UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesBalance WheelROGER DUBUIS Excalibur Aventador S นวัตกรรมกลไกผสานความแรง

ROGER DUBUIS Excalibur Aventador S นวัตกรรมกลไกผสานความแรง

Roger Dubuis (โรเชร์ ดูบุยส์) ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในโลกของประดิษฐ์กรรมเวลา แม้ว่าอายุของแบรนด์จะไม่ได้ยาวนาน เพราะก่อตั้งขึ้นในปี 1995 หรือแค่ 22 ปีที่ผ่านมานี่เอง แต่ชื่อชั้นนั้นถือว่าอยู่ในระดับชั้นนำ เพราะนาฬิกาและกลไกทุกชิ้นถูกผลิตขึ้นโดยวิสัยทัศน์ของช่างนาฬิการะดับปรมาจารย์ผู้โด่งดัง Roger Dubuis อดีตนายช่างใหญ่ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตกลไกเวลาแบบสลับ     ซับซ้อนสุดยอด ‘Grand Complication’ (แกรนด์ คอมพลิเคชั่น) ของยอดแบรนด์ Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลิปป์) โดย Dubuis ได้สร้างสรรค์กลไกชุดเด่นๆ เอาไว้มากมาย รวมถึงมีส่วนช่วยในการสร้างนวัตกรรมกลไกให้แก่แบรนด์ดังหลายแบรนด์ โดยนอกจากจะคิดค้นและประดิษฐ์กลไกได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว เขายังออกแบบกลไกอันซับซ้อนให้มีรูปร่างและลักษณะอันสะดุดตาไปพร้อมกัน

Roger Dubuis, 1938-2017

 

ในปัจจุบัน แบรนด์ Roger Dubuis เป็นสมาชิกแบรนด์สำคัญของ ‘Richemont Group’ (ริชมอนต์ กรุ๊ป) หนึ่งในยักษ์ใหญ่ของกลุ่มผู้ผลิตสินค้าหรู ที่มีแบรนด์สำคัญๆ ของโลกอยู่ในมือมากมาย อาทิ Cartier (คาร์เทียร์) Piaget (เพียเจต์) IWC (ไอดับเบิลยูซี) Jaeger-LeCoultre (เจเกอร์-เลอคูลทร์) Panerai (พาเนอราย) Vacheron Constantin (วาเชอรอง กองสตองแตง) A. Lange & Söhne (อา ลังเงอ อุนด์ ซือห์เนอ) Montblanc (มงต์บลอง) ฯลฯ ซึ่งได้ปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ Roger Dubuis ให้ดูทันสมัยและล้ำอนาคตมากยิ่งขึ้น อันเป็นการเปลี่ยนผ่านภาพลักษณ์ที่กล้าแกร่งมาก เพราะสำหรับโลกนาฬิกาแล้ว การที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรแบบฉีกแนวไปแบบสุดขั้วมักได้รับผลการตอบรับที่ไม่ค่อยดีนัก แต่สำหรับ Roger Dubuis ถือเป็นข้อยกเว้น เพราะการเปลี่ยนผ่านนี้ได้รับการยอมรับที่ดี ทั้งยังทำให้ภาพของแบรนด์ยิ่งมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นชัดเจน และมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โรงงานของ Roger Dubuis ในสวิตเซอร์แลนด์

 

ในฐานะที่มีผู้ก่อตั้งแบรนด์เป็น ‘Master Watchmaker’ (มาสเตอร์ วอทช์เมคเกอร์) ฝีมือระดับปรมาจารย์ที่ฝากผลงานการสร้างสรรค์กลไกเวลาไว้มากมาย ปัจจุบัน ผลงานเรือนเวลาของ Roger Dubuis จึงใช้กลไกทำงานแบบ ‘In-house’ (อินเฮาส์) ที่ทั้งออกแบบ พัฒนา และผลิตขึ้นเองภายในโรงงานทั้ง 100% จึงสามารถเรียกตนเองว่าเป็น ‘Manufacture’ (แมนูแฟกเจอร์) ได้อย่างเต็มภาคภูมิ และในเมื่อมีสำนักงานใหญ่และโรงงานผลิตอยู่ในนครเจนีวา แหล่งผลิตนาฬิกาที่สำคัญของสวิตเซอร์-แลนด์ ทั้งยังสืบสานศิลปะการประดิษฐ์เรือนเวลาแบบดั้งเดิมด้วยฝีมือที่ละเอียดประณีต ทำให้ผลงานทุกรุ่นทุกเรือนของ Roger Dubuis ได้รับเกียรติให้ประทับตรารับรองมาตรฐานความยอดเยี่ยม ‘Geneva Seal’ (เจนีวา ซีล) ที่รับรองโดยสภาเมืองเจนีวาครบทั้ง 100% เช่นกัน

ความสำเร็จสูงสุดเช่นนี้นำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้แก่ทั้ง Mr. Dubuis ผู้ก่อตั้งแบรนด์และผู้ที่ได้ครอบครองผลงาน Roger Dubuis ทุกคน แต่เป็นที่น่าเสียใจที่เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ยอดปรมาจารย์คนสำคัญคนหนึ่งของโลกเวลา Roger Dubuis ได้จากโลกแห่งเวลาไปแล้วด้วยวัย 79 ปี เหลือไว้เพียงความทรงจำที่จารึกไว้เป็นตำนานบทสำคัญของโลกนาฬิกา และผลงานชั้นเยี่ยมที่ยังคงประกาศความยอดเยี่ยมและเกียรติภูมิของเขาไปจนนิรันดร์

 

Hyper Performance

ก่อนที่ยอดงานแสดงเครื่องบอกเวลารายการสำคัญประจำปีอย่าง ‘SIHH Show’ (เอสไอเอชเอช โชว์) หรือ ‘Salon International de la Haute Horlogerie’ (ซาลอง แองแตร์นาซิยงนาล เดอ ลา โอต ออร์โลเชรี) จะเริ่มต้นขึ้นในเดือนมกราคม 2018 ที่กำลังจะมาถึง W ได้รับข้อมูลนาฬิกาเรือนเด่นจาก Roger Dubuis ที่จะเปิดตัวในงานมาล่วงหน้า เป็นผลงานเรือนใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมความร้อนแรงและพลังเกินพิกัด จนทีมงานอดใจไม่ไหว ต้องนำมารีวิวฝากให้ชาว W ได้ร่วมชื่นชมกันก่อนใคร

ผลงานสปอร์ตแรงเรือนที่ว่าคือ Excalibur Aventador S (เอ็กซ์คาลิเบอร์   อเวนทาดอร์ เอส) ซึ่งเพียงแค่เห็นชื่อรุ่นก็บ่งบอกถึงความแรงแล้ว เพราะ Roger Dubuis นำชื่อของรถสปอร์ตไฮเปอร์คาร์อย่าง Lamborghini Aventador S (ลัมบอร์กินี อเวนทาดอร์ เอส) มาใช้ต่อท้ายชื่อคอลเลกชั่น Excalibur ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นเรือธงระดับสูงสุดของแบรนด์ โดย Lamborghini Aventador S เป็นไฮเปอร์คาร์ที่ให้พละกำลังมากถึง 740 แรงม้า จากเครื่องยนต์ V12 ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในตัวถังแบบ ‘Monocoque’ (โมโนค็อค) โดยสามารถทำความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 2.9 วินาที เท่านั้น !

2 ผู้นำจากโลกแห่งความเร็วและโลกเวลามาประสานความร่วมมือกันนับตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2017 ที่ผ่านมา ด้วยความตระหนักว่า ‘เคมี’ ของทั้ง  2 บริษัทนั้นเข้ากันได้เป็นอย่างดี โดย Jean-Marc Pontroué (ฌอง-มาร์ก ปองตรัวเอ) ซีอีโอของ Roger Dubuis กล่าวถึงความเกี่ยวพันระหว่างทั้ง Lamborghini และ Roger Dubuis ไว้ว่า “เราต่างเป็นผู้ส่งมอบ ‘เครื่องยนต์’ ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะและคุณภาพที่สุดขั้วเช่นเดียวกัน”

 

โดยความร่วมมือเป็นพันธมิตรกันระหว่าง 2 ผู้นำนี้ ปรากฏออกมาเป็นกลไกชุดใหม่ของ Roger Dubuis ที่ได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์มาจากเครื่องยนต์ของ Lamborghini Aventador S ในขณะที่ฟากของ Lamborghini เป็นการเปิดตัวไฮเปอร์คาร์ตัวแรงล่าสุด Huracán Super Trofeo EVO (อูราแคน ซูเปอร์ โทรฟีโอ อีโว) ในตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่มาพร้อมกำลังแรง 620 แรงม้า ด้วยเครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตร ซึ่งจะลงสนามประลองความเร็วโดยมีสติ๊กเกอร์ของแบรนด์ Roger Dubuis คาดแปะอยู่อย่างโดดเด่นในฐานะผู้สนับสนุนหลัก ซึ่งความเคลื่อนไหวจากทั้ง 2 ฝั่งในการร่วมมือมั่นครั้งนี้เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองแบบห้ามกะพริบตากันเลยทีเดียว

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up