการทางเทคนิคซึ่ง Grand Seiko พัฒนาขึ้นมาให้มีระดับความแข็งของผิวเป็น 2 เท่าของสเตนเลสสตีล เพื่อให้ต้านทานต่อการขีดข่วนได้ดี เพิ่มความยากในการเกิดริ้วรอย และมีสีผิวที่สว่างใสกว่าไทเทเนียมทั่วไป แต่ยังคงความเบาไม่ต่างจากไทเทเนียมปกติ นอกจากนี้ยังทำการขัดผิวด้วยเทคนิค ‘Zaratsu’ (ซารัตสึ) เพื่อให้เกิดความเงางามดุจกระจกเงาอีกด้วย เวอร์ชั่นนี้จะมากับหน้าปัดสีน้ำเงิน ร่วมกับชิ้นหลักชั่วโมงและเข็มสีเงิน และสายสีน้ำเงินเข้ม ส่วนเวอร์ชั่นตัวเรือนทอง 18K Ref.SBGW258 จะใช้หน้าปัดสีขาวนวลที่ติดตั้งด้วยชิ้นหลักชั่วโมงทอง 18K และใช้เข็มสีทอง จับคู่มากับสายสีน้ำตาล ขณะที่เวอร์ชั่นสูงสุด Ref.SBGW257 นั้นมากับตัวเรือนแพลทินัม 950 คู่กับแผ่นหน้าปัดโทนสีเงินที่ทำจากทอง 18K ซึ่งเพิ่มความพิเศษอีกระดับด้วยการสลักชื่อ Grand Seiko ลงบนผิวหน้าปัด ส่วนชิ้นหลักชั่วโมงเป็นทอง 18K เคลือบโรเดียมให้เป็นสีเงินเข้ากับสีของเข็ม และใช้สายเป็นสีดำ โดยสัญลักษณ์รูปดาวที่ปรากฎอยู่ ณ ตำแหน่งเหนือ 6 นาฬิกา บนหน้าปัดของเวอร์ชั่นเรือนทอง 18K กับเรือนแพลทินัม 950 คือการบ่งบอกว่าชิ้นหลักชั่วโมงบนหน้าปัดนั้นทำจากทอง 18K

 

ทั้ง 3 เวอร์ชั่นของนาฬิกา Re-creations of the First Grand Seiko จะเริ่มวางจำหน่ายที่บูติกของ Grand Seiko ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2020 เป็นต้นไปด้วยราคา 8,300 ยูโร หรือราว 307,000 บาท สำหรับเวอร์ชั่นตัวเรือน ‘Brilliant Hard Titanium’ หน้าปัดสีน้ำเงิน, ราคา 27,000 ยูโร หรือราว 999,000 บาทสำหรับเวอร์ชั่นตัวเรือนทอง 18K หน้าปัดสีขาวนวล และ 39,000 ยูโร หรือราว 1.443 ล้านบาท สำหรับเวอร์ชั่นตัวเรือนแพลทินัม 950 หน้าปัดทอง 18K สีเงิน

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up