UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesSEIKO 5 SPORTS 'JOJO’S BIZARRE ADVENTURE GOLDEN WIND' - คอลเลกชั่นนี้มีความฝัน

SEIKO 5 SPORTS ‘JOJO’S BIZARRE ADVENTURE GOLDEN WIND’ – คอลเลกชั่นนี้มีความฝัน

by: ‘Mr.Big’

 

อนิเมะเพิ่งจบลงไปได้ไม่นานในญี่ปุ่น สำหรับ ‘JoJo’s Bizarre Adventure – Golden Wind’ (โจโจส์ บิแซร์ แอดเวนเจอร์ – โกลเดน วินด์) หรือ ‘โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ภาค 5 – สายลมสีทอง’ ที่หลายต่อหลายคนชอบใจในพระเอกมาดกวน ‘Giorno Giovanna’ (โจร์โน โจวานนา) ผู้มีวลีติดปากว่า ‘Giorno ผู้นี้มีความฝัน’ ซึ่งในเนื้อเรื่อง ความฝันของเด็กหนุ่มผู้นี้คือการเป็นเจ้าพ่อ แต่กับนักสะสมนาฬิกาเองก็อาจมีความฝันที่อยากจะเห็นนาฬิกาที่ผลิตออกมาสำหรับอนิเมะเรื่องนี้สักครั้ง และฝันนั้น Seiko (ไซโก) ก็ได้ทำให้เป็นจริงขึ้นมาแล้ว ด้วยการผลิตคอลเลกชั่นพิเศษ นั่นคือ Seiko 5 Sports ‘JoJo’s Bizarre Adventure Golden Wind’ (ไซโก ไฟว์ สปอร์ตส ‘โจโจส์ บิแซร์ แอดเวนเจอร์ โกลเดน วินด์’)

 

และนี่เป็นอีกครั้งที่ Seiko ได้มาฟีเจอริงกับอนิเมะชื่อดังของญี่ปุ่น หลังจากเมื่อหลายปีที่ผ่านมาได้ผลิตคอลเลกชั่นพิเศษสำหรับซีรีย์อนิเมะเรื่องนี้มาก่อนแล้ว แต่เป็นการผลิตเพื่อเป็นที่ระลึกให้กับภาคมังงะหรือภาคหนังสือการ์ตูน และเมื่อมีการสร้างอนิเมะสำหรับเรื่องนี้ Seiko ก็ไม่พลาดที่จะนำเสนอความพิเศษสำหรับคอนาฬิกาสายอนิเมะอีกครั้ง ซึ่งเป็นการจัดให้อย่าง ‘อลังการ’ เพราะผลิตมาถึง 8 รุ่น ตามจำนวนตัวละครนำจากฝั่งแก๊งพระเอก รวมไปถึงตัวร้าย 2 บุคลิกอย่าง ‘Diabolo’ (ดิอาโบโล) ซึ่งทุกเรือนถูกรังสรรค์ขึ้นจากรูปแบบพื้นฐานของ Seiko 5 Sports เจเนอเรชั่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ เมื่อเดือนที่แล้ว

 

เอาละ มาไล่เรียงดูกันเลยดีกว่าว่าทั้ง 8 เรือนนั้นจะมีหน้าตาอย่างไร และจัดมาเป็นตัวแทนให้กับตัวละครตัวไหนกันบ้าง

 

เริ่มที่ SBSA036 ตัวแทนพระเอกของเรื่อง ‘Giorno Giovanna’ ชายหนุ่มผู้มีความฝัน สะท้อนอัตลักษณ์ของตัวละครผ่านตัวเรือนสีทอง ซึ่งเป็นสีของผมพระเอกหนุ่ม และยังลิงก์เข้ากับชื่อสแตนด์สุดแกร่งอย่าง ‘Gold Experience’ (โกลด์ เอ็กซ์พีเรียนซ์) ที่มีความสามารถในการมอบชีวิตให้กับสิ่งของต่างๆ โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือน หน้าปัด และสายสี ‘Fuchsia’ (ฟูเชีย) หรือสีแดงอมม่วง ซึ่งเป็นสีเสื้อผ้าของพระเอกหนุ่ม ตกแต่งสัญลักษณ์เต่าทองที่ 6 นาฬิกา ซึ่งเป็นกระดุมข้อมือและเครื่องหมายประจำตัวของพระเอก ส่วน 12 นาฬิกาเป็นรูปหัวธนูต้องสาปในเนื้อเรื่อง โดยมีลายน้ำรูปดอกไม้พิมพ์ประทับอยู่บนหน้าปัดอย่างกลมกลืน

รุ่นที่ 2 คือ SBSA029 ตัวแทนของตัวละคร ‘Bruno Bucciarati’ (บรูโน บุคจาราตี) หัวหน้าทีมในแก๊ง ‘Passione’ (พาสสิโอเน) แก๊งอันธพาลที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี และเป็นเพื่อนคนแรกของ Giorno ผู้มีสแตนด์ ‘Sticky Finger’ (สติกกี ฟิงเกอร์) ซึ่งมีความสามารถติดซิปข้ามมิติลงในวัตถุต่างๆ ได้ ส่งผ่านเอกลักษณ์ของตัวละครผ่านพื้นหน้าปัดและสายหนังสีขาว ซึ่งเป็นโทนสีเสื้อผ้าของ Bucciarati ขอบตัวเรือนตกแต่งด้วยลายซิป สะท้อนถึงความสามารถของสแตนด์ โดยมาร์คเกอร์ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ดีไซน์เป็นรูปหัวซิปเช่นกัน ส่วนมาร์คเกอร์ตัวอื่นๆ ออกแบบเป็นลายหมุดหัวร่ม ซึ่งเป็นลวดลายที่ปรากฏบนเสื้อผ้าของตัวละครดังกล่าว

รุ่นที่ 3 ได้แก่ SBSA031 ตัวแทนของตัวละครชื่อ ‘Guido Mista’ (กวิโด มิสต้า) นักแม่นปืนผู้เกลียดเลข 4 มีแสตนด์ประจำตัวคือ ‘Sex Pistols’ (เซ็กซ์ พิสทอลส์) ที่อาศัยอยู่ในปืนพกของ Mista สามารถเตะกระสุนที่ยิงออกมาไปยังเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ นำเสนอคาแรกเตอร์ของตัวละครผ่านหน้าปัดสีส้มเหลือบดำ ซึ่งเป็นสีของกางเกงและหมวกที่ Mista สวมใส่ พร้อมตกแต่งมาร์คเกอร์เป็นรูปกระสุน เว้นเฉพาะเลข 1, 2, 3, 5, 6 และ 7 ที่ออกแบบเป็นลักษณะหมุดกลม ซึ่งเป็นรูปแบบที่มาจากลูกตาของสแตนด์ ‘Sex Pistols’ พร้อมกำกับด้วยหมายเลขบนขอบหน้าปัดที่สื่อนิยามถึงสแตนด์ทั้ง 6 ตัวนั่นเอง โดยที่วงแหวนขอบตัวเรือนและสาย ออกแบบเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีเสื้อของ Mista โดยที่ตัวสายยังปั๊มลายข้าวหลามตัดซึ่งเป็นลวดลายบนเสื้อด้วย

รุ่นที่ 4 มาพร้อมรหัส SBSA037 ตัวแทนของ ‘Narancia Ghirga’ (นารันซา กีร์กา) สมาชิกสุดทึ่มในทีม แต่มีความบ้าบิ่น และรักพวกพ้องอย่างมาก มาพร้อมสแตนด์ ‘Aerosmith’ (แอโรสมิธ) สแตนด์เครื่องบินรบที่สามารถบังคับได้ในระยะไกล สะท้อนเอกลักษณ์ตัวละครผ่านพื้นหน้าปัดสีดำ ซึ่งออกแบบเป็นรูปเรดาร์บังคับของสแตนด์เครื่องบิน และออกแบบมาร์คเกอร์เป็นรูปหัวกระสุนปืนกล ส่วนเข็มออกแบบเป็นสีส้ม ซึ่งเป็นสีของผ้าโพกหัวและผ้าคาดเอวของตัวละคร ประกอบกับสายหนังสีดำด้านในสีส้ม เป็นสีที่ได้มาจากการคอนทราสต์ของชุดตัวละคร

รุ่นที่ 5 กับรหัส SBSA038 ตัวแทนของตัวละครชื่อ ‘Leone Abbacchio’ (เลโอเน อับบัคชิโอ) อดีตตำรวจที่มาเข้าแก๊งมาเฟียภายใต้สังกัดของ Bucciarati ผู้มีสแตนด์ ‘Moody Blues’ (มูดดี บลูส์) มีความสามารถรีเพลย์การกระทำต่างๆ ของผู้คนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ณ ตำแหน่งนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดก็ตาม พื้นหน้าปัดออกแบบเป็นสีดำพิมพ์ลายตัวอักษร ‘A’ ซึ่งเป็นรูปแบบของหัวเข็มขัดที่ Abbacchio สวมใส่ และยังเป็นตัวอักษรนำของชื่อด้วย ตกแต่งด้วยตัวเลขบอกเวลาสลับมาร์คเกอร์ในรูปแบบดิจิตอล ซึ่งเป็นลักษณะการรีเพลย์เมื่อใช้ความสามารถของสแตนด์ในเนื้อเรื่อง ประกอบกับสายหนังสีดำด้านในสีม่วง ซึ่งเป็นโทนสีเสื้อผ้าของตัวละคร

รุ่นที่ 6 คือ SBSA030 ตัวแทนของตัวละครชื่อ ‘Fugo Pannacotta’ (ฟูโก แพนนาคอตตา) สมาชิกหัวดีที่สุดในทีม แต่จิตใจไม่ค่อยปกติเท่าไหร่นัก มี ‘Purple Haze’ (เพอร์เพิล แฮซ) สแตนด์รักความสะอาดที่สามารถปล่อยไวรัสสังหารออกมาฆ่าศัตรูได้ ไม่เว้นแม้แต่พวกเดียวกัน แม้จะมีบทให้ออกไม่มากนักเมื่อเทียบกับตัวละครอื่นๆ แต่ก็ได้รับเกียรติให้มาเป็นหนึ่งในเรือนเวลารุ่นพิเศษนี้ด้วยเช่นกัน โดยถ่ายทอดคุณลักษณะตัวละครผ่านขอบตัวเรือน สายหนัง และหน้าปัดลายข้าวหลามตัดสีม่วง ซึ่งเป็นสีและลวดลายที่ปรากฏอยู่บนตัวสแตนด์ ‘Purple Haze’ มาร์คเกอร์และเข็มเป็นสีทองเช่นเดียวกับสีผมตัวละคร

รุ่นที่ 7 ได้แก่ SBSA033 ตัวแทนของตัวละครเด่นฝ่ายหญิงตัวเดียวในเรื่อง ‘Trish Una’ (ทริช อูนา) ลูกสาวของ ‘Boss’ (บอส) ที่ถูกไล่ล่าเอาชีวิตจากผู้เป็นพ่อ มีความสามารถสแตนด์ ‘Spice Girl’ (สไปซ์ เกิร์ล) ซึ่งเมื่อชกไปที่สิ่งของชิ้นใด ก็จะทำให้ของชิ้นนั้นอ่อนนุ่มจนไม่สามารถทำลายได้ ถ่ายทอดคุณลักษณะของตัวละครอย่างชัดเจนบนหน้าปัดและขอบตัวเรือนซึ่งดีไซน์เป็นลายตารางสีชมพูสลับสีขาวและดำ ตกแต่งด้วยเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นลวดลายที่ปรากฏบนผ้าคาดเอวและที่ตัวของสแตนด์ ประกอบกับสายหนังสีดำด้านในเป็นสีชมพู

มาถึงรุ่นสุดท้าย SBSA034 ตัวแทนของ ‘Boss’ หรือ ‘Diavolo’ ตัวร้าย 2 บุคลิกสุดเหี้ยม ผู้อยู่จุดสูงสุดขององค์กร ‘Passione’ มีสแตนด์อัจฉริยะ ‘King Crimson’ (คิง คริมสัน) ซึ่งสามารถลบเวลา รวมถึงรับรู้เหตุการณ์ได้ล่วงหน้า และยังสามารถเคลื่อนที่ภายในช่วงเวลาที่ลบออกไปได้อย่างอิสระ แต่สุดท้ายก็ต้องพบจุดจบอย่างน่าเวทนา สะท้อนเอกลักษณ์ผ่านลวดลายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดสีแดงหม่นบนหน้าปัด ซึ่งมาจากสีของตัวสแตนด์ ส่วนมาร์คเกอร์ตำแหน่งที่ 1 และ 11 ถูกออกแบบเป็นลักษณะดวงตาของสแตนด์ ขอบตัวเรือนตกแต่งด้วยสีที่ตัดกัน สื่อนิยามถึงการเป็นตัวละคร 2 บุคลิก และลวดลายที่ปรากฏก็มาจากลวดลายบนผมของตัวละคร ประกอบกับสายหนังสีแดง ‘Crimson’

ทั้ง 8 รุ่นผลิตตัวเรือนด้วยสเตนเลสสตีล ขนาด 42.5 มิลลิเมตร หนา 13.4 มิลลิเมตร กันน้ำลึก 100 เมตร ฝาหลังกรุกระจก “Hardlex Crystal’ (ฮาร์ดเล็กซ์ คริสตัล) พิมพ์ลวดลายของ ‘กุญแจเต่า’ และชื่อ ‘Jojo’ สีทอง แสดงเวลาแบบ 3 เข็ม เจาะช่องหน้าต่างแสดงวันพร้อมวันที่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ควบคุมการทำงานด้วยกลไกออโตเมติกยอดนิยม Cal.4R36 ที่ติดตั้งทับทิมกันสึก 24 เม็ด สำรองพลังงานได้ 41 ชั่วโมง จำกัดการผลิตในแต่ละรุ่นเพียง 1,000 เรือนเท่านั้น ในราคา 47,000 เยน หรือราวๆ 13,300 บาท  จัดจำหน่ายเฉพาะบูติก Seiko ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยเริ่มต้นจำหน่ายวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up