UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesROGER DUBUIS EXCALIBUR DRAGON MONOTOURBILLON - มังกรอารมณ์ไซไฟในจักรกลสุดล้ำ

ROGER DUBUIS EXCALIBUR DRAGON MONOTOURBILLON – มังกรอารมณ์ไซไฟในจักรกลสุดล้ำ

by: ‘Mr.Big’

 

ปี 2024 ซึ่งตรงกับปีมะโรงหรือนักษัตรมังกรตามความเชื่อของชาวตะวันออกรอบนี้ถือว่าคึกคักเป็นอย่างมาก เนื่องจากบรรดาแบรนด์นาฬิกาชั้นนำต่างสร้างสรรค์ผลงานเรือนพิเศษเพื่อต้อนรับปีมังกรออกมามากมายเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา นั่นอาจเป็นเพราะวัฒนธรรมตะวันตกก็มีความเชื่อในเรื่องของมังกร ซึ่งเป็นสัตว์ในตำนานที่เป็นสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจเช่นเดียวกัน นั่นจึงทำให้แบรนด์ต่างๆ รังสรรค์มังกรลงบนเรือนเวลาของตน ตามแต่จินตนาการของแต่ละแบรนด์ และสำหรับประดิษฐกรรมเวลาแห่งมังกรที่เลือกมานำเสนอครั้งนี้ คือผลงานชั้นเลิศของ Roger Dubuis (โรเชร์ ดูบุยส์) ที่นำเสนอมังกรในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากแบรนด์อื่นๆ ดูทันสมัย มีความเป็นศิลป์ และรู้สึกถึงความไซไฟแบบล้ำๆ ที่สอดประสานอยู่กับงานวิศวกรรมจักรกล และนั่นคือ Excalibur Dragon Monotourbillon (เอ็กซ์คาลิเบอร์ ดรากอน โมโนทูร์บิญอง)

MITSUBISHI

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Roger Dubuis นำสัตว์ในตำนานอย่างมังกรมารังสรรค์ในคอลเลกชั่นเอกอย่าง Excalibur เพราะเมื่อปลายปี 2020 ได้เคยสร้างสรรค์เรือนเวลาที่ชื่อ Excalibur Long (เอ็กซ์คาลิเบอร์ หลง) ซึ่งนำมังกรทองสไตล์จีนมาลากเลื้อยอยู่ในหน้าปัดอย่างตระการตา โดยออกมาคู่กันกับ Excalibur Feng (เอ็กซ์คาลิเบอร์ เฟิง) หรือหงส์ทอง ตามความเชื่ออันเป็นสิริมงคลของชาวจีน และในครั้งนี้ที่เป็นวาระฉลองการเถลิงศกนักษัตรมังกร หลายคนอาจจะคาดหวังว่าจะได้เห็นมังกรจีนมาเริงระบำอยู่ในเรือนเวลานี้อีกครั้ง แต่ Roger Dubuis กลับตีโจทย์ในการสร้างสรรค์มังกรให้มีรูปแบบที่แตกต่างออกไป ด้วยการสลัดภาพวิถีงานศิลป์แบบอนุรักษ์นิยม มาใช้งานศิลป์ใหม่ในอารมณ์ไซไฟ

Roger Dubuis Excalibur Long and Excalibur Feng
Roger Dubuis Excalibur Dragon Monotourbillon

 

มังกรจากโลกอนาคตถูกรังสรรค์ขึ้นจากชิ้นทองเหลืองจำนวน 27 ชิ้น สร้างจุดตัดของสีด้วยการเคลือบแลคเกอร์สีเทาดำที่ด้านข้าง สลับกับงานเคลือบสีทองชมพูขัดเงาที่ส่วนบน อันแสดงเป็นผิวมังกรครบทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นลำตัว หาง หัว รวมไปถึงกงเล็บ โดยแต่ละชิ้นทองเหลืองจะถูกติดตั้งในความลึก 25 ระดับ เพื่อให้เกิดมุมมองแบบ 3 มิติ และยึดกับทองเหลืองผิวด้านที่เป็นส่วนฐานรองทั้งหมด 4 แผ่น โดยเบื้องหลังคือความตระการตาของงานวิศวกรรมจักรกลชั้นเลิศ พร้อมชุดจักรกล ‘Flying Tourbillon’ (ฟลายอิง ทูร์บิญอง) ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งคั่นส่วนหางของมังกร ภายในช่องหน้าต่างวงกลมบริเวณ 7-8 นาฬิกา เบื้องหลังโครงสะพานจักรที่ทำเป็นรูปใบพัด 3 แฉก อย่างเป็นเอกลักษณ์ โดยที่ใจกลางติดตั้งเข็มสีดำสำหรับแสดงวินาทีจากฟังก์ชันแสดงเวลา 2 เข็มครึ่ง ขอบหน้าปัดติดตั้งวงแหวนทองชมพูผิวด้าน สลับด้วยร่องเขี้ยวขัดเงาแทนหลักชั่วโมง ซึ่งเติมสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีดำ รวมถึงบนเข็ม เพื่อความสะดวกสำหรับการดูเวลาในที่มืด

 

เมื่อพลิกตัวเรือนมาด้านหลังก็จะพบกับฝาหลังคริสตัลแซพไฟร์ ซึ่งเผยให้เห็นชิ้นทองเหลืองเคลือบฐานเป็นสีดำ และเคลือบสีทองชมพูที่พื้นผิวส่วนบนในมุมมองอีกด้านหนึ่งของมังกร กลมกลืนไปกับชุดกลไกที่ประกอบขึ้นบนสะพานจักรรูปดาว 5 แฉก ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเป็นกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ไขลานทูร์บิญอง Cal.RD512SQ ที่ผลิตชุดทูร์บิญองด้วยไทเทเนียมและโคบอลต์โครเมียมที่ไม่รับผลกระทบจากสนามแม่เหล็ก เพื่อให้ได้น้ำหนักที่เบากว่าชุดทูร์บิญองปกติถึง 16% และใช้ชิ้นส่วนในการประกอบเพียง 63 ชิ้น นำมาประกอบเข้ากับชุดจักรกลหลักโปร่งสบายตาที่มีจำนวนชิ้นส่วน 194 ชิ้น แต่ละชิ้นผ่านการขัดแต่งและลบมุมอย่างพิถีพิถัน ในขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16.0 มิลลิเมตร หนา 6.9 มิลลิเมตร ติดตั้งทับทิมกันสึก 19 เม็ด ทำงานด้วยความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง และสามารถสำรองพลังงานได้สูงถึง 72 ชั่วโมง กำกับความล้ำเลิศด้วยตรา ‘Poinçon de Genève’ (ปวงซง เดอ เฌอแนฟ) เพื่อแสดงการรับรองมาตรฐานระดับสูงในชิ้นงานสร้างสรรค์แห่งนครเจนีวา

 

เรือนเวลาต้อนรับปีมังกรสไตล์ล้ำยุคเรือนนี้ จัดมาในตัวเรือนทองชมพู 18K ขนาด 42.0 มิลลิเมตร หนา 12.62 มิลลิเมตร โดยยังคงไว้ซึ่งดีไซน์สปอร์ตอันทรงพลังไว้เช่นเดิม ขอบดีไซน์ในเอกลักษณ์บากร่อง ร่วมด้วยเม็ดมะยมแบบขันเกลียว และประสิทธิภาพในการกันน้ำที่ 100 เมตร ประกอบกับสายหนังลูกวัวเกรดพรีเมียมที่ดีไซน์มาเป็นพิเศษให้เข้ากับลักษณะของขาสายแบบ 3 ก้าน พร้อมตัวล็อกทองชมพู 18K แบบพับ 3 ทบ โดยสามารถถอดสลับเปลี่ยนสายได้เองด้วยระบบ ‘Quick Release’ (ควิก รีลีส) และผลิตมาให้เป็นเจ้าของกันเพียง 28 เรือน อันเป็นจำนวนผลิตที่ Roger Dubuis ใช้มาตลอดกับนาฬิกาแทบทุกรุ่น และเป็นการจัดจำหน่ายในรูปแบบ ‘Boutique Exclusive’ (บูติก เอ็กซ์คลูซีพ) ในราคา 195,000 ฟรังก์สวิส หรืออยู่ที่ประมาณ 8 ล้านบาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up