UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesSEIKO, 50 YEARS OF AUTOMATIC CHRONOGRAPH - เกียรติภูมิของญี่ปุ่น

SEIKO, 50 YEARS OF AUTOMATIC CHRONOGRAPH – เกียรติภูมิของญี่ปุ่น

by: ‘TomyTom’

 

เป็นที่ทราบกันจากการโหมประชาสัมพันธ์ของทั้ง TAG Heuer (แทค ฮอยเออร์) และ Zenith (เซนิธ) มาตลอดทั้งปีว่าปี 2019 นี้เป็นวาระปีที่ 50 แห่งการให้กำเนิดนาฬิกาโครโนกราฟจักรกลขึ้นลานอัตโนมัติขึ้นมาบนโลกที่ทั้ง 2 ต่างเปิดตัวออกมาในปี 1969 เช่นเดียวกัน ปี 2019 นี้ทั้งคู่จึงผลิตนาฬิการุ่นพิเศษออกมาเพื่อประกาศศักดาและเฉลิมฉลองกันอย่างครื้นเครง ขณะที่ผู้ผลิตนาฬิกาอีกรายหนึ่งซึ่งเปิดตัวนาฬิกาชนิดเดียวกันนี้ออกมาในปี 1969 เช่นกันกลับเก็บตัวเงียบอยู่จนคนรักนาฬิกาพากันคิดว่าคงไม่ได้ให้ความสำคัญกับวาระนี้แล้ว กระทั่งเข้าสู่ช่วงท้ายของปี 2019 ก็ได้สร้างความแปลกใจด้วยการเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษออกมาเพื่อประกาศศักดิ์ศรีนาฬิกาจากญี่ปุ่นที่ถือเป็นหนึ่งในผู้สร้างนาฬิกาประเภทนี้ออกมาเป็นรายแรกเมื่อปี 1969 ด้วย และ Prospex Automatic Chronograph 50th Anniversary Limited Edition (โพรสเป็กซ์ ออโตเมติก โครโนกราฟ เดอะ ฟิฟตีธ์ แอนนิเวอร์ซารี ลิมิเต็ด เอดิชั่น ) รหัส SRQ029 รุ่นนี้ก็คือนาฬิการุ่นพิเศษฉลอง 50 ปีนาฬิกาโครโนกราฟจักรกลขึ้นลานอัตโนมัติจาก Seiko (ไซโก)

 

จากเครื่องโครโนกราฟจับเวลา 30 นาที Cal.6139 หนึ่งในกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติรุ่นบุกเบิกของโลกที่ติดตั้งใน Seiko Speed Timer (ไซโก สปีด ไทเมอร์) Ref.6139 และเปิดตัวในปี 1969 ปีเดียวกันกับกลไกตระกูล ‘El Primero’ (เอล พริเมโร) ของค่าย ‘Zenith-Movado’ (เซนิธ-โมวาโด) และกลไกตระกูล ‘Chronomatic’ (โครโนเมติก) ของกลุ่มความร่วมมืออันประกอบด้วย ‘Heuer-Leonidas’ (ฮอยเออร์-เลโอนิดาส์) Breitling (ไบรท์ลิง) ‘Hamilton-Büren’ (ฮามิลตัน-บือเรน) และ Dubois-Dépraz (ดูบัวส์-เดปราซ์) จะเห็นได้ว่า Seiko แห่งประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในที่นี้ที่คิดค้นพัฒนาและสร้างกลไกชนิดนี้ด้วยศักยภาพของตนเองทั้งหมด โดยมิได้พึ่งพาหรือแบ่งส่วนการพัฒนาหรือแม้แต่ใช้เงินทุนจากผู้ผลิตรายอื่นอย่างที่อีก 2 กลไกเป็น

Panda Chronograph Ref.6138 จากปี 1970 (ซ้าย) ที่มาแห่งแรงบันดาลใจของ Prospex Automatic Chronograph 50th Anniversary Limited Edition SRQ029 (ขวา)

 

หากแต่นาฬิกาที่ Seiko ใช้เป็นต้นแบบในการถ่ายทอดแรงบันดาลใจสู่เรือนฉลอง 50 ปีรุ่นนี้ กลับเป็นนาฬิกาโครโนกราฟจักรกลขึ้นลานอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชันแสดงวันและวันที่ดีไซน์หน้าปัดสไตล์แพนด้า (หน้าปัดโทนสีเงินขาว วงจับเวลาและวงขอบหน้าปัดสีดำ) จากปี 1970 ซึ่งใช้กลไกโครโนกราฟอัตโนมัติที่จับเวลาได้ 12 ชั่วโมง Cal.6138 ซึ่งเป็นอีกขั้นวิวัฒนาการของ Cal.6139 มาใช้เป็นแนวทางการออกแบบ ซึ่งมีความคล้ายอย่างชัดเจนในลักษณะการใช้สี ชื่อ Seiko ที่เป็นชิ้นงานสีเงิน แท่งหลักชั่วโมงทรงเหลี่ยมยาว รวมไปถึงการแต้มสีเหลืองส้มบนปลายเข็มจับเวลาวินาที และกระจกหน้าปัดที่มีลักษณะเป็นโดมครอบ และรูปทรงของเม็ดมะยมกับปุ่มกดทรงกลมขนาดใหญ่ ตลอดจนเลือกใช้ตัวเรือนกับสายสเตนเลสสตีลปัดลาย แต่เสริมด้วยคุณลักษณะของนาฬิการะดับสูงของ Seiko ในปัจจุบัน อันได้แก่การเคลือบ ‘Super-hard Coating’ (ซูเปอร์ฮาร์ด โคติง) บนวัสดุเพื่อเพิ่มความแข็งให้กับผิวสเตนเลสสตีล และการขัดเงาด้วยเทคนิค ‘Zaratsu’ (ซารัตสึ) ในบางบริเวณเพื่อให้ภาพที่สะท้อนออกมาบนพื้นผิวไร้ซึ่งการบิดเบือนและคมชัดดุจกระจกเงา ส่วนรายละเอียดบนหน้าปัดก็ออกแบบให้อ่านค่าต่างๆ ได้อย่างชัดเจนด้วยการใช้เข็มชี้และหลักชั่วโมงรวมถึงสเกลต่างๆ สีดำบนพื้นสีเงิน ขณะที่ใช้สเกลสีขาวบนพื้นสีดำ ส่วนหน้าต่างแสดงวันที่นั้นถูกเจาะไว้เป็นช่องกลม ณ ตำแหน่ง 4-5 นาฬิกา

 

ตัวเรือนขนาด 41.0 มิลลิเมตร บวกกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลทรงกล่องครอบ เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน และกระจกแซพไฟร์ที่กรุบนฝาหลัง ทำให้มีความหนาโดยรวม 16.0 มิลลิเมตร มาพร้อมความสามารถในการกันน้ำ 100 เมตร และต้านทางแม่เหล็กได้ถึงระดับ 4,800 แอมแปร์/เมตร ภายในบรรจุกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) โครโนกราฟอัตโนมัติ พลังงานสำรอง 45 ชั่วโมง Cal.8R48 เอาไว้ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ใช้ในตระกูล Presage (พรีสาจ) รุ่นปัจจุบัน ด้วยความเลอเลิศของโครงสร้างที่รวมกลไกโครโนกราฟพร้อม ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) และ ‘Vertical Clutch’ (เวอร์ติคัล คลัตช์) จับเวลาได้สูงสุด 12 ชั่วโมง ร่วมด้วยระบบ ‘Fly-back’ (ฟลายแบ็ก) ไว้เป็นหนึ่งเดียวกับกลไกที่มีความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชันวันที่และเข็มวินาทีขนาดเล็ก แต่ต่างกับกลไกโครโนกราฟชั้นยอดทั่วไปตรงที่ชิ้นส่วนกลไกจับเวลาแทบทั้งหมดถูกติดตั้งไว้บนฝั่งด้านในจึงไม่สามารถมองเห็นอะไรได้มากนัก นอกจากงานปัดลายอันประณีตของสะพานจักร

 

แม้ Seiko Prospex Automatic Chronograph 50th Anniversary Limited Edition Ref.SRQ029 รุ่นนี้จะอยู่ภายใต้ตระกูล Prospex แต่คุณลักษณะที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ส่งผลให้กลายเป็นรุ่นที่เลอค่าเกินมาตรฐานของพี่น้องร่วมตระกูล Prospex ด้วยกัน แต่ราคาที่ตั้งไว้ 3,700 ยูโร หรือราว 124,000 บาท กับจำนวนการผลิตที่ถูกจำกัดไว้เพียงแค่ 1,000 เรือน ก็เชื่อว่าหลังจากเริ่มวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม 2019 ก็คงจะมีผู้จับจองกันจนหมดทุกเรือนภายในเวลาอันรวดเร็วแน่นอน

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up