UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesSILVER FACE ROYAL OAK 15500 - หน้าปัดสีเงินมาแล้ว

SILVER FACE ROYAL OAK 15500 – หน้าปัดสีเงินมาแล้ว

by: ‘TomyTom’

 

เจเนอเรชั่นล่าสุดของนาฬิกาสปอร์ตหรูตัวเรือนสเตนเลสสตีล กลไกอัตโนมัติ ที่แสดงเวลาแบบ 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันวันที่ในตระกูล Royal Oak (รอยัล โอ๊ก) ของ Audermars Piguet (โอเดอมาร์ส ปิเกต์) ซึ่งใช้รหัส Ref.15500ST เพิ่งเปิดตัวออกมาเมื่อปี 2019 โดยเริ่มนำเสนอด้วย 3 เวอร์ชั่นสีหน้าปัดให้เลือก คือสีน้ำเงิน สีเทาดำ และสีดำ มาถึงปี 2020 ความคลาสสิกเรียบหรูของหน้าปัดโทนสีเงินก็เผยโฉมออกมา ทำให้นาฬิกามีรูปแบบเป็นสีเงินโมโนโครมตลอดเรือน มีเพียงชื่อแบรนด์ ข้อความ ‘Swiss Made’ (สวิส เมด) สเกลนาที และตัวเลขวันที่เท่านั้นที่เป็นสีดำ

 

จุดแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่าง Ref.15400 นาฬิกา Royal Oak Selfwinding 41MM (รอยัล โอ๊ก เซลฟ์ไวน์ดิง 41 มิลลิเมตร) กลไกอัตโนมัติ 3 เข็ม ฟังก์ชันวันที่เจเนอเรชั่นก่อน ซึ่งรับหน้าที่เป็นแกนหลักของคอลเลกชั่น Royal Oak มาตั้งแต่ปี 2012 กับ Ref.15500 ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นล่าสุดก็คือ การเปลี่ยนมาใช้กลไกขึ้นลานอัตโนมัติ ‘In-house’ (อินเฮาส์) คาลิเบรอใหม่เอี่ยมซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เนื่องจากมีเสียงค่อนแคะกันมากว่า Cal.3120 ที่ใช้กับ Ref.15400 นั้นมีขนาดเล็กเกินไป ทำให้จานและช่องหน้าต่างแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา อยู่ห่างจากขอบหน้าปัดมากเกินไป ทำให้สัดส่วนของพื้นที่บนหนาปัดดูไม่ลงตัวนัก กลไกชุดใหม่ที่นำมาใช้กับ Ref.15500 ก็คือเครื่องขึ้นลานอัตโนมัติ ทับทิม 32 ชิ้น ชิ้นส่วนกลไกรวม 257 ชิ้น Cal.4302 ซึ่งเป็นคาลิเบรอเดียวกับที่ใช้ในคอลเลกชั่น CODE 11.59 (โค้ด อีเลฟเวน ฟิฟตีไนน์) ซึ่งเปิดตัวออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2019 เช่นเดียวกันนั่นเอง

 

Cal.4302 นั้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 32.0 มิลลิเมตร ซึ่งใหญ่กว่าขนาด 26.6 มิลลิเมตร ของ Cal.3120 อยู่ 5.4 มิลลิเมตร จึงเหมาะเจาะลงตัวกับขนาดตัวเรือน 41.0 มิลลิเมตร ของ Ref.15500 เป็นอย่างยิ่ง โดยประจักษ์ชัดเจนเมื่อพลิกด้านหลังของตัวเรือนขึ้นมามองผ่านแผ่นแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารกันแสงสะท้อนที่กรุบนฝาหลังซึ่งบานใหญ่กว่า Ref.15400 อย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังงดงามชวนหลงใหลด้วยงานตกแต่งลายขัด ‘Geneva Stripes’ (เจนีวา สไตรป์ส) บนสะพานจักร งานขัดเงาบริเวณสันขอบ และรูปแบบการฉลุโปร่งของโรเตอร์ทอง กลไกคาลิเบรอนี้มีความถี่การทำงานอยู่ที่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง และสามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 70 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อเทียบกับความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง และพลังงานสำรอง 60 ชั่วโมงของ Cal.3120 แล้ว ก็ต้องบอกว่า Cal.4302 นั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่า และด้วยขนาดของตัวเครื่องก็ส่งผลให้สามารถวางกรอบหน้าต่างวันที่ให้อยู่ชิดกับวงสเกลนาทีบริเวณขอบตัวเรือน อันเป็นตำแหน่งที่แฟนๆ เรียกร้องกันได้แล้ว

 

ส่วนความแตกต่างในด้านรูปโฉมนั้น หน้าปัดของ Ref.15500 จะต่างจาก Ref.15400 ตรงที่แบ่งส่วนสเกลวินาทีมาอยู่บนวงแหวนขอบหน้าปัด ไม่ได้พิมพ์สเกลไว้บนพื้นหน้าปัดเฉยๆ แบบ Ref.15400 ชิ้นแท่งหลักชั่วโมงทองขาว 18K เคลือบสารเรืองแสงเป็นขีดถูกปรับให้มีขนาดกว้างขึ้นแต่สั้นลง และขยับร่นเข้าสู่ศูนย์กลางขึ้นอีกเล็กน้อยเพื่อจัดสมดุลย์ และแน่นอนว่าหลักชั่วโมงตำแหน่ง 3 นาฬิกา ซึ่งเคยเป็นจุดขัดตาของ Ref.15400 ได้ถูกขจัดออกไปแล้ว ตราโลโก้ ‘AP’ สีเงินถูกปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้น และนำข้อความ ‘Automatic’ (ออโตเมติก) ที่เคยมีใน Ref.15400 ออกไป ส่วนลาย ‘Grande Tapisserie’ (กรองด์ ทาพิสเซอรี) บนหน้าปัดยังคงเป็นลักษณะเดียวกัน ขณะที่ดีไซน์ของเข็มวินาทีจะเปลี่ยนไป โดยมีการฉลุโปร่งบริเวณหัวเข็มที่แผ่กว้างออกคล้ายกับใบพาย อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนฟอนต์ตัวเลขวันที่ให้มีสันเหลี่ยมยิ่งขึ้น ทำให้ตัวเลขดูมีขนาดใหญ่เต็มกรอบมากขึ้น ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหน้าปัดกว้างขึ้นอีกเล็กน้อย ส่งผลให้ขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมต้องขยายขนาดตามขึ้นไปด้วย เห็นได้จากขอบบนกับขอบล่างที่ขยับไปจนเกือบชิดกับสันเหลี่ยมของตัวเรือน

Ref.15500ST (ซ้าย) เทียบกับ Ref.15400ST (ขวา)

 

ตัวเรือนของ Ref.15500ST ยังคงเป็นสเตนเลสสตีลขนาด 41.0 มิลลิเมตร ผนึกกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลเคลือบสารกันแสงสะท้อน ใช้เม็ดมะยมแบบล็อกเกลียว และกันน้ำได้ 50 เมตร เช่นเดียวกับ Ref.15400ST แต่ตัวเครื่องที่ใหญ่ขึ้นก็ทำให้ตัวเรือนของ Ref.15500 หนาขึ้นอีกเล็กน้อย จาก 9.8 มิลลิเมตร ของ Ref.15400 มาเป็น 10.4 มิลลิเมตร

 

ราคาจำหน่ายสำหรับ Audemars Piguet Royal Oak Selfwinding 41MM ตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีล หน้าปัดสีเงิน Ref.15500ST.OO.1220ST.04 ถูกตั้งไว้ที่ 20,700 ยูโร หรือราว 766,000 บาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up