UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesRM 50-04 KIMI - เงาของไอซ์แมน

RM 50-04 KIMI – เงาของไอซ์แมน

by: ‘TomyTom’

 

แฟนวงการมอเตอร์สปอร์ตคงไม่มีใครลืมเลือนนักแข่งรถฟอร์มูล่าวันระดับจอมยุทธ์ชาวฟินแลนด์ เจ้าของฉายา ‘Iceman’ (ไอซ์แมน) Kimi Räikkönen (คิมี ไรค์โคเนน) เป็นแน่แท้ บัดนี้ความเกี่ยวเนื่องครั้งใหม่ของเขากับวงการนาฬิกาได้บังเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยหนนี้มีแบรนด์นาฬิกาสปอร์ตระดับสูงสุดไฮเทค Richard Mille (ริชาร์ด มิลล์) อยู่เคียงข้าง ผลงานจากความร่วมมือของพวกเขาทำให้เกิดนาฬิกา ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) รุ่นใหม่ RM 50-04 Tourbillon Split-Seconds Chronograph Kimi Räikkönen (อาร์เอ็ม 50-04 ทูร์บิญอง สปลิทเซกันด์ส โครโนกราฟ คิมี ไรค์โคเนน) ขึ้นมาพร้อมกับการเปิดตัวการเป็นพันธมิตรของทั้ง 2 ในปี 2019 นี้

 

ชื่อรุ่นของนาฬิกาบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเป็นนาฬิกาจักรกลทูร์บิญองเปี่ยมความแม่นยำ พร้อมฟังก์ชันโครโนกราฟจับเวลาที่มาพร้อมระบบ ‘Split-seconds’ ที่สามารถจับเวลาได้พร้อมๆ กัน 2 รายการ และเมื่อเป็นนาฬิการุ่นพิเศษที่มีชื่อของ ‘Iceman’ ผู้นี้ต่อท้าย ก็ต้องมีลักษณะเฉพาะตัวที่เยี่ยมยุทธ์เพื่อสะท้อนตัวตนของเจ้าของชื่อด้วย ทาง Richard Mille จึงสร้างตัวเรือนขนาด 44.5 มิลลิเมตร ความหนา 16.1 มิลลิเมตร ขึ้นจากวัสดุสุดไฮเทค 2 ชนิด โดยเป็นการประกบวงกรอบตัวเรือนด้านหน้าและด้านหลังที่ทำจาก ‘Quartz TPT®’ (ควอตซ์ ทีพีที) เนื้อลายคลื่นสีขาวหม่นสุดแปลกตา แต่มีความทนทานสูง น้ำหนักเบา ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และต้านทานรังสี UV ได้ดี ยึดด้วยสกรูไทเทเนียมเกรด 5 และแหวนสเตนเลสสตีลเกรด 316L จำนวนรวม 20 ชิ้น เข้ากับตัวเรือนชิ้นกลางที่เป็นวัสดุ ‘Carbon TPT®’ (คาร์บอน ทีพีที) ซึ่งวัสดุ 2 ชนิดนี้เกิดขึ้นจากการรวมชั้นซิลิกอนหนา 45.0 ไมครอน จำนวนถึง 600 ชั้น เข้าด้วยกัน แล้วทำให้ชุ่มด้วยเมตริกซ์สีขาว (Quartz TPT®) หรือการรวมชั้นคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon TPT®) เข้าด้วยกัน จากนั้นจึงให้ความร้อนถึงระดับ 120 องศาเซลเซียสในเครื่องสำหรับการนึ่งฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำร้อนและแรงดันสูง

 

นาฬิการุ่นนี้จับคู่มากับสายผ้าถักสไตล์สปอร์ตสุดๆ ดุจผืนผ้าหุ้มเบาะรถแข่ง โดยมีด้านหน้าเป็นสีแดงสด ผนวกกับการไร้ผืนหน้าปัดโดยมีเพียงวงขอบคาร์บอนร่วมกับกรอบสีดำเพื่อเป็นที่อยู่ของชิ้นหลักชั่วโมง และขีดสเกล ทั้งยังเป็นพื้นหลังให้กับหลักตัวเลขและชื่อแบรนด์ที่พิมพ์อยู่ที่กระจกหน้าปัด และยังทำหน้าที่เป็นฐานยึดให้กับโครง ‘Skeleton’ (สเกเลตัน) สีดำสำหรับวงหน้าปัดจับเวลา หน้าปัดแสดงพลังงานสำรอง หน้าปัดแสดงแรงบิด และหน้าปัดแสดงโหมดการทำงานของเม็ดมะยม รวมไปถึงพื้นที่สำหรับพิมพ์ชื่อรุ่นฉบับย่อว่า ‘RM50-04 KIMI’ กับเลข 7 อันเป็นหมายเลขประจำตัวของ Kimi ณ บริเวณ 7 นาฬิกาด้วย ทั้งหมดนี้ตกแต่งด้วยสีแดงสลับกับสีขาวเพื่อให้เข้ากับโทนสีโดยรวมโดยมีเฉพาะบริเวณโครงหน้าปัดแสดงกำลังสำรอง และหน้าปัดแสดงแรงบิดที่เคียงคู่กันอยู่ด้านบนเท่านั้นที่เพิ่มสีเหลืองกับสีเขียวเข้ามา ซึ่งเป็นการสร้างบุคลิกเฉพาะตัวและแบ่งส่วนให้อ่านค่าได้ง่ายไปพร้อมกัน ขณะที่เข็มชี้ต่างๆ เป็นสีเงิน ตกแต่งด้วยสีแดง ยกเว้นเข็มจับเวลาวินาทีชุดหนึ่งที่ใช้ปลายเข็มเป็นสีเหลืองเพื่อให้ต่างไปจากสีแดงของอีกชุด ส่วนบนเข็มชั่วโมงกับนาทีและชิ้นหลักชั่วโมงก็เคลือบสารเรืองแสงมาให้เพื่อเสริมมาดความสปอร์ต เหตุผลที่ใช้สีแดงมาตกแต่งบนนาฬิการุ่นนี้ก็เพื่อเชื่อมโยงกับสีประจำทีม ‘Alfa Romeo Racing Team’ (อัลฟา โรเมโอ เรซิง ทีม) ที่ Kimi สังกัดอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งก็เป็นทีมที่ Richard Mille ร่วมเป็นผู้สนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2018 (บริษัทสัญชาติไทย สิงห์ คอร์ปอเรชั่น ก็เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนของทีมนี้ด้วย) ส่วนสีขาวของวงกรอบตัวเรือนชิ้นหน้าและชิ้นหลังนั้นสะท้อนถึงสีขาวของรถแข่งฟอร์มูล่าวัน Alfa Romeo C38 ซึ่งใช้ร่วมการแข่งขันในปี 2019 นั่นเอง

 

กลไกไขลานโครโนกราฟที่จับเวลาได้ 30 นาทีพร้อมระบบ ‘Split-seconds’ ควบคุมความแม่นยำด้วยจักรกลทูร์บิญอง บนโครงสร้างรูปแบบ ‘Skeleton’ ที่ใช้กับนาฬิการุ่นนี้เป็นกลไกโครโนกราฟ ‘Split-seconds’ เจเนอเรชั่นล่าสุด Cal.RM50-03 ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยทีมวิศวกรของ Richard Mille กลไกเครื่องนี้ทำงานที่ความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง ใช้สายใยจักรกลอกที่ทำจาก ‘Elinvar’ (เอลินวาร์) ซึ่งผลิตโดย ‘Nivarox®’ (นิวาร็อกซ์) สามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 70 ชั่วโมง เมื่อไม่ได้ใช้ฟังก์ชันโครโนกราฟ อีกทั้ง Richard Mille ยังยืนยันว่าได้บรรลุความสำเร็จในการลดการใช้พลังงานขณะใช้งานฟังก์ชัน ‘Split-seconds’ ลงได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับกลไกลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีการแสดงค่าด้วยเข็มสำหรับฟังก์ชันแสดงพลังงานสำรอง ซึ่งเป็นสิ่งที่นาฬิกาไขลานชั้นเลิศควรต้องมี ฟังก์ชันแสดงแรงบิดเพื่อให้ทราบถึงความตึงของสปริงลาน ณ ขณะปัจจุบัน ซึ่งหากอยู่ระหว่างระดับ 53-65 นิวตัน/ตารางมิลลิเมตร จะหมายถึงไม่หย่อนหรือตึงจนเกินไป ทำให้มีความแม่นยำในการทำงานสูงสุด และฟังก์ชันแสดงโหมดการทำงานของเม็ดมะยม เพื่อให้ทราบว่าขณะนี้ตำแหน่งเม็ดมะยมกำลังอยู่ในโหมด W – ขึ้นลาน โหมด N – ว่าง หรือโหมด H – ตั้งเวลา อันเป็นอีกลักษณะเฉพาะตัวที่มีอยู่ในกลไกของ Richard Mille หลายชุด ความเลอเลิศของกลไกชุดนี้ นอกจากระบบจักรกลขั้นสูงแล้ว ยังมีน้ำหนักที่เบาจนเหลือเชื่อด้วยน้ำหนักรวมเพียงแค่ 7.0 กรัมเท่านั้น อันเป็นผลมาจากโครงสร้างแบบ ‘Skeleton’ ที่ประกอบขึ้นจากวัสดุน้ำหนักแสนเบา 2 ชนิด คือสะพานจักร ‘Carbon TPT®’ และแท่นเครื่องกับสะพานจักรไทเทเนียมเกรด 5 ที่จงใจฉลุเฉือนทุกสิ่งอย่างเท่าที่จะกระทำได้ แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะบอบบาง เพราะ Richard Mille ได้ทดสอบและยืนยันแล้วว่าสามารถทนต่อแรงสะเทือนได้ถึงระดับ 5,000 จี

 

ตามประสา Richard Mille ที่ไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องการตั้งราคา โดยกำหนดราคาของ RM50-04 KIMI ซึ่งผลิตแบบจำนวนจำกัดแค่ 30 เรือนเอาไว้ที่ 1,063,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 32.4 ล้านบาท สมฐานะที่หลายคนเปรียบ Richard Mille ว่าเป็นดั่งซูเปอร์คาร์แห่งวงการนาฬิกา เพราะราคานี้มันสามารถซื้อซูเปอร์คาร์เจ๋งๆ ได้ทั้งคัน

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up