UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesSEIKO PROSPEX LX LIMITED EDTION - สีสันจากประกายแสง

SEIKO PROSPEX LX LIMITED EDTION – สีสันจากประกายแสง

by: ‘Mr.Big’

 

หลังจากที่ Seiko  (ไซโก) เปิดตัวซีรีย์ LX (แอลเอ็กซ์) ซึ่งเป็นซับไลน์ของคอลเลกชั่น Prospex (โพรสเป็กซ์) เพื่อแสดงถึงการยกระดับคุณภาพขึ้นไปอีกขั้น พร้อมกับความพิถีพิถันในการออกแบบที่มากขึ้นกว่าเดิม โดยคำว่า ‘LX’ ย่อมาจากภาษาละติน ‘Lux’ (ลักซ์) ซึ่งมีความหมายว่า ‘ประกายแสง’ และนั่นก็ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบนาฬิการุ่นพิเศษให้กับคอลเลกชั่นนี้ จากความงามของผืนน้ำที่สวยงามด้วยประกายแสงตกกระทบใน 2 อารมณ์ นั่นคือ Ref.SNR041 และ SNR043 เรือนเวลา 2 รุ่นพิเศษจากพิเศษจาก Prospex LX Line Limited Edition (โพรสเป็กซ์ แอลเอ็กซ์ ไลน์ ลิมิเต็ด เอดิชั่น)

 

จากความสวยงามของแสงสะท้อนผืนน้ำ นำมาซึ่งสีสันบนหน้าปัดและขอบตัวเรือนที่เป็นเอกลักษณ์ โดย Ref.SNR041 ได้รับการสรรค์สร้างภายใต้สีสันความงามของแสงตกกระทบผิวน้ำของอาทิตย์ยามเช้า โดยปรากฏเป็นสี ‘Violet Gold’ (ไวโอเล็ต โกลด์) ซึ่งเป็นเฉดสีเฉพาะบนหน้าปัด และวงแหวนขอบตัวเรือนที่สร้างสรรค์จาก ‘Cermet’ (เซอร์เมท) ซึ่งเป็นวัสดุพิเศษที่สังเคราะห์ขึ้นมาภายใต้แนวคิดที่รวมเอาคุณสมบัติของวัสดุ 2 ชนิดเข้าไว้ด้วยกัน คือเซรามิก และโลหะ (Metal) ทำให้มีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอและการแตกบิ่น รวมถึงทนต่อปฏิกิริยาทางเคมี มาพร้อมตัวเรือนและสายที่ผลิตจากไทเทเนียม

 

ส่วน Ref.SNR043 โชว์ความสะดุดตาด้วยสีสันบนหน้าปัดและขอบตัวเรือน ‘Cermet’ ที่รังสรรค์ในเฉดสีแพลทินัมเข้ม จากแรงบันดาลใจในความงามของแสงจันทร์ที่สาดส่องกระทบผิวน้ำจนเกิดเป็นประกายในความมืด โดยวงแหวนขอบตัวเรือนผลิตจาก ‘Cermet’ เช่นเดียวกับ Ref.SNR041 ส่วนตัวเรือนอวดโฉมในลุคสีเข้ม จากการเคลือบสีดำลงบนไทเทเนียม ประกอบกับสายยางซิลลิโคนสีดำเพิ่มบุคลิกสปอร์ตแบบลุ่มลึก

 

ทั้ง 2 รุ่นผลิตในจำนวนจำกัดแบบละ 200 เรือน โดยมีขนาดตัวเรือนที่เท่ากันคือ 44.8 มิลลิเมตร หนา 15.7 มิลลิเมตร สามารถกันน้ำได้ลึกถึง 300 เมตร ขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียว ติดตั้งเม็ดมะยมอย่างมีเอกลักษณ์ที่ 4 นาฬิกา พร้อมขัดแต่งเหลี่ยมมุมบนขอบตัวเรือนด้วยเทคนิค ‘Zaratsu’ (ซารัตซึ) ซึ่งเป็นวิธีการขัดแต่งแบบเดียวกับที่ใช้ขัดแต่งดาบซามูไร แสดงเวลาแบบ 3 เข็ม โดยที่เข็มชี้และมาร์คเกอร์ถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ เคลือบด้วยสารเรืองแสง ‘Lumibrite’ (ลูมิไบรท์) เพื่อความชัดเจนในการดูเวลาในทุกทัศนวิสัย แสดงวันที่ผ่านช่องหน้าต่าง 3 นาฬิกา และมีมาตรแสดงค่าพลังงานคงเหลือบริเวณ 7-8 นาฬิกา ฝาหลังทึบ สลักลวดลายเกลียวคลื่นพร้อมหมายเลขประจำเรือน

 

ด้านการทำงานยังคงรักษามาตรฐานชั้นเลิศเอาไว้ด้วยการบรรจุกลไก ‘Spring Drive’ (สปริง ไดรฟ์) แบบขึ้นลานอัตโนมัติ Cal.5R65 ที่มีมาตรฐานความเที่ยงตรงสูง โดยมีอัตราความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ +/-1 วินาที/วัน หรือ +/-15 วินาที/เดือน ให้การเคลื่อนไหวของเข็มวินาทีเป็นไปอย่างนุ่มลื่น และเงียบ ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและแรงกระแทกได้เป็นเยี่ยม พร้อมความสามารถสำรองพลังงานได้นาน 72ชั่วโมง หรือ 3 วัน กำหนดวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน ในสนนราคาที่ 680,000 เยน หรือประมาณ 197,000 บาท

 

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up