UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesROLEX OYSTER PERPETUAL GMT-MASTER II GREY & BLACK BEZEL - เรือนสตีลกับขอบเซรามิกสีเทาสลับดำ

ROLEX OYSTER PERPETUAL GMT-MASTER II GREY & BLACK BEZEL – เรือนสตีลกับขอบเซรามิกสีเทาสลับดำ

by: ‘TomyTom’

 

จะมีนาฬิกาสักกี่แบรนด์ที่แค่เปลี่ยนสีให้กับองค์ประกอบก็เป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลก Rolex (โรเล็กซ์) คือหนึ่งในแบรนด์ที่ว่านั้น โดยสิ่งที่ Rolex ทำในปีนี้คือการออกเวอร์ชั่นใหม่ของนาฬิกาสปอร์ตบอก 2 เวลา Oyster Perpetual GMT-Master II (ออยสเตอร์ เพอร์เพทชวล จีเอ็มทีมาสเตอร์ ทู) ด้วยตัวเรือน ‘Oystersteel’ (ออยสเตอร์สตีล) คู่สาย ‘Oystersteel’ ที่มากับแผ่นวงแหวนเซรามิกบนขอบตัวเรือนที่ใช้พื้นเป็นสีเทาสลับกับสีดำ กำหนดรหัสเป็น 126710GRNR  โดยมีสาย ‘Oystersteel’ ให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่สายแบบ ‘Oyster’ 3 แถว และสายแบบ ‘Jubilee’ (จูบิลี) 5 แถว

 

แม้ที่จริงแล้วนาฬิกาเวอร์ชั่นนี้จะสร้างความตื่นเต้นได้ไม่มากนัก แต่เหล่าคนรักนาฬิกาก็ชื่นชมในความสวยงามลงตัวแบบขรึมๆ นี้ โดยคู่พื้นสีเทาสลับดำเช่นนี้เคยนำเสนอออกมาแล้วกับเวอร์ชั่นสองกษัตริย์ ‘Oystersteel’ สลับทอง 18K Ref.126713GRNR และเวอร์ชั่นเรือนทอง 18K Ref.126718GRNR เมื่อ ค.ศ. 2023

 

อีกหนึ่งความเฉพาะตัวของเวอร์ชั่นนี้ ซึ่งเป็นแค่รายละเอียดเล็กๆ แต่ผู้คนสนใจ ก็คือข้อความ ‘GMT-Master II’ บนหน้าปัดที่พิมพ์ด้วยสีเขียว เข้ากับก้านเข็ม 24 ชั่วโมง สีเขียวอย่างเหมาะเจาะ ขณะที่พื้นหน้าปัดยังคงเป็นแลคเกอร์สีดำเงา พิมพ์สเกลและข้อความด้วยสีขาว ร่วมด้วยหลักชั่วโมงทรงเรขาคณิต วงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม และเข็มสีเงินเคลือบสารเรืองแสง ‘Chromalight’ (โครมาไลท์) สีขาวที่ให้แสงเรืองสว่างเป็นสีฟ้า เช่นเดียวกับหน้าปัดของเรือน ‘Oystersteel’ เวอร์ชั่นอื่นๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน

 

ขอบอกกล่าวถึงรายละเอียดของ Oyster Perpetual GMT-Master II รุ่น ‘Oystersteel’ ให้ทราบกันอีกครั้งว่า ‘Oystersteel’ คือสเตนเลสสตีลเกรด 904L มาในตัวเรือนขนาด 40.0 มิลลิเมตร พร้อมสายวัสดุเดียวกัน ผนึกหน้าปัดด้วยแผ่นคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อน พร้อมเลนส์ขยายวันที่ และฝาหลังแบบขันเกลียว ส่วนเม็ดมะยมเป็นแบบขันเกลียวพร้อมระบบกันน้ำ 3 ชั่น ที่เรียกว่า ‘Triplock’ (ทริปล็อก) กันน้ำได้ 100 เมตร

 

ขอบตัวเรือน ‘Oystersteel’ เป็นแบบหมุนได้ 2 ทิศทาง ประกบด้วยแผ่นวงแหวน ‘Cerachrom’ (เซราครอม) ซึ่งเป็นเซรามิกแบบ 2 คู่สี หล่อเป็นชิ้นเดียว พร้อมสเกลเวลา 24 ชั่วโมง แบ่งช่วงพื้นสีอื่นกับสีดำสำหรับบ่งบอกว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน โดยอ่านค่าคู่กับเข็ม ‘Home Time’ (โฮม ไทม์) 24 ชั่วโมง ร่วมกับสเกล 24 ชั่วโมง บนแผ่นวงแหวนได้อย่างง่ายดาย สามารถหมุนขอบตัวเรือนเพื่อปรับตั้งการแสดงเวลาของเข็ม 24 ชั่วโมง ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องปรับที่เข็ม และล็อกกระชับข้อมือด้วยบานพับนิรภัยแบบ ‘Oysterlock’ (ออยสเตอร์ล็อก) ก็มาพร้อมระบบ ‘Easylink’ (อีซีลิงก์) ให้สามารถปรับขยายความยาวสายได้อีก 5.0 มิลลิเมตร

 

การขับเคลื่อนกระทำโดยกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติ Cal.3285 บอกเวลา 3 เข็ม พร้อมวันที่ และฟังก์ชัน GMT แท้ๆ ที่สามารถปรับตั้งเข็มชั่วโมงเพื่อปรับเปลี่ยนเขตเวลาของเวลาท้องถิ่นเป็นจังหวะละ 1 ชั่วโมง ทั้งเดินหน้าและย้อนกลับได้อย่างอิสระด้วยเม็ดมะยม โดยไม่ข้องเกี่ยวกับเข็มนาทีและเข็มวินาที ซึ่งเอื้อความสะดวกต่อการใช้งานเป็นที่สุด และให้พลังงานสำรองยาวนานถึง 70 ชั่วโมง กลไกชุดนี้มีค่าคลาดเคลื่อนไม่เกิน 2 วินาที/วัน เมื่อวัดหลังจากประกอบกลไกเข้ากับตัวเรือนแล้ว อันเป็นการทดสอบตามมาตรฐาน ‘Superlative Chronometer’ (ซูเปอร์เลทีฟ โครโนมิเตอร์) ของ Rolex โดยที่ตัวกลไกผ่านการทดสอบมาตรฐานโครโนมิเตอร์ของ COSC (ซีโอเอสซี) มาก่อนแล้ว ทั้งยังมั่นใจในความเที่ยงตรงได้แม้ไปประสบพบเจอสนามแม่เหล็ก ด้วยสายใยจักรกลอกสีฟ้าที่สร้างขึ้นจาก ‘Parachrom’ (พาราครอม) และลดแรงกระเทือนสู่จักรกลอกด้วยตัวซับ ‘Paraflex’ (พาราเฟล็กซ์)

 

ราคาขายปลีกที่ Rolex กำหนดไว้สำหรับ Oyster Perpetual GMT-Master II Ref.126710GRNR นี้ หากจับคู่กับสาย ‘Oyster’ จะอยู่ที่ 406,200 บาท แต่ถ้าจับคู่กับสาย ‘Jubilee’ จะอยู่ที่ 414,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up