UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesSPIRIT OF BIG BANG MECA-10 - พลังสำรอง 10 วันในตัวเรือนทรงถังเบียร์

SPIRIT OF BIG BANG MECA-10 – พลังสำรอง 10 วันในตัวเรือนทรงถังเบียร์

by: ‘TomyTom

 

ที่ผ่านมาเราเคยเห็นผลงานเครื่องไขลาน ‘In-house’ (อินเฮาส์) พลังงานสำรอง 10 วัน บนโครงสร้างสเกเลตันของ Hublot (อูโบลท์) ในตัวเรือนทรงดั้งเดิมตระกูล Big Bang (บิ๊ก แบง) รุ่น Big Bang Meca-10 (บิ๊กแบง เมกาเท็น) ของ Hublot กันมาแล้ว มาถึงปี 2020 นี้ ทางแบรนด์ได้นำพื้นฐานกลไกล้ำเลิศเทคนิคของเครื่องที่บ่งบอกถึงศักยภาพในการสร้างจักรกลบอกเวลาของ Hublot มารังสรรค์ขึ้นใหม่ในโครงร่างรูปทรงที่เหมาะกับการบรรจุไว้ในตัวเรือนทรง ‘Tonneau’ (ตอนโน) ซึ่งคนไทยเราเรียกกันว่าทรงถังเบียร์ของตระกูล Spirit of Big Bang (สปิริต ออฟ บิ๊ก แบง) นี่คือ Spirit of Big Bang Meca-10 (สปิริต ออฟ บิ๊ก แบง เมกาเท็น) ที่ดูจะยกระดับความน่าสนใจให้กับนาฬิกาตระกูลนี้ได้มากกว่าแค่สไตล์เท่ๆ ของรูปทรงตัวเรือน นับเป็นความน่าตื่นตาระดับต้นๆ ในความโดดเด่นของดีไซน์กลไกสำหรับตัวเรือนที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 2014 ตระกูลนี้กันเลยทีเดียว

 

พลังงานสำรองอันยาวนานถึง 10 วันของเครื่องตระกูล Meca-10 นี้มาจากการใช้ตลับลานชนาดใหญ่ 2 ชุด ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากการไร้ซึ่งแผ่นหน้าปัดมาบดบัง อีกทั้ง Hublot ยังตั้งใจสร้างระบบกลไกแสดงพลังงานสำรองที่มีความล้ำเลิศทางเทคนิคด้วยการใช้ระบบ ‘Rack and Pinion’ (แร็ค แอนด์ พิเนียน) อันเป็นรูปแบบการประสานการทำงานกันของราวและเฟือง เพื่อส่งสาส์นขับเคลื่อนเฟืองแสดงพลังงานสำรองให้เคลื่อนหมุนเพื่อชี้แสดงระดับพลังงานบนมาตรผ่านช่องหน้าต่างของวงเฟือง แท่งหลักชั่วโมงถูกติดตั้งไว้บนกรอบหน้าปัดสีดำด้านเพื่อเป็นตำแหน่งในการอ่านค่าจากเข็มชั่วโมงและนาทีทรงดาบเคลือบสารเรืองแสง โดยมีเข็มวินาทีขนาดเล็กอยู่ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ชี้ค่าไปยังสเกลบนวงแหวนทรงกลม ทั้งนี้ก็เพื่ออุทิศความน่าสนใจทั้งหมดให้กับองค์ประกอบของกลไกที่ดูจะจงใจออกแบบมาเพื่ออวดความล้ำเลิศและสวยงามกันตั้งแต่ต้นด้วยโครงสร้างแบบ ‘Skeleton’ (สเกเลตัน) ที่วางตำแหน่งของระบบกลไกต่างๆ ให้มองเห็นได้จากทางด้านหน้า ทั้งชุดจักรกลอก ตลับลาน และระบบ ‘Rack and Pinion’ สำหรับแสดงพลังงานสำรอง ไปจนถึงรูปทรงของสะพานจักรสีดำชิ้นต่างๆ ที่มาในโครงเรขาคณิต เมื่อมองผ่านแผ่นแซพไฟร์ที่กรุอยู่กับฝาหลังจะเห็นตลับลานขนาดใหญ่ทั้ง 2 ชุด และเฟืองจักรต่างๆ ที่ยึดไว้กับสะพานจักร 3 ท่อนอันเป็นรูปแบบโครงสร้างจักรกลแบบโมเดิร์นที่น่าประทับใจของกลไก Meca-10 อีกทั้งเมื่อปรับรูปทรงของสะพานจักรให้พอดิบพอดีกับตัวเรือนทรงตอนโนของ Spirit of Big Bang เช่นนี้ ก็ดูเหมือนว่าจะลงตัวกว่าสะพานจักรขอบโค้งรับกับตัวเรือน Big Bang ทรงกลมของ Cal.HUB1201 ในรุ่น Big Bang Meca-10 อันเป็นเครื่องต้นตำรับเสียอีก ส่วนชื่ออย่างเป็นทางการของกลไกทรงตอนโนคาลิเบรอใหม่นี้คือ Cal.HUB1233

 

ลักษณะดีไซน์ของตัวเรือนขนาด 45.0 มิลลิเมตร หนา 14.45 มิลลิเมตร ที่ Spirit of Big Bang Meca-10 ใช้นั้นไม่ได้ต่างไปจากตระกูล Spirit of Big Bang ด้วยกัน ทั้งขอบตัวเรือนทรงตอนโนเน้นเหลี่ยมสันซึ่งยึดด้วยสกรูของ Hublot ที่มีหัวคล้ายอักษร ‘H’ จำนวน 6 ชิ้น และมีสกรูบริเวณส่วนขาของตัวเรือนอีกฝั่งละ 2 ชิ้น เม็ดมะยมขนาดใหญ่ที่มอบทั้งความง่ายต่อการใช้งานและภาพลักษณ์ความเป็นนาฬิกาสปอร์ต จับคู่มากับสายยางสีดำที่เซาะผิวเป็นแนวร่องยาวตลอดเส้น เปิดตัวมาพร้อมกัน 3 เวอร์ชั่น คือรุ่นตัวเรือนไทเทเนียม Ref.614.NX.1170.RX ที่ใช้หลักชั่วโมงและเข็มสีเงิน ในราคาเบาๆ ที่ 22,700 ยูโร หรือราว 840,000 บาท และเวอร์ชั่นตัวเรือน ‘King Gold’ (คิง โกลด์) 18K งามหรูอันเป็นทองคำสูตรเฉพาะของ Hublot พร้อมหลักชั่วโมงและเข็มสีทองเข้ากัน ราคา 43,500 ยูโร หรือราว 1.6 ล้านบาท โดยตัวเรือนและขอบตัวเรือนของ 2 เวอร์ชั่นนี้ขัดแต่งมาในรูปแบบผิวซาตินบนพื้นหลัก สลับกับงานขัดเงาบริเวณขอบสัน ร่วมด้วยการสร้างผิว ‘Microblasted’ (มโครบลาสเตด) บริเวณผิวในร่องขอบตัวเรือน ปิดท้ายด้วยเวอร์ชั่น ‘Black Magic’ (แบล็ก เมจิก) Ref.614.CI.1170.RX ตัวเรือนเซรามิกดำ หลักชั่วโมงและเข็มสีเงิน ได้อารมณ์โมเดิร์น ราคา 26,900 ยูโร หรือราว 995,000 บาท ซึ่งสร้างผิวตัวเรือนแบบ ‘Microblasted’ ขณะที่ขอบตัวเรือนเป็นงานผสมผสานทั้งการปัดลายซาติน ขัดเงา และทำ ‘Microblasted’ เหมือนกับเวอร์ชั่นไทเทเนียมและเวอร์ชั่น ‘King Gold’

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up