UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesSEIKO LUKIA GINZA – สีสันแห่งกินซ่า

SEIKO LUKIA GINZA – สีสันแห่งกินซ่า

by: ‘Mr.Big’

 

ในปี 1881 นั้น Kintaro Hattori (คินทาโร ฮัตโตริ) ผู้บุกเบิกแบรนด์ Seiko (ไซโก) ได้เริ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับนาฬิกาในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกาคุณภาพดี และเปิดร้านรับซ่อมนาฬิกาจนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก โดยเปิดร้านอยู่ที่ย่านกินซ่า ในกรุงโตเกียว ก่อนจะรวบรวมเงินไปซื้ออาคารเก่าหลังหนึ่ง แล้วบูรณะให้เป็นตึกที่มีความสวยงามโดดเด่นในสไตล์คลาสสิกแบบยุโรป บนยอดตึกติดตั้งนาฬิกาขนาดใหญ่ กลายเป็นแลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงของย่านกินซ่า ซึ่งก็คืออาคาร ‘Wako’ (วาโกะ) นั่นเอง

อาคาร ‘Wako’ ในย่านกินซ่า กรุงโตเกียว ที่ได้ชื่อว่าเป็นบ้านหลังแรกของ Seiko

 

จากสัญลักษณ์ที่เป็นความทรงจำอันเปรียบเสมือนบ้านหลังแรกของ Seiko กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์คอลเลกชั่นนาฬิกาสุภาพสตรีรุ่นล่าสุด Lukia Ginza (ลูเกีย กินซ่า) ที่จับเอาความหรูหราดเย้ายวน และความมีชีวิตชีวาของย่านกินซ่ามาผสมผสานอย่างลงตัว กลายเป็นเสน่ห์ที่สวยงามน่าสัมผัส เผยโฉมมาให้เลือกในพื้นหน้าปัดเปลือกหอยมุกในสีสันถึง 5 เฉดสี ซึ่งซ่อนความหมายที่แตกต่างกันเอาไว้อย่างมีนัยยะ ได้แก่สีแดง ‘Kurenai’ (คุเรนาอิ) ที่สัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของสาวมั่น สีขาวของเปลือกหอยมุก ‘Gofun’ (โกฟัน) ที่สะท้อนถึงสีขาวของเครื่องสำอางค์นักแสดงคาบูกิ สีน้ำเงิน ‘Ruri-iro’ (รูริอิโระ) แทนเสน่ห์ของท้องฟ้ายามเย็นของย่านกินซ่า สีเทา ‘Aoshiro-tsurubami’ (อาโอชิโระสึรุบามิ) ในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่แข็งแรงของอิฐปูถนนย่านกินซ่า และสีชมพู ‘Sakura-iro’ (ซากุระอิโระ) ในความสดใสของดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ

 

พื้นหน้าปัดของทุกสีจะถูกตกแต่งด้วยลายสลักรูปดอกไม้กลีบแหลมที่สวยงาม หรูหรา ตกแต่งหลักชั่วโมงด้วยเพชรน้ำงามจำนวน 8 เม็ด สลับกับตัวเลขบอกเวลาแบบโรมันสไตล์โมเดิร์นที่ 4, 8 และ 12 นาฬิกา โดยเว้นที่ว่างตำแหน่ง 3 นาฬิกาเพื่อเจาะช่องหน้าต่างแสดงวันที่ ส่วนการแสดงค่าเวลาเป็นแบบ 3 เข็ม ด้วยเข็มชี้ทรงดาบ โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ ‘lk’ ซึ่งเป็นชื่อย่อของคอลเลกชั่น Lukia เหนือตำแหน่ง 6 นาฬิกา

 

ขับเคลื่อนทำงานด้วยกลไกออโตเมติก Cal.6R35 ซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตัวเครื่อง 27.4 มิลลิเมตร หนา 5.25 มิลลิเมตร ติดตั้งทับทิมกันสึก 24 เม็ด อัตราความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานนาน 70 ชั่วโมง ขึ้นลานด้วยโรเตอร์เหวี่ยง 2 ทิศทาง ซึ่งทั้งหมดนี้บรรจุในตัวเรือนขนาด 34.8 มิลลิเมตร หนา 11.4 มิลลิเมตร กันน้ำได้ลึก 100 เมตร ผลิตจากสเตนเลสสตีล สเตนเลสสตีลเคลือบทอง และแบบสองกษัตริย์ ส่วนฝาหลังผนึกด้วยกระจกใสเพื่อโชว์ชุดจักรกลชั้นเลิศที่ทำงานอยู่ภายใน ประกอบกับสายหนังจระเข้ในโทนสีที่เข้ากับหน้าปัด ในราคาเริ่มต้นที่ 1,400-1,500 ยูโร หรือประมาณ 51,800-55,500 บาท

 

นอกจากนี้ Seiko ยังได้แนะนำรุ่นพิเศษที่ผลิตในแบบจำนวนจำกัดเพียง 250 เรือน ออกมาพร้อมกัน ในโทนสี ‘Tsukishiro’ (สึกิชิโระ) หรือสีขาวของท้องฟ้ายามพลบค่ำของย่านกินซ่า ที่รังสรรค์ออกมาในพื้นหน้าปัดเปลือกหอยมุกซึ่งตกแต่งด้วยลายดอกไม้กลีบแหลมและเพชรเม็ดใสแทนหลักชั่วโมง 8 ตำแหน่งเช่นเดียวกับรุ่นปกติ แต่ใส่ความพิเศษด้วยการสลักลายรัศมีโดยรอบอย่างประณีต ตัวเรือนผลิตจากสเตนเลสสตีลซึ่งเพิ่มเสน่ห์หรูเย้ายวนจากเพชรน้ำงามที่ฝังลงรอบขอบตัวเรือนรวมจำนวน 47 เม็ด ทำงานด้วยกลไกออโตเมติก Cal.6R35 เช่นกัน ประกอบกับสายหนังจระเข้สีขาวเข้ากันอย่างลงตัว โดยรุ่นพิเศษเรือนนี้ถูกตั้งราคาไว้ที่ 2,500 ยูโร หรือประมาณ 92,500 บาท

Seiko Lukia Ginza Limited Edition

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up