UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesSEAMASTER FOR OLYMPIC GAMES TOKYO 2020 - 2 เรือนทะเลแด่โอลิมปิก

SEAMASTER FOR OLYMPIC GAMES TOKYO 2020 – 2 เรือนทะเลแด่โอลิมปิก

by: ‘TomyTom’

 

แม้มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ‘Olympic Games’ (โอลิมปิก เกมส์) ครั้งต่อไปซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จะทำการแข่งขันกันในปี 2020 แต่ Omega พันธมิตรนาฬิกาอย่างเป็นทางการของโอลิมปิกมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี 1932 จนกระทั่งปัจจุบัน ก็ไม่รอรีรอที่จะปล่อยนาฬิการุ่นพิเศษผลิตจำนวนจำกัดสำหรับวาระนี้ออกมาเป็นระลอก เริ่มด้วยซีรีส์ Speedmaster Tokyo 2020 Limited Edition (สปีดมาสเตอร์ โตเกียว 2020 ลิมิเต็ด เอดิชั่น) จำนวน 5 เวอร์ชั่น ผลิตเวอร์ชั่นละ 2,020 เรือน และชุดรวม 5 เวอร์ชั่นอีก 55 ชุด ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2018 และต่อด้วยล่าสุดในปี 2019 นี้กับตระกูล Seamaster (ซีมาสเตอร์) อีก 2 รุ่น โดยเป็นนาฬิกาผู้ชายรุ่น Seamaster Aqua Terra Tokyo 2020 Limited Edition (ซีมาสเตอร์ อควา เทอร์รา โตเกียว 2020 ลิมิเต็ด เอดิชั่น) กับนาฬิกาผู้หญิงรุ่น Seamaster Planet Ocean Tokyo 2020 Limited Edition (ซีมาสเตอร์ แพลเน็ต โอเชียน โตเกียว 2020 ลิมิเต็ด เอดิชั่น)

Seamaster Aqua Terra Tokyo 2020 Limited Edition

 

Seamaster Aqua Terra Tokyo 2020 Limited Edition พกความพิเศษมามากมาย เริ่มจากการนำแผ่นเซรามิกมาใช้ทำพื้นหน้าปัดเป็นครั้งแรกสำหรับ Seamaster Aqua Terra ทั้งยังเป็นเซรามิกสีน้ำเงินขัดเงาร่วมกับการสลักด้วยเลเซอร์ให้มีลวดลายเป็นตราสัญลักษณ์ประจำการแข่งขัน ‘Tokyo Olympic Games 2020’ โดยสวมคู่มากับสายยางสีน้ำเงินชนิดลายสานและมีสายสเตนเลสสตีลให้มาสลับเปลี่ยนใช้งานอีกเส้นหนึ่งด้วย ส่วนที่กระจกแซพไฟร์คริสตัลบนฝาหลังก็พิมพ์ตราสัญลักษณ์ ‘Tokyo Olympic Games 2020′ สีน้ำเงิน พร้อมห่วง 5 สีเอาไว้อย่างสวยงาม ขณะที่บนขอบฝาหลังก็มีการสลักข้อความย้ำสถานะ ‘Limited Edition’ ’ และหมายเลขประจำเรือน ‘x/2020’ อันหมายถึงจำนวนการผลิต 2,020 เรือนกำกับเอาไว้

 

ตัวเรือนของรุ่นนี้เป็นสเตนเลสสตีลขนาด 41.0 มิลลิเมตร. กันน้ำได้ 150 เมตร ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ ‘In-house’ (อินเฮาส์) ระบบ ‘Master Co-Axial’ (มาสเตอร์ โคแอ็กเซียล) พร้อมตลับลาน 2 ชุด สำรองพลังงานได้ 60 ชั่วโมง Cal.8900 แสดงเวลาแบบ 3 เข็มพร้อมฟังก์ชันวันที่ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ‘Master Chronometer’ (มาสเตอร์ โครโนมิเตอร์) ที่เน้นความเที่ยงตรงแม่นยำและความต้านทานต่อผลกระทบจากสนามแม่เหล็กเป็นหัวใจสำคัญ ราคาจำหน่ายทาง Omega ตั้งเอาไว้ที่ 218,000 บาท (ราคาอ้างอิงจากเว็บไซต์ Omega)

Seamaster Aqua Terra Tokyo 2020 Limited Edition ยามเปลี่ยนมาใช้สายสเตนเลสสตีล

 

ส่วน Seamaster Planet Ocean Tokyo 2020 Limited Edition นั้นฉีกแนวดีไซน์การตกแต่งออกมาอีกแนวหนึ่งโดยชูลักษณะความเป็นญี่ปุ่นด้วยการใช้โทนสีขาวโพลนดุจหิมะทั้งแผ่นวงแหวนเซรามิกบนขอบตัวเรือน หน้าปัดเซรามิกขัดเงา และสายสีขาวซึ่งเป็นการผนึกหนังจระเข้เข้ากับยาง ตัดกับการเลือกใช้เข็มวินาทีแบบ ‘Lollipop’ (โลลลิป๊อป) ซึ่งแต้มวงกลมด้วยสีแดงเงาเพื่อสื่อถึงธงชาติของประเทศญี่ปุ่น ร่วมด้วยสีแดงของตัวเลขนาทีที่ 20 บนขอบตัวเรือนเพื่อสื่อถึงปี 2020 โดยตัวเลขนี้เป็นลิควิดเซรามิกสีแดง ขณะที่ตัวเลขและสเกลอื่น ๆ เป็น ‘LiquidmetalTM’ (ลิควิดเมทัล)

Seamaster Planet Ocean Tokyo 2020 Limited Edition

 

ตัวเรือนของรุ่นนี้เป็นสเตนเลสสตีลขนาด 39.5 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นขนาดสำหรับผู้หญิง พร้อมคุณสมบัติการกันน้ำถึงระดับ 600 เมตร ตามคุณสมบัติของ Seamaster Planet Ocean 600M รุ่นมาตรฐาน บรรจุด้วยกลไก ‘In-house’ อัตโนมัติ Cal.8800 Master Co-Axial แสดงเวลาแบบ 3 เข็มพร้อมฟังก์ชันวันที่ มาตรฐานความแม่นยำระดับ ‘Master Chronometer’ สำรองพลังงานได้ 55 ชั่วโมง ซึ่งมองเห็นได้จากฝาหลังกรุแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ที่ตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์ ‘Tokyo Olympic Games 2020’ สีน้ำเงิน พร้อมห่วง 5 สี และยังสลักข้อความ ‘Limited Edition’ และหมายเลขประจำเรือน ‘x/2020’ อันหมายถึงจำนวนการผลิต 2,020 เรือนไว้บนขอบฝาหลัง อีกทั้งยังมีสายสเตนเลสสตีลและสายผ้าแบบ ‘NATO’ (นาโต้) สีเทาขอบขาวให้มาสลับใช้งานอีกอย่างละเส้นด้วย สำหรับราคาจำหน่ายของรุ่นนี้ตามที่ปรากฎอยู่บนเว็บไซต์ของ Omega อยู่ที่ 234,000 บาท

Seamaster Planet Ocean Tokyo 2020 Limited Edition จับคู่กับสายผ้าแบบ ‘NATO’ สีเทาขอบขาว

5 เวอร์ชั่นของ Omega Speedmaster Tokyo 2020 Limited Edition อีกคอลเลกชั่นนาฬิกาโอลิมปิก โตเกียว 2020 ซึ่งเปิดตัวออกมาตั้งแต่ปี 2018

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up