UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesSEIKO PRESAGE CLASSIC SERIES - 5 รุ่นใหม่ ในโฉมคลาสสิก กับผิวหน้าปัดดุจผ้าไหม

SEIKO PRESAGE CLASSIC SERIES – 5 รุ่นใหม่ ในโฉมคลาสสิก กับผิวหน้าปัดดุจผ้าไหม

by: ‘TomyTom’

 

ตั้งแต่ Seiko (ไซโก) เปิดตัวคอลเลกชั่น Presage (พรีซาจ) สู่โลกเวลา นาฬิกาจักรกลคอลเลกชั่นนี้ก็ทำหน้าที่แสดงความละเมียดละไมตามแบบอย่างศิลปะของชาวญี่ปุ่นมาสู่ข้อมือชาวโลกอย่างแข็งขัน และในปี 2024 นี้ก็ได้เ  ผยซีรีส์ใหม่ที่ให้ชื่อว่า Presage Classic Series (พรีซาจ คลาสสิก ซีรีส์) ด้วยดีไซน์ สีสัน และพื้นผิวแบบใหม่ที่มีงานฝีมือดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นเป็นแรงบันดาลใจ ก่อเกิดเป็นนาฬิกาที่มีความนุ่มนวลและความละเมียดละไมจากศิลปะอันลึกซึ้ง 5 รุ่น ด้วยกัน

MITSUBISHI

 

หน้าปัดของ Presage Classic Series มาในลักษณะผิวโค้งกับพื้นผิวที่แสดงถึงความนุ่มนวลดุจผ้าทอในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งจับและสะท้อนแสงออกมาอย่างลึกซึ้งมากมิติ ติดตั้งแท่งหลักชั่วโมงทรงเหลี่ยมปลายมนสีเงินที่ส่วนบนมีความโค้งไปตามแนวโค้งของหน้าปัด และใช้เข็มนาทีกับเข็มวินาทีที่ดัดส่วนปลายโค้งลงหาหลักชั่วโมง ส่วนวงขอบหน้าปัดสำหรับพิมพ์สเกลนาที-วินาที มาในแบบพื้นลาดขนาดใหญ่พอประมาณ เพื่อให้อ่านค่าได้ชัดเจนที่สุด เข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีสีเงินทรงใบหอกคมกริบ ขณะที่เข็มวินาทีสีเงินกลางหน้าปัดนั้นมีรูปทรงเหมือนลูกศร

 

Presage Classic Series ที่เปิดตัวออกมาพร้อมกัน 5 รุ่นนี้ นำเสนอใน 2 รูปแบบหน้าปัดและฟังก์ชัน ได้แก่แบบหน้าปัดผิวดุจผ้าไหมแวววาว บอกเวลา 3 เข็ม พร้อมการแสดงวันที่ผ่านช่องหน้าต่างทรงสี่เหลี่ยมปาดลาดคล้ายกรอบรูป ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา 3 รุ่น และแบบ ‘Semi-skeleton’ (เซมิสเกเลตัน) หน้าปัดผิวดุจเส้นด้ายไหมดิบ ตกแต่งลายเส้นเป็นแนวประกายรัศมีที่เจาะเปิดช่องกลมไว้อย่างที่เรียกกันว่า ‘Open-heart’ (โอเพนฮาร์ท) ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ซึ่งจะแลเห็นบางส่วนของจักรกลอกและชุดปล่อยจักรเมื่อมองผ่านสะพานจักรที่ตัดเป็นรูปทรงคล้ายดาวโค้ง 5 แฉกเข้าไป บอกเวลา 3 เข็ม พร้อมเข็มแสดงเวลา 24 ชั่วโมง ด้วยเข็มสีเงินขนาดเล็กที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา อีก 2 รุ่น

 

ตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 40.2 มิลลิเมตร หนา 13.0 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 100 เมตร ของ Presage Classic Series ถูกออกแบบขึ้นใหม่ให้มีดีไซน์นุ่มนวล เห็นได้ชัดจากแนวโค้งของตัวเรือน แนวลาดของวงขอบหน้าปัด และแนวโค้งทั้ง 2 ฝั่ง ของกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารกันแสงสะท้อน ซึ่งทั้งหมดนี้รับกับความโค้งของหน้าปัดได้อย่างพอดิบพอดี อีกทั้งด้านข้างยังมีลักษณะผายออกเล็กน้อย ทั้งฝั่งด้านหน้าและด้านหลัง คั่นด้วยเส้นสันกลางซึ่งทำให้ตัวเรือนดูเพรียวบาง ขณะที่การตกแต่งทำมาอย่างสวยงามด้วยการปัดลายเส้นทางฝั่งด้านหน้า และขัดเงาที่ส่วนด้านข้าง เม็ดมะยมมีขนาดใหญ่และหนา บากร่องฟันให้จับหมุนได้ถนัดนิ้ว และที่ส่วนปลายปรากฏผิวสลักนูนเป็นอักษร ‘S’ (เอส) อันเป็นลักษณะตราแบบดั้งเดิมของ Seiko

 

ส่วนด้านหลังใช้ฝาหลังล็อกเกลียวกรุกระจกใส เพื่อให้มองเห็นโรเตอร์สีทองและกลไกภายใน สายที่จับคู่มาให้เป็นสเตนเลสสตีลแบบข้อโค้ง 7 แถว ปัดลายสลับขัดเงา ที่แต่ละข้อมีขนาดค่อนข้างสั้น จึงโค้งรับกับข้อมือได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นดีไซน์ใหม่ที่นำสายในยุคทศวรรษ 1970s มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ส่วนตัวล็อกสายเป็นแบบบานพับ ปลดล็อกด้วยปุ่มกด อีกทั้งผิวของตัวเรือนและสายยังผ่านการเคลือบแบบ ‘Super-hard Coating’ (ซูเปอร์ฮาร์ด โคติง) มาเพื่อเพิ่มเสริมความแข็งแกร่งด้วย

 

ขณะที่รูปแบบหน้าปัดแต่งพื้นผิวดุจผ้าไหมแวววาวแสดงความละเมียดละไมพร้อมประกายระยิบระยับ รวมกันเป็นความเรียบง่ายอย่างน่าสนใจนั้น รูปแบบหน้าปัดพื้นผิวดุจเส้นไหมดิบลายรัศมีก็มีความน่าสนใจในลักษณะที่ต่างออกไป เพราะช่องกลมที่เจาะเปิดเอาไว้นั้นไม่ได้เจาะเปิดแบบทื่อๆ เพราะโดยรอบช่องจะมีวงรัศมีแนวลาดสู่ช่องเปิดที่ดูนุ่มนวลและมีมิติอยู่ด้วย โดยต่อเนื่องผ่านเส้นสันคั่นกลางไปสู่แนวลาดรอบวงหน้าปัด 24 ชั่วโมง ขนาดเล็ก ซึ่งดูแล้วเหมือนกับเลข 8 เอียงซ้ายอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่า เลข 8 นั้นเป็นเลขมงคลของชาวเอเชีย ลักษณะหน้าปัดเช่นนี้จึงดูมีความเป็นสิริมงคลอยู่ในตัว

 

3 รุ่น ของแบบหน้าปัดเต็มจะแตกต่างกันที่สีของหน้าปัด โดยทั้งหมดเป็นสีสันตามประเพณีดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น ได้แก่ รุ่น SPB463 หน้าปัด ‘Shiro-iro’ (ชิโรอิโระ) อันเป็นสีของผ้าตามธรรมชาติที่ยังไม่ถูกฟอก รุ่น SPB465 หน้าปัด ‘Sensaicha’ (เซ็นไซฉะ) ซึ่งเป็นสีเขียวอมน้ำตาลเข้มที่นิยมกันมากในสมัยเอโดะ และรุ่น SPB467 หน้าปัด ‘Araigaki’ (อาราอิงากิ) ซึ่งเป็นสีลูกพลับที่ผ่านการล้างและฟอกแล้ว การขับเคลื่อนรับหน้าที่โดยกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติ Cal.6R55 ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง จำนวนทับทิม 24 เม็ด บอกเวลา 3 เข็ม พร้อมวันที่ ซึ่งสำรองพลังงานได้นานถึง 72 ชั่วโมง ซึ่งก็คือ 3 วัน

 

ส่วนรุ่นหน้าปัด ‘Open-heart’ อีก 2 รุ่น นั้น SPB469 มากับหน้าปัด ‘Shiro-iro’ เช่นเดียวกับที่มีให้เลือกในรุ่นหน้าปัดเต็ม และ SPB471 หน้าปัด ‘Sumi-iro’ (ซูมิอิโระ) ซึ่งเป็นสีดำอมเทาที่สมัยก่อนมักใช้กับอาภรณ์ของภิกษุ ทั้ง 2 รุ่น กรุขอบช่องเปิดและขอบหน้าปัดวงเล็กด้วยวงแหวนสีเงินเพื่อเสริมความดูดีมีราคา การบอกเวลากระทำด้วยกลไก ‘In-house’ อัตโนมัติ Cal.6R5J ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง จำนวนทับทิม 24 เม็ด บอกเวลา 3 เข็ม ร่วมกับการบอกเวลาแบบ 24 ชั่วโมง ด้วยเข็มขนาดเล็ก  โดยสามารถสำรองพลังงานได้นาน 3 วัน เช่นกัน

 

Seiko Presage Classic Series ทั้ง 5 รุ่น จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 เป็นต้นไป ราคาสำหรับรุ่นหน้าปัดเต็มประกาศไว้ที่ 1,050 ยูโร หรือราว 41,000 บาท ส่วนรุ่นหน้าปัด ‘Open-heart’ ราคาจะสูงกว่าสักหน่อย โดยอยู่ที่ 1,230 ยูโร หรือราว 48,000 บาท

 

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up