UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesSEIKO 5 SPORTS X STREET FIGHTER V - ร่างจำแลงของ 6 นักสู้ระดับตำนาน

SEIKO 5 SPORTS X STREET FIGHTER V – ร่างจำแลงของ 6 นักสู้ระดับตำนาน

by: ‘TomyTom’

 

เชื่อว่าหนุ่มๆ ที่เป็นวัยรุ่นในยุค 90s เป็นต้นมาน่าจะรู้จักเกมต่อสู้ชื่อ ‘Street Fighter’ (สตรีท ไฟเตอร์) จากค่ายเกม ‘Capcom’ (แคปคอม) กันดีอยู่แล้ว เริ่มจากภาคแรกในปี 1987 ที่มีเฉพาะคาแรกเตอร์ ‘Ryu’ (ริว) กับ ‘Ken’ (เคน) ให้เล่นกัน จากนั้นภาค 2 ที่ออกมาในปี 1991 จึงเพิ่มตัวคาแรกเตอร์ต่างๆ ให้เลือกเล่นได้ถึง 8 ตัว เช่น ‘Chun-Li’ (ชุนลี) ‘Guile’ (ไกล์) ‘Zangief’ (ซานกีฟ) และ ‘Blanka’ (บลังก้า) กระทั่งดำเนินเรื่องราวต่อเนื่องเป็นภาคต่างๆ มาจนถึง ‘Street Fighter V’ (สตรีท ไฟเตอร์ ไฟว์) อันเป็นภาคล่าสุดก็นับเป็นภาคที่ 5 แล้ว ล่าสุดในปี 2020 นี้ Seiko (ไซโก) ได้จับมือกับ ‘Capcom’ เพื่อนำคาแรกเตอร์ 6 ตัวละครดังจากเกม ‘Street Fighter’ มาถ่ายทอดเป็นบุคลิกของนาฬิกา Seiko 5 Sports (ไซโก ไฟว์ สปอร์ตส) 6 เวอร์ชั่นด้วยกันโดยตั้งชื่อเอดิชั่นพิเศษนี้ว่า Street Fighter V เป็นการผลิตแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น)ชั่นละ 9,999 เรือน รายละเอียดของดีไซน์ในองค์ประกอบต่างๆ ของแต่ละเวอร์ชั่นถูกตกแต่งอย่างไม่ยั้งมือ เพื่อให้แสดงตัวตนของแต่ละคาแรกเตอร์ออกมาอย่างเต็มที่ ยังผลให้แต่ละเวอร์ชั่นมีรูปแบบและบุคลิกเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่มีร่วมกันก็คือ บนกระจกใสที่ฝาหลังจะมีการพิมพ์รูปแบบการกดปุ่มบนจอยสติ๊กเพื่อออกคำสั่งท่าไม้ตายของแต่ละคนเอาไว้ด้วย

 

เวอร์ชั่น ‘Ryu’ Ref.SRPF19 ชูบุคลิกภาพของนักสู้สัญชาติญี่ปุ่นผู้มีนามว่า ‘Ryu’ ด้วยการนำผิวสีขาวลายผ้าที่สื่อถึงชุดคาราเต้ที่เขาสวมใส่มาใช้กับหน้าปัดและผ้าใบหุ้มสายหนังวัว ขณะที่แผ่นวงแหวนสีแดง-ดำพร้อมสเกลสีขาวบนขอบตัวเรือนที่มีรอยขูดขีดนั้นจินตนาการมาจากรอยขาดวิ่นของชุดยูโดที่เขาใส่ ส่วนตัวอักษรคันจิ 4 ตัว ได้แก่ ‘Furinkazan’ (ฟูรินกะซัง) ซึ่งเป็นคำว่า ลม ป่า ไฟ และภูเขา ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกานั้นมีที่มาจากตัวอักษรบนสายรัดของเขา สื่อถึงตัวตนของ ‘Ryu’ ว่าว่องไวเหมือนสายลม อ่อนโยนเหมือนป่า ดุดันเหมือนไฟ และหนักแน่นดั่งภูเขา ตัวอักษรทั้ง 4 นี้ยังพิมพ์ไว้หลังสายนาฬิกาด้วย ส่วนภาพพิมพ์บนกระจกฝาหลังของเวอร์ชั่นนี้ก็คือการกดปุ่มออกคำสั่งท่า ‘Hadoken’ (ฮาโดเคน) ของ ‘Ryu’

 

เวอร์ชั่น ‘Ken’ Ref.SRPF20 แสดงตัวตนของ ‘Ken’ นักสู้สัญชาติอเมริกันผู้เป็นศิษย์ร่วมสำนักกับ ‘Ryu’ ด้วยการใช้สีแดงกับสเกลและเส้นขอบบนพื้นสีดำของวงแหวนขอบตัวเรือน หลักชั่วโมง ขอบหน้าปัด แนวเส้นบนหน้าปัด ตลอดจนผ้าใบหุ้มสายหนังวัว ซึ่งมีที่มาจากสีชุดคาราเต้ที่เขาใส่ ประกอบกับสีทองของขอบตัวเรือน เข็ม โลโก้ ‘Seiko 5’ และข้อความ ‘Automatic’ (ออโตเมติก) บนหน้าปัด ตลอดจนเม็ดมะยมซึ่งมีที่มาจากสีผมของ ‘Ken’ ส่วนลายเส้นสีแดงบนหน้าปัดสีดำนั้นมาจากลักษณะและสีเสื้อที่เขาสวมใส่ และสีดำของเสื้อและถุงมือของเขาก็ทำให้ Seiko เลือกใช้ตัวเรือนแบบเคลือบดำ สารเรืองแสงสีดำ และตะเข็บด้ายสีดำกับเวอร์ชั่นนี้ด้วย สำหรับด้านหลังของสายนาฬิกาจะปรากฎภาพพิมพ์เป็นตราประจำสังกัดของ ‘Ken’ ภาพพิมพ์บนกระจกใสที่ฝาหลังของเวอร์ชั่นนี้ก็คือ การกดปุ่มออกคำสั่งท่า ‘Shoryuken’ (โชริวเคน)

 

เวอร์ชั่น ‘Chun-Li’ Ref.SRPF17 นำตัวตนของนักสู้สาวชาวจีน ‘Chun Li’ มาสู่เรือนนาฬิกาด้วยการนำสีน้ำเงินลายริ้วสีทองอันเป็นอาภรณ์เครื่องแต่งกายสไตล์จีนของเธอมาใช้อย่างชัดเจน ทั้งยังถ่ายทอดลายคล้ายผีเสื้อบนปกเสื้อของเธอมาไว้ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาบนหน้าปัด ตลอดจนพิมพ์เลขโรมันสีทอง 12 ตำแหน่งบนแผ่นวงแหวนขอบตัวเรือนสีน้ำเงินให้เป็นริ้วลายที่คล้ายกับลายบนเสื้ออีกต่างหาก ส่วนหลักชั่วโมงสีเงินชิ้นแหลมนั้นจำลองรูปแบบมาจากหมุดแหลมบนกำไลข้อมือของเธอ โดยนำมาใช้ร่วมกับหลักชั่วโมงสีเงินขัดลายมากมิติได้อย่างสวยงาม ขณะที่ด้านหลังของสายนาฬิกาหนังปั๊มลายหนังจระเข้สีน้ำเงินนั้นพิมพ์ตกแต่งด้วยลายมังกรแบบเดียวกับบนสายรัดเอวของเธอ ภาพพิมพ์บนกระจกใสที่ฝาหลังของเวอร์ชั่นนี้ก็คือ การกดปุ่มออกคำสั่งท่าโจมตีของเธอนั่นก็คือ ‘Spinning Bird Kick’ (สปินนิง เบิร์ด คิ๊ก)

 

เวอร์ชั่น ‘Guile’ Ref.SRPF21 เด่นด้วยลายพรางสีเขียวสลับดำบนหน้าปัด สื่อถึงเครื่องแบบนายทหารอากาศสหรัฐฯ ของ ‘Guile’ พร้อมตกแต่งด้วยแผ่นดวงตราสีทอง ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา แผ่นป้ายโลหะประจำตัว (Dog Tag – ด็อก แท็ก) สีเงินลงจารึกรายละเอียดสีดำของ ‘Charlie Nash’ (ชาลี แนช) ผู้เป็นเพื่อนรักของเขา ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ภาพพิมพ์บนกระจกฝาหลังของเวอร์ชั่นนี้ก็คือ การกดปุ่มออกคำสั่งท่า ‘Sonic boom’ (โซนิก บูม) อันโด่งดัง ขณะที่รายละเอียดการตกแต่งอื่นๆ จะดูมีความทะมัดทะแมงและเป็นอเมริกันเช่นเดียวกับตัวของ ‘Guile’ ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนและเม็ดมะยมเคลือบสีดำ แผ่นวงแหวนสีเขียวขี้ม้าบนขอบหน้าปัด ลักษณะของสเกลร่วมกับข้อความและตัวเลขบนขอบหน้าปัด ไปจนถึงหลักชั่วโมงเลขอารบิกเคลือบสารเรืองแสงสีขาว หากแต่สารเรืองแสงบนเข็มสีเงินกลับใช้เป็นสีดำ แถมยังมีการเสริมสีแดงบนปลายเข็มวินาทีและเลข 00 บนขอบตัวเรือนอีกด้วย ส่วนสายที่ใช้เป็นหนังวัวสีน้ำตาลเข้มเย็บด้ายสีขาว

 

เวอร์ชั่น ‘Zangief’ Ref.SRPF24 นำคาแรกเตอร์การเป็นมนุษย์ร่างใหญ่กล้ามโตของ ‘Zangief’ มาถ่ายทอดผ่านตัวเรือน เม็ดมะยม และขอบตัวเรือนเคลือบสีทองอร่ามซึ่งมีที่มาจากสีเข็มขัดของเขา แถมตำแหน่งหลักชั่วโมงบนวงแหวนขอบตัวเรือนสีทองยังปรากฏหมุดโดมทรงกลมเช่นเดียวกับบนเข็มขัดด้วย ขณะที่พื้นหน้าปัดมาในโทนสีแดงซึ่งนำมาจากสีของกางเกงที่เขาใส่ แต่มีการปั๊มมิติเป็นลายคลื่นกระจายเพื่อสื่อถึงท่าโจมตี ‘Cyclone Lariat’ (ไซโคลน ลาเรียต) ของ ‘Zangief’ ส่วนหลักชั่วโมงถูกออกแบบเป็นแท่งเหลี่ยมชิ้นอวบสั้น ร่วมกับตัวเลขขนาดใหญ่เพื่อสะท้อนถึงมวลกล้ามเนื้อของเขา เข็มทั้งหมดใช้เป็นสีทอง ขณะที่สารเรืองแสงทั้งบนหลักชั่วโมงและเข็มชี้เป็นสีดำ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมาจากสีของขนหน้าอก หนวดเครา และผมของเขานั่นเอง แถมยังมีเลนส์ขยายเหนือช่องหน้าต่างแสดงวันกับวันที่เพื่อเน้นความเด่นของอักษรและตัวเลขสีขาวบนจานสีดำ อีกทั้งสายผ้าไนลอนที่จับคู่มากับเวอร์ชั่นนี้ก็เป็นสีเหลืองขอบแดงเช่นเดียวกับสายรัดข้อมือของเขาด้วย ส่วนรูปแบบการกดปุ่มออกคำสั่งท่าโจมตีที่พิมพ์บนกระจกฝาหลังนั้นเป็นคำสั่งของท่า ‘Screw Pile Driver’ (สกรู ไพล์ ไดรเวอร์)

 

เวอร์ชั่น ‘Blanca’ Ref.SRPF23 นำร่างสีเขียวของ ‘Blanca’ มาเป็นโทนสีของวงแหวนขอบตัวเรือน หน้าปัด และสายไนลอนของตัวเรือนและเม็ดมะยมเคลือบสีดำ เสริมด้วยรายละเอียดที่สื่อถึงลักษณะเฉพาะตัวของเขาไว้เต็มที่ เริ่มจากลายกระแสไฟฟ้าสีเหลืองบนขอบตัวเรือนที่สื่อถึงท่าโจมตี ‘Electric Thunder’ (อิเล็กทริก ธันเดอร์) ของเขา ลายคลื่นวนบนหน้าปัดสื่อถึงท่าหมุนตัวโจมตีอันเป็นท่าเด็ดของ ‘Blanca’ ขณะที่หลักชั่วโมงสีเงินทรงสามเหลี่ยมแหลม 3 มิตินั้นสื่อถึงฟันอันแหลมคม ส่วนเส้นริ้วคู่สีส้มบริเวณส่วนริมของสายและขอบหน้าปัดสีส้มสื่อถึงสีผมและสีขน และมีภาพตุ๊กตา ‘Blanca Chan’ (บลังก้า จัง) พิมพ์อยู่ปลายสายด้วย สำหรับภาพพิมพ์บนกระจกฝาหลังของเวอร์ชั่นนี้ก็คือ รูปแบบการกดปุ่มออกคำสั่งท่า ‘Electric Thunder’

 

คุณสมบัติทางเทคนิคของทุกเวอร์ชั่นของ Seiko 5 Sports x Street Fighter V Limited Edition ยังคงไม่ต่างอะไรจากเวอร์ชั่นมาตรฐานของนาฬิกา Seiko 5 Sports เจเนอเรชั่นล่าสุด นั่นคือ ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42.5 มิลลิเมตร หนา 13.4 มิลลิเมตร ผนึกกระจกหน้าปัดฮาร์ดเล็กซ์พร้อมฝาหลังกรุกระจกใส กันน้ำได้ 100 เมตร เปิดโอกาสให้มองเห็นกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติ ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง ทับทิม 24 ชิ้น สำรองพลังงานได้ 41 ชั่วโมง แสดงเวลาแบบ 3 เข็มพร้อมแสดงวันและวันที่ Cal.4R36 ซึ่งสามารถขึ้นลานเสริมด้วยมือได้ และมีการหยุดเข็มวินาทีขณะตั้งเวลา Seiko 5 Sports x Street Fighter V Limited Edition จะวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในเดือนกันยายน 2020 นี้ โดยจากจำนวนการผลิตเวอร์ชั่นละ 9,999 เรือนนั้น ทาง Seiko ประเทศไทยได้รับการจัดสรรมาจำหน่ายในไทยเพียงเวอร์ชั่นละ 1,630 เรือนเท่านั้น อีกทั้งทาง Seiko ประเทศไทยยังมีการจัดชุดจำหน่ายในแบบบ็อกซ์เซตที่บรรจุทั้ง 6 เวอร์ชั่นมาครบๆ ในกล่องที่ทำขึ้นเป็นพิเศษด้วย ทุกรุ่นจำหน่ายที่ราคา 16,500 บาทนะครับ สำหรับบ็อกซ์เซตราคา 99,000 บาท โดยจะเปิดรับจองบ็อกซ์เซตที่บูติก Seiko เซ็นทรัลพระราม 9 ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน 2563 และเปิดจองแบบแยกรุ่นๆ ที่เคาน์เตอร์ Seiko ทุกสาขาในวันเดียวกัน

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up