UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesRM 33-02 AUTOMATIC - เรือนกลมกลไกเบสิกจาก RICHARD MILLE

RM 33-02 AUTOMATIC – เรือนกลมกลไกเบสิกจาก RICHARD MILLE

by: ‘TomyTom’

 

ปกติแล้วแบรนด์นาฬิกาจักรกลล้ำเทคนิคและวัสดุ Richard Mille (ริชาร์ด มิลล์) มักจะสร้างนาฬิกาออกมาในตัวเรือนทรงถังเบียร์หรือทรงสี่เหลี่ยมเป็นหลัก จึงไม่ค่อยเห็นนาฬิกาตัวเรือนทรงกลมจากแบรนด์นี้สักเท่าไรนัก หนึ่งในนาฬิกาเรือนกลมของ Richard Mille ที่เป็นที่จดจำกันได้พอควรก็คือ RM 033 ที่เปิดตัวออกมาเมื่อปี 2011 ซึ่งเป็นต้นตระกูลของนาฬิการุ่นใหม่ RM 33-02 Automatic ที่เพิ่งเปิดตัวออกมาในปีนี้ และเป็นรุ่นที่จะกล่าวถึงในวันนี้

 

RM 33-02 ใช้ตัวเรือนขนาด 41.7 มิลลิเมตร หนา 8.8 มิลลิเมตร ชิ้นกลางเป็นทองชาด 18K ประกบด้วยกรอบและขาตัวเรือนชิ้นหน้าและหลังที่ทำจาก ‘Carbon TPT®’ (คาร์บอน ทีพีที) เนื้อสีดำ มีลายคลื่นแบบเฉพาะตัว อันเป็นวัสดุสุดล้ำที่ Richard Mille นิยมนำมาใช้กับนาฬิการุ่นต่างๆ ในปัจจุบัน โดยยึดส่วนประกอบตัวเรือนทั้ง 3 ชิ้นเข้าด้วยกันด้วยสกรูไทเทเนียมเกรด 5 จำนวน 14 ตัว และผนึกกระจกแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งทางด้านหน้าและด้านหลังของตัวเรือน โดยเผยให้เห็นกลไกรูปแบบโครง ‘Skeleton’ (สเกเลตัน) ตามสไตล์ของ Richard Mille อย่างชัดเจน ด้วยการใช้เส้นโครงไทเทเนียมแบบรางคู่ วางอยู่บนแผ่นโครงไทเทเนียมเคลือบดำ และติดตั้งด้วยชิ้นหลักชั่วโมงเลขอารบิกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นโลหะเคลือบทองชาด ส่วนรอบนอกสุดจะเป็นวงขอบหน้าปัดไทเทเนียมเคลือบทองชาดด้วยเทคนิค PVD พร้อมหลักชั่วโมงทรงกลม ทั้งยังมีการเคลือบสารเรืองแสงไว้บนหลักชั่วโมงแต่ละชิ้นและบนเข็มทองชาด 18K ขนาดใหญ่ทั้ง2

 

เครื่องที่ติดตั้งอยู่ใน RM 33-02 Automatic เป็นกลไกอัตโนมัติ แสดงเวลา 2 เข็ม เพียงค่าชั่วโมงกับค่านาที Cal.RMXP1 ขึ้นลานด้วยโรเตอร์ขนาดเล็ก ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง ทับทิมกันสึก 29 ชิ้น สำรองพลังงานได้ 45 ชั่วโมง ซึ่งเป็นกลไกที่มีขนาดบkงเฉียบเพียง 2.6 มิลลิเมตร โดยเป็นการนำกลไก Cal.5104 ของ Vaucher (โวแชร์) มาปรับเปลี่ยนดีไซน์และวัสดุให้เป็นไปตามแนวทางเฉพาะตัวของ Richard Mille ทั้งแท่นเครื่องไทเทเนียมเกรด 5 ผิว ‘Wet Sandblasted’ (เว็ต แซนด์บลาสเตด) เคลือบ ‘Titalyt®’ (ไททาไลต์) สะพานจักรไทเทเนียมเกรด 5 ผิว ‘Wet Sandblasted’ เคลือบดำด้วยเทคนิค PVD รูปแบบการฉลุ ‘Skeleton’ ของแท่นเครื่องและสะพานจักร ไปจนถึงลักษณะของโรเตอร์ซึ่งเป็นแพลทินัมทั้งชิ้น

 

จากขนาดของตัวเรือนที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก แถมยังจัดว่ามีความบางอยู่พอตัว โทนสีที่ผสานความงามหรูของทองชาด 18K เข้ากับสีดำของคาร์บอน และสายยางสีดำในดีไซน์สปอร์ตเรียบง่าย ทำให้นาฬิการุ่นนี้เหมาะกับข้อมือของทุกเพศทุกวัยหากกระเป๋าหนักพอ เพราะราคาค่าตัวของ RM 33-02 Automatic รุ่นนี้ถูกตั้งไว้สูงถึง 145,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.8 ล้านบาท โดยเป็นการผลิตแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ซึ่งจำกัดจำนวนไว้แค่ 140 เรือน

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up