UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesWatch of the DaySPEEDMASTER เรือนทอง ฉลอง 50 ปีพิชิตดวงจันทร์

SPEEDMASTER เรือนทอง ฉลอง 50 ปีพิชิตดวงจันทร์

by: ‘TomyTom’

 

นับจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์แห่งมวลมนุษยชาติเมื่อปี 1969 ที่ยาน ‘Apollo 11’ (อพอลโล 11) พาก้าวเล็กๆ ของมนุษย์โลกเหยียบย่างลงบนพื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งแรก มาจนถึงปี 2019 นี้ก็นับได้ 50 ปีพอดี คนรักนาฬิกาทราบดีอยู่แล้วว่ามนุษย์อวกาศในภารกิจครั้งนั้นคาดนาฬิกา Omega Speedmaster (โอเมก้า สปีดมาสเตอร์) อยู่บนข้อมือด้วย ฉะนั้นในปีที่ 50 แห่งเหตุการณ์สำคัญนี้ Omega จึงไม่พลาดที่จะสร้างนาฬิการุ่นพิเศษสุดๆ ขึ้นมาเพื่อดำรงเกียรติประวัติให้คงอยู่สืบไป ซึ่งก็คือ Speedmaster Apollo 11 50th Anniversary Limited Edition (สปีดมาสเตอร์ อพอลโล 11 เดอะ ฟิฟตีธ์ แอนนิเวอร์ซารี ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ใช้รหัสรุ่น Ref.310.60.42.50.99.001

 

ความพิเศษของเรือนฉลองนี้คือการนำ Speedmaster รุ่นพิเศษ ตัวเรือนและสายทอง 18K พร้อมขอบตัวเรือนสีแดงเบอร์กันดี และหลักชั่วโมงทองคำประดับออนิกซ์ รับกับเข็มชี้สีดำ Ref.BA145.022 ที่ผลิตขึ้น 1,014 เรือน ระหว่างปี 1969-1973 ซึ่งถือเป็น Speedmaster แบบแรกที่มีการรันลำดับหมายเลขเรือน (Numbered Edition) มาใช้เป็นต้นแบบ ด้วยเหตุผลที่ว่า Ref.BA145.022 สร้างขึ้นเพื่อฉลองความสำเร็จของภารกิจ ‘Apollo 11’ เมื่อปี 1969 โดยเรือนหมายเลข 3-28 และหมายเลข 1001-1008 ได้มอบให้กับทีมมนุษย์อวกาศขององค์การนาซ่า (NASA) ทั้งยังมอบให้แก่ประธานาธิบดี Richard Nixon (ริชาร์ด นิกสัน) และรองประธานาธิบดี Spiro Agnew (สปิโร แอกนิว) อีกคนละเรือน จัดเป็นเอดิชั่นที่นักสะสมตามหา ซึ่งก็หายากสุดๆ

เรือนต้นแบบ Ref.BA145.022 จากปี 1969 (ซ้าย) เทียบกับรุ่นล่าสุด Ref.310.60.42.50.99.001 (ขวา)

 

ผลงานใหม่เพื่อฉลอง 50 ปีของเหตุการณ์สำคัญนี้ ถอดรูปลักษณ์มาจากรุ่นต้นฉบับได้อย่างสมบูรณ์ แต่เพิ่มประสิทธิภาพด้วยกลไกไขลานโครโนกราฟแบบจับเวลา 12 ชั่วโมง โดยกลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) Cal.Omega 3861 ชุดนี้เป็นเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนาต่อเนื่องมาจาก Cal.861 ที่ใช้กับรุ่นต้นฉบับ โดยหนนี้มาพร้อมกับระบบปล่อยจักรแบบ ‘Co-Axial’ โคแอกเซียล) และใช้สายใยจักรกลอกที่ทำจากซิลิกอน ‘Si14’ พร้อมมาตรฐานคุณภาพระดับสูง ‘Master Chronometer’ (มาสเตอร์ โครโนมิเตอร์) ที่มีทั้งความเที่ยงตรงและคุณสมบัติในการต้านทานสนามแม่เหล็กรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ Omega ยังเคลือบทองบนแท่นเครื่องและสะพานจักร ตกแต่งด้วยข้อความสีแดงเบอร์กันดีอย่างงดงาม

 

Cal.Omega 3861

 

นอกจากนี้สีของทอง 18K ของตัวเรือนขนาด 42.0 มิลลิเมตร รวมถึงสาย และพื้นหน้าปัด ตลอดจนทองที่เคลือบบนผิวกลไก ยังเป็นการสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ด้วยแรงบันดาลใจจากแสงจันทร์ท่ามกลางท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งเมื่อเทียบกับสีของทอง (Yellow Gold) แล้ว ทองสีใหม่ที่ Omega เรียกว่า ‘MoonshineTM Gold’ (มูนไชน์ โกลด์) นี้จะมีสีอ่อนกว่า แต่มาพร้อมคุณสมบัติที่ไม่ซีดจาง และรักษาความอร่ามเมื่อผ่านกาลเวลาได้ดีกว่า อีกทั้งสีที่อ่อนอบอุ่นนี้ยังสะท้อนลักษณะของทองคำในสมัยของเรือนต้นฉบับที่มีความผ่องสว่างน้อยกว่าทองคำในยุคปัจจุบัน

ส่วนวงแหวนขอบตัวเรือนนั้นเปลี่ยนมาใช้เซรามิก พร้อมสเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) ที่ประดิษฐ์ด้วย ‘Ceragold’ (เซราโกลด์) ซึ่งเป็นการบรรจุทองคำลงไปในเนื้อเซรามิก แต่ยังคงเอกลักษณ์ตำแหน่งของจุดเหนือเลข 90 ที่เรียกกันว่า ‘Dot Over 90’ (ดอท โอเวอร์ ไนน์ตี) หรือ ‘DON’ อันเป็นรูปแบบของขอบตัวเรือนของ Speedmaster ยุคแรกเอาไว้เพื่อให้เหมือนกับต้นฉบับ อีกสิ่งที่เห็นได้ว่าเปลี่ยนไปก็คือ เข็มชั่วโมงกับนาทีจากสีดำล้วนมาเป็นเข็มสีทองที่แต้มแถบขีดสารเรืองแสงสีดำแทน ส่วนกระจกหน้าปัดนั้นใช้คริสตัลแซพไฟร์ทรงกล่องเพื่อให้คล้ายกับรุ่นต้นฉบับ

 

ตามธรรมเนียมของนาฬิการุ่นพิเศษนั้น จะต้องมีข้อความบ่งบอกความพิเศษไว้ด้านหลังตัวเรือน ซึ่งผลงานนี้ใช้ฝาหลังแบบผนึกคริสตัลแซพไฟร์ใสให้มองเห็นเครื่อง แต่สลักข้อความสีเบอร์กันดีไว้โดยรอบว่า ‘1969-2019’ และหมายเลขประจำเรือน ส่วนขอบชั้นในตกแต่งด้วยการเคลือบเทคนิค PVD 2 สี น้ำเงินกับดำ และยังยิงเลเซอร์เป็นภาพแผนที่ทวีปอเมริกา และยังฝังแผ่นอุกกาบาตลงในเนื้อทองอย่างประณีตเพื่อเป็นตัวแทนของดวงจันทร์ ส่วนพื้นที่ที่เหลือปรากฎเป็นข้อความบ่งบอกถึงวาระ 50 ปีของภารกิจ ‘Apollo 11’ และสถานะการเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ถูกสวมใส่บนดวงจันทร์

นาฬิกาเรือนงามนี้มาพร้อมกล่องบรรจุที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งนำลักษณะมาจากกล่องของรุ่นต้นฉบับ และมีกล่องลังที่ออกแบบขึ้นใหม่ให้มาด้วย ส่วนจำนวนผลิตนั้นกำหนดไว้เท่ากับจำนวนของรุ่นต้นฉบับ นั่นก็คือ 1,014 เรือน เปิดราคาจำหน่ายที่ 32,000 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 1 ล้านบาท) ยังไม่รวมภาษี โดยกำหนดส่งมอบคาดว่าจะเป็นเดือนมิถุนายน 2019 นี้

 

 

Previous article
Next article
SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up