UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesROYAL OAK JUMBO EXTRA THIN ‘YOSHIDA’ - ฉลอง 1 ศตวรรษบูติกดัง

ROYAL OAK JUMBO EXTRA THIN ‘YOSHIDA’ – ฉลอง 1 ศตวรรษบูติกดัง

by: ‘Mr.Big’

 

ถ้าเราไปถามนักสะสมชาวญี่ปุ่นว่าร้านนาฬิการะดับไฮเอนด์ที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ของญี่ปุ่นมีร้านใดบ้าง หนึ่งในคำตอบต้องมีชื่อร้าน ‘Yoshida’ (โยชิดะ) ปรากฏให้ได้ยินอย่างแน่นอน เพราะถือเป็นร้านนาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งดำเนินกิจการจัดจำหน่ายนาฬิกาทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นและแบรนด์นำเข้ามาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับตั้งแต่ยุคไทโช สืบทอดกิจการกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ขยับขยายกิจการจนกลายเป็นบูติกนาฬิกาชั้นนำที่หรูหราและไฮเอนด์ในย่านชิบูย่า กรุงโตเกียว ปัจจุบันกุมบังเหียนการบริหารงานโดยประธานบริษัท Tsutomu Yoshida (สึโตมุ โยชิดะ) จนถึงวันนี้บูติกนาฬิกา ‘Yoshida’ ก็มีอายุครบรอบ 100 ปีพอดิบพอดี และในฐานะที่ Audemars Piguet (โอเดอมาร์ส ปิเกต์) หนึ่งในพันธมิตรสำคัญของ ‘Yoshida’ และมีซาลอน ‘Shop in Shop’ (ช็อป อิน ช็อป) อยู่ภายในบูติก ก็ได้สร้างสรรค์นาฬิการุ่นพิเศษเพื่อฉลอง 100 ปีให้กับบูติกนาฬิกาที่เก่าแก่ของญี่ปุ่นแห่งนี้ ด้วยเรือนเวลารุ่นพิเศษ Royal Oak Jumbo Extra Thin ‘Yoshida’ (รอยัล โอ๊ก จัมโบ เอ็กซ์ตรา ธิน ‘โยชิดะ’)

 

เรือนเวลารุ่นพิเศษฉลอง 1 ศตวรรษบูติกนาฬิกา ‘Yoshida’ เรือนนี้ เผยโฉมในเอกลักษณ์ที่เป็นดีไซน์ตั้งต้นของ Royal Oak คอลเลกชั่นแรกที่เปิดตัวในปี 1972 ผสานร่วมกับทัศนคติของ ‘Yoshida’ ในความเป็นร้านนาฬิกาที่หรูหรา ไฮเอนด์ สอดแทรกด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นญี่ปุ่นที่เรียบง่ายในวิถีเซน เกิดเป็นอรรถรสสปอร์ตหรูที่สอดประสานกันอย่างกลมกลืน ตัวเรือนขนาด 39.0 มิลลิเมตร คงเอกลักษณ์ในรูปแบบ ‘Extra Thin’ ซึ่งหยุดความหนาไว้ที่ 8.1 มิลลิเมตรเท่านั้น พร้อมทางเลือกใน 2 วัสดุสุดล้ำค่าได้แก่แพลทินัม 950 หรือทองชมพู 18K โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนแปดเหลี่ยมที่ยึดด้วยหมุดทองขาว 18K ทรงหกเหลี่ยม ซึ่งเป็นงานออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ กันน้ำได้ 50 เมตร

 

ส่วนพื้นหน้าปัดถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นหน้าปัดหินออนิกซ์สีดำที่เคลือบผิวให้มีความมันเงา ซึ่งอาจดูเป็นรูปแบบที่ไม่คุ้นตานัก เนื่องจากปกติแล้วหน้าปัดของตระกูล Royal Oak จะถูกสลักลายเหลี่ยมในรูปแบบ ‘Tapisserie’ (ทาพิสเซอรีย์) เสมอ แต่รูปแบบดังกล่าวก็นับเป็นการสะท้อนความเรียบง่ายในวิถีเซนของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี เมื่อรวมกับประกายวูบวาบของเพชรน้ำเอกที่ประดับฝังลงตามตำแหน่งบอกเวลาทั้ง 11 จุด ก็ยิ่งชวนสื่อไปถึงบรรยากาศที่หรูหราของร้าน ‘Yoshida’ ได้เป็นอย่างดี ด้านการแสดงเวลาเน้นความเรียบง่ายในรูปแบบ 2 เข็ม เสริมด้วยฟังก์ชันแสดงวันที่ผ่านช่องหน้าต่างตำแหน่ง 3 นาฬิกา

 

ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไก ‘In-house’ ออโตเมติก Cal.2121 ซึ่งเป็นชุดกลไกแบบ ‘Extra Thin’ โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตัวเครื่อง 28.4 มิลลิเมตร และมีความหนาเพียง 3.05 มิลลิเมตร ประกอบด้วยชิ้นส่วนจำนวนทั้งสิ้น 247 ชิ้น ติดตั้งทับทิมกันสึก 36 เม็ด อัตราความถี่ 19,800 ครั้ง/ชั่วโมง ความสามารถในการสำรองพลังงานสูงสุด 40 ชั่วโมง ขึ้นลานด้วยโรเตอร์ฉลุโปร่งที่ผลิตจากทอง 21K ซึ่งทำงานอยู่เบื้องหลังแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ที่ผนึกเป็นฝาหลัง ประกอบกับสาย’ Integrated’ (อินทีเกรเตด) ในดีไซน์เฉพาะตัวสำหรับ Royal Oak ผลิตจากวัสดุแบบเดียวกับตัวเรือน และแน่นอนว่าต้องเป็นการผลิตในรูปแบบจำกัด โดยรุ่นตัวเรือนทองชมพู 18K จัดมาให้เป็นเจ้าของแค่เพียง 30 เรือน ในราคา 61,200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2 ล้านบาท  และรุ่นตัวเรือนแพลทินัมถูกสร้างสรรค์ด้วยจำนวน 70 เรือน จัดจำหน่ายในรูปแบบเสนอราคาหรือ ‘Price on Request’ โดยทั้ง 2 รุ่นวางจำหน่ายเฉพาะที่บูติก ‘Yoshida’ ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up