UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesSEAMASTER AQUA TERRA ULTRA LIGHT - ทั้งเรือนรวมสายน้ำหนักเพียง 55 กรัม

SEAMASTER AQUA TERRA ULTRA LIGHT – ทั้งเรือนรวมสายน้ำหนักเพียง 55 กรัม

by: ‘TomyTom’

 

Omega (โอเมก้า) สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการนาฬิกาอีกครั้งด้วยเรือนสปอร์ตจากตระกูล Seamaster Aqua Terra (ซีมาสเตอร์ อควา เทอร์รา) เวอร์ชั่นล่าสุดนามว่า Ultra Light (อัลตรา ไลท์) ที่มีน้ำหนักสุดแสนเบา เพื่อให้สวมใส่ได้อย่างเบาสบายข้อมือขณะเล่นกีฬา สิริรวมน้ำหนักเพียง 55.0 กรัม เท่านั้น มิใช่แค่น้ำหนักที่แสนเบา แต่ยังมีความทนทานเป็นเลิศ และสร้างความสบายให้กับข้อมืออีกด้วย การพัฒนานาฬิการุ่นนี้ Omega ได้ Rory McIlroy (รอรี แม็คอิลรอย) นักกอล์ฟมืออาชีพชื่อก้องโลกผู้เป็นแอมบาสเดอร์ของ Omega เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาเพื่อให้เป็นนาฬิกาที่เหมาะสำหรับเป็นอุปกรณ์ที่นักกีฬา (กระเป๋าหนัก) สวมใส่ในขณะเล่นกีฬาอย่างแท้จริง

 

ตัวเรือนผิวด้าน ขนาด 41.0 มิลลิเมตร พร้อมความสามารถในการกันน้ำได้ 150 เมตร โดย Seamaster Aqua Terra Ultra Light ยังคงมีรูปแบบคลาสสิกร่วมสมัยเช่นเดียวกับ Seamaster Aqua Terra เวอร์ชั่นอื่นๆ หากแต่ตัวเรือน ฝาหลัง และเม็ดมะยม ถูกสร้างขึ้นด้วยโลหะผสมที่เรียกว่า ‘Gamma Titanium’ (แกมมา ไทเทเนียม) ซึ่งเป็นวัสดุสมัยใหม่ที่มีใช้อยู่ในอุตสาหกรรมการบิน ข้อดีของวัสดุชนิดนี้คือ มีความทนทานสูง มีความแข็ง และมีน้ำหนักเบากว่าไทเทเนียมที่ใช้กันทั่วไป นอกจากนี้ยังเพิ่มคุณลักษณะพิเศษเฉพาะตัวให้กับเวอร์ชั่น Ultra Light อีกประการหนึ่งด้วยเม็ดมะยมที่ออกแบบขึ้นใหม่ให้หดซ่อนเข้าไปในแถบสันโค้งข้างตัวเรือนที่ออกแบบเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ได้ โดยใช้เป็นระบบกดให้หดเข้าไปและยื่นออกมาตามต้องการ เพื่อป้องกันเม็ดมะยมจากการกระทบกระแทกในขณะเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมต่างๆ และเพื่อให้นาฬิกามีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แผ่นหน้าปัดจึงถูกสร้างขึ้นจากไทเทเนียม แต่ยังคงรักษาทั้งรูปแบบร่องลาย รูปทรงของชิ้นหลักชั่วโมง และตราสัญลักษณ์ Omega ตามแบบฉบับ Seamaster Aqua Terra ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ได้กำกับอักษร ‘Ti’ อันหมายถึงไทเทเนียมไว้บนหน้าปัดด้วย

 

แต่องค์ประกอบน้ำหนักเบาที่อยู่ภายนอกก็ยังไม่เพียงพอต่อการลดน้ำหนักให้ได้ถึงระดับที่ Omega พอใจ กลไกที่ Omega เลือกนำมาใช้กับ Seamaster Aqua Terra Ultra Light จึงเป็นกลไกไขลาน ‘In-house’ (อินเฮาส์) เครื่องใหม่ Cal.8928 อันเป็นกลไกที่ใช้แท่นเครื่องและสะพานจักรที่ทำจากไทเทเนียม ซึ่งนอกจากทำให้เบาแล้วยังได้โทนสีเทาเข้มที่สวยงามอีกด้วย กลไกชุดใหม่นี้สร้างขึ้นบนพื้นฐานเดียวกันกับกลไกไขลาน Cal.8910 ซึ่งใช้ระบบปล่อยจักร ‘Co-axial’ (โคแอ็กเซียล) และสายใยจักรกลอกซิลิกอน ทำงานที่ความถี่ 25,200 ครั้ง/ชั่วโมง และมอบพลังงานสำรอง 72 ชั่วโมงด้วยตลับลานแฝด ที่อยู่ในนาฬิกา Omega รุ่น De Ville Trésor (เดอ วิลล์ เทรซอร์) โดยยังคงมีคุณสมบัติการต้านทานแม่เหล็กได้ถึงระดับ 15,000 เกาสส์ มีพลังงานสำรองเท่ากัน และเป็นเครื่องที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ‘Master Chronometer’ (มาสเตอร์ โครโนมิเตอร์) ซึ่งรวมมาตรฐานความเที่ยงตรง ‘Chronometer’ (โครโนมิเตอร์) เป็นข้อกำหนดอยู่ในมาตรฐานด้วยเช่นเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่ Cal.8928 ของ Seamaster Aqua Terra Ultra Light นั้นมีเพียงเข็ม 3 เข็มสำหรับแสดงเวลาเท่านั้น ไม่ได้มีฟังก์ชันวันที่มาให้เหมือนกับ Cal.8910 และพื้นผิวของสะพานจักรกับแท่นเครื่องไทเทเนียมก็เป็นผิวด้าน มิได้ขัดแต่งลายเหมือนกับผิวของ Cal.8910 อีกทั้งบนสะพานจักรยังกำกับตัวอักษร ‘Ti’ อันหมายถึงไทเทเนียมให้เห็นอย่างชัดเจนต่อท้ายเลขคาลิเบรอด้วย องค์ประกอบที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ทำให้เมื่อจับคู่กับสายผ้าน้ำหนักเบาซึ่งยึดรัดด้วยแถบเวลโครแล้ว นาฬิกาทั้งเรือนจึงมีน้ำหนักเพียงแค่ 55.0 กรัม เท่านั้นเอง

กลไกไขลาน Cal.8928 Co-axial ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 29.0 มิลลิเมตร ทับทิมกันสึกหรอ 29 ชิ้น ตลับลานแฝด ใช้สะพานจักรและแท่นเครื่องที่สร้างจากไทเทเนียม

เมื่อติดตั้งนาฬิกาเข้ากับสายผ้าน้ำหนักเบาซึ่งยึดรัดด้วยแถบเวลโครแล้ว นาฬิกาทั้งเรือนจะมีน้ำหนักเพียงแค่ 55.0 กรัมเท่านั้น

 

Omega แจ้งว่า Seamaster Aqua Terra Ultra Light จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม 2019 พร้อมกัน 3 แบบ โดยรายละเอียดเกือบทุกสิ่งอย่างนั้นเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นโทนสีโดยรวม วงขอบตัวเรือนสีเทา ไปจนถึงตราสัญลักษณ์ Omega ชิ้นหลักชั่วโมงและเข็มชั่วโมงกับนาทีสีดำพร้อมเคลือบสารเรืองแสงบนหลักชั่วโมงและเข็มทั้ง 3 และมาพร้อมกับสายยางสีดำฉลุลายซึ่งเป็นแบบเดียวกับ Aqua Terra เวอร์ชั่นอื่นๆ แต่รูปแบบลายฉลุถูกออกแบบให้ดูมีความเป็นสปอร์ตยิ่งกว่า และใช้ตัวล็อกแบบบานพับที่ทำจากไทเทเนียม และมีสายผ้าสีดำน้ำหนักเบายึดรัดด้วยแถบเวลโครมาให้สลับเปลี่ยนใช้งาน โดยความต่างของแต่ละแบบนั้นอยู่ที่สีที่ใช้กับรายละเอียดบนหน้าปัด (ชื่อ Seamaster ตัวเลข 60, 15, 30, 45 บนขอบหน้าปัด และเข็มวินาที) สีบนร่องตราสัญลักษณ์ Omega บนเม็ดมะยม และสีของด้ายที่เย็บตกแต่งบนสาย ซึ่งเป็นสีแดง สีเขียว หรือสีฟ้าสำหรับราคาแจ้งไว้ที่ 1.69 ล้านบาท




SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up