UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesSEAMASTER DIVER 'NO TIME TO DIE' - สำหรับหนังบอนด์ภาคใหม่

SEAMASTER DIVER ‘NO TIME TO DIE’ – สำหรับหนังบอนด์ภาคใหม่

by: ‘TomyTom’

 

ปี 2020 ที่กำลังจะมาถึงนี้จะเป็นปีที่ 25 แล้วที่ Omega (โอเมก้า) เป็นอุปกรณ์คู่กายของสายลับ ‘MI6’ (เอ็มไอซิกซ์) แห่งประเทศอังกฤษ ‘James Bond’ (เจมส์ บอนด์) ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคุณ Bond จะคาดนาฬิกาตระกูล Seamaster (ซีมาสเตอร์) อยู่บนข้อมือ โดยแปรเปลี่ยนรุ่นไปตามแต่ปีที่ผันไป แต่สำหรับภาพยนตร์ตอนใหม่ ‘No Time to Die’ (โน ไทม์ ทู ดาย) ที่กำลังจะออกฉายในเดือนเมษายน 2020 ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ 9 ที่ Bond สวมใส่ Omega นั้นมีความพิเศษอีกประการหนึ่งตรงที่เป็นเรื่องสุดท้ายแล้วที่ Daniel Craig (แดเนียล เครก) จะรับบท ‘James Bond’ และนี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไม Omega จึงดูจะตั้งใจสร้างความโดดเด่นให้กับนาฬิกา Seamaster สำหรับภาพยนตร์ชุด ‘James Bond’ ลำดับที่ 25 เรื่องนี้เป็นพิเศษ และนี่คือ Seamaster Diver 300M 42 MM 007 Edition (ซีมาสเตอร์ ไดเวอร์ 300 เมตร 42 มิลลิเมตร 007 เอดิชั่น) รุ่นที่ว่า

 

Seamaster Diver 300M 42 MM 007 Edition รุ่นใหม่นี้แม้จะสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Seamaster Diver 300M 42 MM รุ่นปัจจุบัน แต่ก็มีการตกแต่งสร้างบุคลิกพิเศษเฉพาะตัวขึ้นมา โดยเน้นการใช้โทนสีกากีบนทุกตัวเลข ทุกสเกล และทุกตัวอักษร (ยกเว้นข้อความชื่อรุ่น Seamaster ที่เป็นสีแดง) บนหน้าปัด โดยเฉพาะสีกากีของสารเรืองแสงบนชิ้นหลักชั่วโมงและเข็มสีเงิน ซึ่งจงใจสร้างให้คล้ายกับเป็นสารเรเดียมที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานบนนาฬิกาวินเทจ โดยมีเพียงปลายเข็มวินาทีเท่านั้นที่เคลือบด้วยสีแดงให้สอดคล้องและสมดุลย์กับชื่อรุ่นบนหน้าปัด ทั้งยังมีสัญลักษณ์ปลายศรที่เรียกว่า ‘Broad Arrow’ (บรอด แอร์โรว) อันเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการเป็นอุปกรณ์สำหรับกองทัพอังกฤษปรากฎอยู่บนหน้าปัดด้วย นอกจากนี้แผ่นวงแหวนที่เปลี่ยนจากเซรามิกในรุ่นมาตรฐานมาเป็นอะลูมิเนียมบนขอบตัวเรือนชนิดหมุนได้ทิศทางเดียวและแผ่นหน้าปัดยังใช้เป็นสีดำอมน้ำตาลผิวด้าน เพื่อให้ดูคล้ายกับการจางของสีดำบนนาฬิกาวินเทจซึ่งเป็นลักษณะสภาพสีหน้าปัดที่นักสะสมนาฬิกาเรียกกันว่า ‘Tropical’ (ทรอปิคอล) ความพิเศษสำคัญอีกสิ่งหนึ่งก็คือการเป็นอีก 1  รุ่นของ Seamaster Diver 300M 42 MM ที่ไม่มีฟังก์ชันวันที่มาให้อันเป็นลักษณะเดียวกับนาฬิกาผลิตจำนวนจำกัดแพ็คคู่ 2 เรือน Seamaster Diver 300M 42 MM เอดิชั่น ‘James Bond’ Limited Edition Set (‘เจมส์ บอนด์’ ลิมิเต็ด เอดิชั่น เซต) ที่เพิ่งออกมาไม่นานนี้

 

ตัวเรือนขนาด 42.0 มิลลิเมตร ของเอดิชั่นนี้เป็นรูปแบบเดียวกับ Seamaster Diver 300M 42 MM รุ่นมาตรฐาน นั่นหมายถึงสามารถกันน้ำได้ถึงระดับความลึก 300 เมตร และมาพร้อมกับวาล์วปล่อยก๊าซฮีเลียม หากแต่เป็นไทเทเนียมเกรด 2 ซึ่งมีน้ำหนักเบาและมีความทนทานสูง ขณะที่กระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลถูกเปลี่ยนรูปทรงมาเป็นแบบโดมโค้งเพื่อเพิ่มลักษณะวินเทจให้กับนาฬิกา โดยมีการเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนมาบนผิวฝั่งด้านใน ส่วนแผ่นฝาหลังนั้น Omega แทนที่ฝาหลังแบบกรุคริสตัลแซพไฟร์ของรุ่นมาตรฐานมาเป็นแผ่นทึบ โดยสลักสัญลักษณ์ ‘Broad Arrow’ และรหัสอ้างอิงเอาไว้บนพื้นปัดลายบริเวณส่วนกลาง รหัสอ้างอิงที่ปรากฎอยู่นี้เป็นไปตามรูปแบบการกำกับบนนาฬิกาที่ผลิตขึ้นสำหรับกิจการของกองทัพ โดย ‘0552’ คือรหัสหมายเลขของกองทัพเรือ ‘923’ และ ‘7697’ คือหมายเลขที่บ่งบอกว่าเป็นนาฬิกาสำหรับนักดำน้ำ และอักษร ‘A’ หมายถึงนาฬิกาที่ใช้เม็ดมะยมชนิดขันเกลียว ส่วนตัวเลข ‘007’ และ ‘62’ นั้นเป็นความจงใจในการสื่อถึง ‘James Bond’ และ ‘Dr. No’ (ด็อกเตอร์ โน) ภาพยนตร์ Bond เรื่องแรกสุดที่ออกฉายในปี 1962 ด้วย ขณะที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาก็มีการสลักและลงสีดำเป็นตราสัญลักษณ์ของ 007 กำกับเอาไว้อีกจุดหนึ่ง

 

เครื่องที่ใช้กับเอดิชั่นนี้เป็นกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ ‘In-house’ (อินเฮาส์) Cal.8806 อันเป็นเครื่องร่วมตระกูลกับ Cal.8800 ที่ใช้อยู่ในรุ่นปัจจุบันของ Seamaster Diver 300M 42 MM โดยเป็นกลไกพลังงานสำรอง 55 ชั่วโมง ความถี่การทำงาน 25,200 ครั้ง/ชั่วโมง ที่ใช้ระบบปล่อยจักรแบบ ‘Co-Axial’ (โคแอ็กเซียล) และใช้สายใยจักรกลอกซิลิกอนที่มากับความสามารถในการต้านทานแม่เหล็กได้ถึงระดับ 15,000 เกาส์ และได้รับการรับรองความเที่ยงตรงระดับ ‘Master Chronometer’ (มาสเตอร์ โครโนมิเตอร์) ของ ‘METAS’ (เมทาส) อันเป็นมาตรฐานการทดสอบสุดเข้มข้นถึง 8 รายการ ซึ่งใช้เวลามากกว่า 10 วัน โดยครอบคลุมทั้งในด้านความเที่ยงตรงแม่นยำของการทำงานและความสามารถในการต้านทานแม่เหล็ก แต่เป็นเวอร์ชั่นที่ไม่มีฟังก์ชันวันที่มาให้ ซึ่งก็เป็นเครื่องคาลิเบรอเดียวกับที่ใช้ในเรือนสเตนเลสสตีลของนาฬิกาแพ็คคู่ Seamaster Diver 300M 42 MM เอดิชั่น ‘James Bond’ Limited Edition Set นั่นเอง

 

Seamaster Diver 300M 42 MM 007 Edition รุ่นนี้จะมี 2 รูปแบบสายให้เลือกเป็นเจ้าของ คือ Ref.210.90.42.20.01.001 ที่มากับสาย ‘Milanese’ (มิลานีส) ที่ถักด้วยไทเทเนียมเกรด 2 ล็อกด้วยตัวล็อกที่สามารถปรับระยะได้ ราคา 320,000 บาท และ Ref.210.92.42.20.01.001 ที่มากับสาย ‘NATO’ (นาโต) ผ้าสีน้ำตาลเข้มคาดแถบสีเทาขอบสีเบจ 2 แถบ พร้อมตัวล็อกแบบหัวเข็มขัด และห่วงรัดสายไทเทเนียมประทับตราสัญลักษณ์ 007 ราคา 282,000 บาท โดยไม่ว่าจะเลือกสายแบบใดก็จะมีกระเป๋าหนังสีน้ำตาลสำหรับพกพาซึ่งออกแบบให้มีป้ายตรา Omega เคียงคู่กับโลโก้ 007 ประดับตกแต่งไว้เพื่อบ่งบอกความพิเศษให้มาด้วย นาฬิกา 007 เอดิชั่นนี้จะเริ่มมีจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ก่อนภาพยนตร์บอนด์ ‘No Time to Die’ จะออกฉายในเดือนเมษายน

 

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up