UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesSEIKO PROSPEX KING TURTLE - สถาปนาราชาเต่า

SEIKO PROSPEX KING TURTLE – สถาปนาราชาเต่า

by: ‘TomyTom’

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นห้วงเวลาที่นาฬิกาดำน้ำดีไซน์วินเทจได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ไม่ว่าจะนาฬิกาสวิสหรือจากแดนอาทิตย์อุทัยประเทศ ซึ่งสำหรับ Seiko (ไซโก) แล้ว ตระกูลที่ให้ชื่อว่า ‘Turtle’ (เทอร์เทิล) หรือเจ้าเต่าอันมีที่มาจากความละม้ายของรูปทรงตัวเรือนก็เป็นหนึ่งในตระกูลที่ได้เสียงตอบรับล้นหลามจนออกเวอร์ชั่นต่างๆ มามากมายไม่หวาดไม่ไหวต่อเนื่องกันมาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นแบบมาตรฐานหรือเอดิชั่นพิเศษ ทั้งที่ระบุและไม่ระบุจำนวนการผลิต มาถึงปี 2020 นี้ Seiko ก็ทำการอัพเกรดเพิ่มความสดใหม่มาเป็นทางเลือกให้กับตระกูลนี้ด้วยรุ่นที่ได้รับการขนานนามว่า ‘King Turtle’ (คิง เทอร์เทิล) ราชาเต่า เปิดตัวใน 3 รหัสรุ่นคือ SRPE03K, SRPE05K และ SRPE07K แต่ยังคงมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Prospex Automatic Diver 200m (โพรสเป็กซ์ ออโตเมติก ไดเวอร์ 200 เมตร) เหมือนซีรีส์ SRP อันเป็นรหัสขึ้นต้นของ ‘Turtle’ รุ่นสามัญทั้งหลาย

 

แม้จะได้ชื่อว่า ‘King Turtle’ แต่สถานะระดับชั้นของซีรีส์ SRPE ก็ยังคงจัดเป็นหนึ่งในนาฬิกาดำน้ำรุ่นเริ่มต้นของกลุ่มนาฬิกา Prospex เช่นเดียวกับที่ ‘Turtle’ รหัส SRP เป็น ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 45.0 มิลลิเมตร หนา 13.2 มิลลิเมตร พร้อมเม็ดมะยมกับฝาหลังชนิดขันเกลียว และขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียว กันน้ำได้ 200 เมตร ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ ‘In-house’ (อินเฮาส์) ที่หยุดเข็มวินาทีขณะตั้งเวลาได้ Cal.4R36 ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 41 ชั่วโมง แสดงเวลา 3 เข็มพร้อมการบอกวันและวันที่ แต่จุดแตกต่างที่ Seiko ทำให้ ‘King Turtle’ เหนือชั้นกว่า ‘Turtle’ ก็คือการอัพเกรดคุณภาพวัสดุให้กับหลายชิ้นส่วน ได้แก่ กระจกหน้าปัดที่เปลี่ยนจากฮาร์ดเล็กซ์ซึ่งเป็นมิเนอรัลคริสตัลมาเป็นแซพไฟร์คริสตัลพร้อมเลนส์ขยายบริเวณช่องหน้าต่างบอกวันกับวันที่ (ซึ่งที่ผ่านมามักใช้กับ ‘Turtle’ เฉพาะรุ่นพิเศษเท่านั้น) วงแหวนขอบตัวเรือนที่เปลี่ยนจากอะลูมิเนียมมาเป็นเซรามิก ทั้งยังออกแบบร่องหยักของขอบตัวเรือนสตีลให้มีความลึกและมีลักษณะเป็นเหลี่ยมยิ่งขึ้น นำมาซึ่งลักษณะที่ดูเข้มแข็งและทันสมัยกว่า ‘Turtle’ ระดับสามัญอยู่ไม่น้อย ปิดท้ายด้วยแผ่นหน้าปัดที่เปลี่ยนจากแบบผิวเรียบทั่วไปมาเป็นแบบมีร่องลายมากมิติ ซึ่งรุ่น SRPE03K กับ SRPE05K จะเป็นร่องตารางสี่เหลี่ยม ขณะที่หน้าปัดของ SRPE07K ใช้เป็นลายคลื่นที่บ่งบอกว่าเป็นนาฬิกาเอดิชั่นพิเศษ ซีรีส์ ‘Save the Ocean’ (เซฟ ดิ โอเชียน) ของ Seiko เอง

King Turtle SRPE03K

‘King Turtle’ รุ่น SRPE03K มากับหน้าปัดสีดำร่องลายตาราง ชิ้นหลักชั่วโมงและเข็มสีเงิน สารเรืองแสง ‘Lumibrite’ (ลูมิไบรท์) สีขาว เข็มวินาทีสีทองสลับดำ ข้อความ ‘Diver’s 200m’ สีทอง ร่วมกับแผ่นแหวนเซรามิกสีดำบนขอบตัวเรือนและจับคู่มากับสายสเตนเลสสตีลรูปแบบเดิมของ ‘Turtle’ ตั้งราคาจำหน่ายไว้ 22,900 บาท ส่วนรุ่น SRPE05K นั้นใช้แผ่นวงแหวนขอบตัวเรือนสีดำ และใช้เข็มกับหลักชั่วโมงและข้อความบนหน้าปัดเป็นสีเดียวกับ SRPE03K แต่หน้าปัดซึ่งเป็นแบบร่องลายตารางเช่นเดียวกันนั้นเป็นสีเขียวขี้ม้า จับคู่มากับสายซิลิโคนสีเขียวสไตล์แอคคอร์เดียนอันเป็นลักษณะเฉพาะตัวของ Seiko ล็อกด้วยหัวเข็มขัดสเตนเลสสตีล ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 21,800 บาท

King Turtle SRPE05K

 

ขณะที่ SRPE07K จะมากับหน้าปัดสีน้ำเงินลายคลื่น ขณะที่ชิ้นหลักชั่วโมงและเข็มยังคงเป็นสีเงิน แต่เข็มวินาทีจะเป็นสีเงินทรงลูกศร ต่างไปจากรุ่นหน้าปัดลายตาราง ส่วนวงแหวนขอบตัวเรือนเป็นเซรามิกสีน้ำเงินพร้อมสเกลสีทองอ่อน จับคู่มากับสายซิลิโคนสีดำรูปแบบแอคคอร์เดียน สำหรับรุ่นนี้ในต่างประเทศตั้งราคาไว้เท่ากับ SRPE05K แต่ Seiko ประเทศไทยมิได้แจ้งราคาไว้

King Turtle SRPE07K

 

ด้วยราคาจำหน่ายที่สูงกว่า ‘Turtle’ รุ่นสามัญอยู่หลายพันบาท แต่ได้วัสดุที่เหนือกว่า ได้แก่กระจกแซพไฟร์คริสตัลพร้อมเลนส์ขยายวันกับวันที่ และวงแหวนเซรามิกบนขอบตัวเรือน ทั้งยังได้หน้าปัดรูปแบบร่องลายมากมิติมาแลกเปลี่ยนเช่นนี้ Seiko Prospex Automatic Diver 200M ‘King Turtle’ ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและน่าสนใจมากพอดู แต่จะฮิตกันมากน้อยแค่ไหนก็คงต้องรอดูกันสักระยะเพราะ 3 รุ่นแรกของ ‘King Turtle’ นี้เพิ่งเปิดตัวและเริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020 โดยในประเทศไทยนั้นเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤษภาคม

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up