UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesRICHARD MILLE RM 61-01 ULTIMATE EDITION - เวอร์ชั่นสุดท้ายก่อนอำลา

RICHARD MILLE RM 61-01 ULTIMATE EDITION – เวอร์ชั่นสุดท้ายก่อนอำลา

by: ‘TomyTom’

 

ซีรีส์ RM 61-01 เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของแบรนด์สปอร์ตหรูสุดขั้ว Richard Mille (ริชาร์ด มิลล์) ที่มีดีไซน์แปลกตาและเป็นที่จดจำอย่างยิ่งจากการใช้ตัวเรือนตอนโนที่มีลักษณะอสมมาตร ด้วยความยาวของตัวเรือนทางด้านซ้ายที่น้อยกว่าทางด้านขวา ซึ่งทำให้แนวของตัวเรือนชิ้นหน้าและขอบกระจกด้านบนและด้านล่างเทเอียงไปทางฝั่งซ้าย ซีรี่ส์นี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 ด้วยรุ่น RM 61-01 ในตัวเรือนสีดำที่มากับการใช้สีสันสดใสกับรายละเอียดบนหน้าปัด ตามมาด้วยเวอร์ชั่นที่ 2 ในปี 2016 ซึ่งเปลี่ยนมาใช้ธีมสีดำ-ขาวบนหน้าปัดแทน แต่ล่าสุดในช่วงต้นปี 2020 นี้ ทางแบรนด์ก็ได้เปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ออกมาอีกครั้งด้วยรุ่น RM 61-01 Ultimate Edition (อัลทิเมท เอดิชั่น) โดยหนนี้ใช้ตัวเรือนชิ้นหน้าและชิ้นหลังเป็นวัสดุสุดล้ำที่มีลวดลายที่สวยงามแปลกตาในเนื้อผิว จากการใช้วัสดุสมัยใหม่ที่มีองค์ประกอบหลักเป็นซิลิกา ได้แก่บรรดาชั้นวัสดุ ‘Quartz TPT®’ (ควอตซ์ ทีพีที) ซึ่งมีความหนาไม่เกิน 45.0 ไมครอน มาแทรกผสานเข้ากับเหล่าชั้นวัสดุ ‘Carbon TPT®’ (คาร์บอน ทีพีที) ด้วยเทคนิคชั้นสูง กระบวนการนี้ทำให้เกิดโทนสีเทาที่ปรากฎริ้วลายสีเข้มบนผิววัสดุ โดยริ้วลายบนตัวเรือนของนาฬิกาแต่ละเรือนจะไม่เหมือนกัน ทั้งยังเพิ่มความแข็งแรงให้กับวัสดุอีกด้วย ส่วนตัวเรือนชิ้นกลางนั้นทำจาก ‘TZP Ceramic’ (ทีซีร์พี เซรามิก) สีดำซึ่งมีความทนทานเป็นเลิศ ร่วมด้วยการ์ดชิ้นโตที่ทำจาก ‘Carbon TPT®’ ซึ่งมีน้ำหนักเบาและมีความยืดหยุ่นสูง สำหรับปกป้องเม็ดมะยมที่มีขนาดใหญ่โตเป็นพิเศษ เพื่อให้หมุนขึ้นลานได้สะดวก เม็ดมะยมชิ้นนี้ทำจาก ‘Carbon TPT®’ และมีการสวมปลอกสีดำที่ทำจาก ‘Alcryn®’ (อัลคริน) ล้อมรอบเม็ดมะยมเอาไว้เพื่อความกระชับขณะจับหมุน ส่วนสายที่ให้มานั้นเป็นยางสีดำสุดเรียบง่าย

 

ความโดดเด่นในรูปแบบเฉพาะตัวอีกประการของนาฬิกา RM 61-01 ก็คือกลไกชนิดโครง ‘Skeleton’ (สเกเลตัน) สีดำที่ออกแบบสะพานจักรเป็นสถาปัตย์เชิงเส้นโยงกันฉวัดเฉวียน และมีแนวสะพานจักรเส้นโค้ง 2 เส้นพาดเคียงกันอยู่ฝั่งด้านหน้าจากด้านซ้ายขนาบตำแหน่ง 9 นาฬิกาเอียงลู่ไปยังฝั่งขวาที่ตำแหน่ง 2 กับ 4 นาฬิกา เพื่อทำหน้าที่เสมือนดีไซน์ลวดลายของหน้าปัด โดยยังคงใช้เป็นแนวสะพานจักรสีดำพร้อมแถบเส้นสีขาวที่กลมกลืนเข้ากับวงขอบหน้าปัดสีดำและมีการเคลือบสารเรืองแสงบนชิ้นหลักชั่วโมงทรงกลมวงเล็ก ตลอดจนใช้เข็มสีเงินเคลือบสารเรืองแสงโดยมีปลายเข็มวินาทีเป็นสีแดง เช่นเดียวกับเวอร์ชั่นที่ออกมาเมื่อปี 2016

 

เครื่อง Cal.RMUL2 ที่บรรจุอยู่ในตัวเรือนทรงแปลกตาขนาด 50.23 x 42.7 มิลลิเมตร หนา 15.84 มิลลิเมตร ผนึกแผ่นแซพไฟร์คริสตัลทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนให้กับทั้ง 2 ฝั่งของกระจกนั้นเป็นกลไกขึ้นลานด้วยมือ ตลับลานคู่ สำรองพลังงานได้ 55 ชั่วโมง แสดงเวลาแบบ 3 เข็มด้วยความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้กับนาฬิกาซีรีส์นี้โดยเฉพาะ แท่นเครื่องและสะพานจักรสร้างขึ้นจากไทเทเนียมเกรด 5 ที่เคลือบเป็นสีดำด้วยเทคนิค PVD ขณะที่โครงสะพานจักรสุดฉวัดเฉวียนทางด้านหลังเป็นการทำสีดำด้วยเทคนิคกัลวาไนซ์ ก่อนจะทาเส้นสีขาวด้วยมือ ซึ่งการใช้กลไกฟังก์ชันสุดพื้นฐานเช่นนี้ก็ด้วยวัตถุประสงค์ให้มีน้ำหนักเบา และมีความทนทาน เพื่อให้เหมาะกับการเป็นนาฬิกาสปอร์ตสำหรับนักกีฬาโดยแท้ พิสูจน์ได้จากน้ำหนักเพียงราว 4.3 กรัม และระดับความสามารถในการทนแรงกระเทือนซึ่งได้รับการทดสอบแล้วว่าสามารถต้านทานได้เกินกว่า 5,000 จีส์ แม้จะกันน้ำได้เพียง 50 เมตรก็ตาม อันเนื่องมาจากต้นกำเนิดของ RM 61-01 นั้นเกิดขึ้นจากแนวคิดการสร้างนาฬิกาให้เหมาะกับการใช้งานของ Yohan Blake (โยฮัน เบลค) นักวิ่งลมกรดชื่อดังนั่นเอง และอันที่จริงแล้ว ชื่อเต็มๆ ของนาฬิกาซีรี่ส์นี้ก็คือ RM 61-01 Yohan Blake นั่นเอง

 

RM 61-01 Ultimate Edition เป็นการผลิตในแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) เพียงแค่ 150 เรือนเท่านั้น และขยายความอีกนิดว่าการที่มีชื่อต่อท้ายว่า ‘Ultimate Edition’ นั้น หมายความว่านี่คือรุ่นสุดท้ายสำหรับซีรีส์ RM 61-01 แล้วนั่นเอง อันเป็นการปิดฉากช่วงอายุที่ดำเนินมา 6 ปีของซีรีส์นี้โดยสมบูรณ์ ราคาจำหน่ายของรุ่นปิดท้ายนี้ถูกกำหนดไว้ที่ 155,310 ยูโร หรือราว 5.75 ล้านบาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up