UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesSEIKO PRESAGE NAUSICAÄ OF THE VALLEY OF THE WIND LIMITED EDITION -...

SEIKO PRESAGE NAUSICAÄ OF THE VALLEY OF THE WIND LIMITED EDITION – จากอนิเมะระดับตำนานสู่เรือนศิลป์คุณภาพสูง

by: ‘Mr.Big’

 

ความร่วมมือระหว่าง Seiko (ไซโก) และ ‘Studio Ghibli’ (สตูดิโอ จิบลิ) ผู้ผลิตอนิเมะที่เก่าแก่และโด่งดังของญี่ปุ่น ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากที่ประสานความร่วมมือด้วยการออกเอดิชั่นที่เป็นการนำแรงบันดาลใจจากอนิเมะชื่อดังของค่ายมารังสรรค์ความพิเศษมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ‘Porco Rosso’ (พอร์โค รอสโซ) ในปี 2020 หรือ ‘Castle in the Sky’ (คาสเซิล อิน เดอะ สกาย) ในปี 2021 และล่าสุดต้นปี 2024 นี้ก็ได้เผยโฉมอีกหนึ่งเรือนเวลาภายใต้ความร่วมมือกับ ‘Studio Ghibli’ ซึ่งนำภาพยนตร์อนิเมะระดับตำนานขึ้นหิ้งอย่าง ‘Nausicaä of the Valley of the Wind’ (เนาซิกา ออฟ เดอะ วัลเลย์ ออฟ เดอะ วินด์) หรือ ‘เนาซิกาแห่งหุบผาสายลม’ มาสร้างสรรค์เป็นเรือนพิเศษ Presage Nausicaä of the Valley of the Wind Limited Editon (พรีซาจ เนาซิกา ออฟ เดอะ วัลเลย์ ออฟ เดอะ วินด์ ลิมิเต็ด เอดิชั่น) รหัส SPB437

MITSUBISHI

 

‘Nausicaä of the Valley of the Wind’ เป็นผลงานภาพยนตร์อนิเมะที่สร้างขึ้นจากฝีมือกำกับของ Hayao Miyazaki (ฮายาโอะ มิยาซากิ) ในช่วงก่อนจะก่อตั้ง ‘Studio Ghibli’ ซึ่งเข้าฉายในปี 1984 โดยผลงานเรื่องนี้ Miyazaki สร้างมาจากนิยายภาพที่เขาเป็นผู้แต่งขึ้นเอง และได้กลายเป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขากลายเป็นที่รู้จักในวงการอย่างมาก จนเป็นที่มาของการก่อตั้ง ‘Studio Ghibli’ ร่วมกับ Isao Takahata (อิซาโอะ ทาคาฮาตะ) ในปี 1985 ภายใต้การสนับสนุนเงินทุนจากกลุ่ม ‘Tokuma Shoten Publishing’ (โทคุมะ โชเท็น พับลิชชิง) โดยเรื่องราวของ ‘Nausicaä of the Valley of the Wind’ เล่าถึงเหตุการณ์ในอนาคต ซึ่งเป็นช่วงที่อารยธรรมมนุษย์และระบบนิเวศน์ของโลกล่มสลาย มีป่าพิษที่เป็นศูนย์รวมของเหล่าแมลงกลายพันธุ์ขนาดยักษ์ โดยมนุษย์ต้องใส่หน้ากากเพื่อป้องกันไอพิษที่เชื่อว่ามาจากป่า และ ‘Nausicaä’ เจ้าหญิงในดินแดนแห่งหุบผาสายลมที่ยังคงมีผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ เธอพยายามที่จะค้นหาสาเหตุของปรากฏการณ์ดังกล่าว และหาหนทางแก้ปัญหาเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่ผู้คนในเมืองอื่นๆ กลับไม่เห็นด้วยและต้องการทำลายล้างป่าด้วยความเชื่อที่ว่าจะทำให้พิษสลายไป จนเกิดเป็นสงครามครั้งใหญ่ แต่ที่สุดแล้ว ‘Nausicaä’ ก็ค้นพบว่าภายใต้ผืนป่าพิษนั้นกลับเต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์ และทราบความจริงว่าแท้จริงแล้วป่าคือสิ่งที่ช่วยกรองพิษที่เกิดจากมลภาวะโดยฝีมือของมนุษย์ และยังเป็นแหล่งกำเนิดน้ำสะอาดใต้พื้นดิน ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ที่เสื่อมโทรมให้ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเค้าโครงของ ‘Nausicaä of the Valley of the Wind’ มีความเกี่ยวพันในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ อันเป็นพันธกิจที่ Seiko ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงหลัง ไม่ว่าจะเป็นพันธกิจในการฟื้นฟูท้องทะเลในโครงการ ‘Seiko Save the Ocean’ (ไซโก เซฟ ดิ โอเชียน) หรือโปรเจ็กต์ล่าสุดในการอนุรักษ์ป่าอย่าง ‘Seiko Save the Forest’ (ไซโก เซฟ เดอะ ฟอเรสต์) ซึ่งเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อมดังกล่าว อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ Seiko เลือก ‘Nausicaä of the Valley of the Wind’ มาเป็นแรงบันดาลใจให้กับเรือนเวลารุ่นล่าสุดในซีรีย์ ‘Studio Ghibli’ ก็เป็นได้

Hayao Miyazaki

 

เรือนเวลารุ่นพิเศษนี้สร้างสรรค์โดยใช้พื้นฐานของคอลเลกชั่น Presage เช่นเดียวกับ 2 รุ่น ที่เคยทำร่วมกับ ‘Studio Ghibli’ ไปก่อนหน้า ในซีรีย์ ‘Craftsmanship’ (คราฟต์สแมนชิพ) ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานเสน่ห์งานฝีมือแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น มาในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 40.5 มิลลิเมตร หนา 12.4 มิลลิเมตร พื้นผิวแบบพ่นทรายพร้อมเทคนิคชุบแข็ง ‘Super-hard Coating’ (ซูเปอร์ฮาร์ด โคติง) พร้อมเม็ดมะยมดีไซน์เฉพาะที่ประดับยอดด้วยไพลินทรงหลังเบี้ย อันได้ต้นแบบมาจากดวงตาของ ‘Ohmu’ (โอหมุ) แมลงหุ้มเกราะขนาดยักษ์ที่อาศัยอยู่ในป่าพิษ กันน้ำได้ 100 เมตร กรอบฝาหลังเคลือบด้วยสีทอง สลักข้อความ ‘Clothed in blue robes, descending onto a golden field’ (คลอธด์ อิน บลู โรปส์ เดสเซนดิง ออนทู อะ โกลเดน ฟิลด์) ซึ่งเป็นคำทำนายในเรื่องเกี่ยวกับผู้กอบกู้ธรรมชาติ และนำผู้คนไปสู่ดินแดนแห่งธรรมชาติอันบริสุทธิ์ พร้อมหมายเลขประจำเรือน ตรงกลางกรุคริสตัลแซพไฟร์ที่ตกแต่งเป็นรูปพืชไร้สารพิษที่งอกขึ้นมาจากส่วนลึกของใต้ทะเลแห่งความเสื่อมโทรม ซึ่งปรากฏอยู่ในฉากสุดท้ายของ ‘Nausicaä of the Valley of the Wind’ เป็นนัยยะว่าระบบนิเวศน์ได้รับการฟื้นฟูแล้ว

 

หน้าปัดสะท้อนงานฝีมือตำรับญี่ปุ่นด้วยการทำพื้นผิวลงยาสีน้ำเงินตามโทนสีที่ ‘Nausicaä’ ตัวเอกของเรื่องสวมใส่ ด้วยฝีมือของ Mitsuru Yokosawa (มิตสุรุ โยโกซาวะ) ช่างฝีมือระดับขุนพลที่เคยฝากผลงานไว้กับ Seiko มาแล้วหลายต่อหลายรุ่น ตกแต่งด้วยสัญลักษณ์พิเศษแบบเดียวกับที่ปรากฏอยู่บนชุดเหนือตำแหน่ง 6 นาฬิกา หลักชั่วโมงและแทร็คเวลาถูกนำเสนอมาในสีขาวเด่นเพื่อให้สามารถอ่านค่าได้ง่าย ขณะที่การแสดงเวลาจัดมาแบบ 3 เข็ม ด้วยเข็มทรงใบไผ่สีเงิน ควบคุมการทำงานด้วยกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ออโตเมติก Cal.6R51 ที่สามารถขึ้นลานผ่านการไขเม็ดมะยมได้อีกทางหนึ่ง พร้อมระบบแฮ็คเข็มวินาทีเพื่อให้ตั้งเวลาได้เที่ยงตรงมากขึ้น เดินด้วยความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง ติดตั้งทับทิมกันสึก 24 เม็ด และสะสมพลังงานได้นานถึง 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน จากการขึ้นลานผ่านโรเตอร์เคลือบทองที่กวัดแกว่งแบบ 2 ทาง ซึ่งนำเสนอให้ชมอยู่ทางด้านหลัง

 

สายหนังที่ประกอบมากับนาฬิกาเรือนนี้เป็นสายที่ผลิตจากโรงฟอกหนังที่ได้รับการรับรองโดย ‘Leather Working Group’ (เลเธอร์ เวิร์คกิง กรุ๊ป) หรือ ‘LWG’ อันเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการผลิตเครื่องหนังที่ยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมปั๊มลายแมลงหุ้มเกราะ ‘Ohmu’ ไว้ที่ปลายสายอย่างโดดเด่น บรรจุมาในกล่องสีน้ำเงินดีไซน์พิเศษที่ภายในตกแต่งเป็นฉากป่าพิษในอนิเมะ พร้อมโปสการ์ดที่เขียนข้อความภาษาญี่ปุ่น มีความหมายว่า ‘มาร่วมกันใช้ชีวิตโดยไม่ถูกผูกมัดด้วยกาลเวลา’ โดยผู้กำกับ Hayao Miyazaki และผลิตให้แย่งกันเป็นเจ้าของด้วยจำนวนแค่ 1,500 เรือน โดยมีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 1 มีนาคมนี้ ในราคา 67,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up