UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesTAG HEUER CARRERA MONTREAL LIMITED EDITION - ฟื้นชื่อเก่ามาเล่าใหม่

TAG HEUER CARRERA MONTREAL LIMITED EDITION – ฟื้นชื่อเก่ามาเล่าใหม่

by: ‘TomyTom’

 

ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1960s ต่อเนื่องตลอดทศวรรษ 1970s นั้น แบรนด์นาฬิกา Heuer (ฮอยเออร์) มีการนำชื่อสนามแข่งรถดังๆ ทั่วโลกมาตั้งชื่อคอลเลกชั่นนาฬิกาของตนหลายต่อหลายชื่อด้วยกัน ที่คุ้นหูกันดีก็คือ Monaco (โมนาโค) Silverstone (ซิลเวอร์สโตน) และ Monza (มอนซา) อันเป็นรุ่นที่มีการหยิบมาสืบสานตำนานต่อในยุคปัจจุบัน แต่ก็มีอีกรุ่นที่ TAG Heuer (แทค ฮอยเออร์) ยังไม่เคยนำกลับมาใช้ในปัจจุบัน ทั้งที่เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ชื่นชอบนาฬิกาวินเทจของ Heuer กันพอควร นั่นก็คือ Montreal (มอนทรีออล) มาถึงปี 2020 นี้ก็ถึงวาระที่จะหยิบเอาชื่อ Montreal กลับมาเล่าขาน หากมิได้เป็นรุ่นที่แยกเฉพาะออกมาต่างหาก แต่เป็นการนำมาใช้เป็นชื่อรุ่นสำหรับนาฬิกา Carrera (คาร์เรรา) ที่ผลิตแบบ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) รุ่นพิเศษลำดับที่ 2 จากตระกูล Carrera ที่สร้างขึ้นเป็นหนึ่งในคอลเลกชั่น ‘160 Years Anniversary’ (วันฮันเดรดแอนด์ซิกซ์ตี เยียร์ส แอนนิเวอร์ซารี) เพื่อฉลองวาระครบ 160 ปีของแบรนด์ในปีนี้ โดยใช้ชื่อว่า Carrera 160 Years Montreal Limited Edition (คาร์เรรา วันฮันเดรดแอนด์ซิกซ์ตี เยียร์ส มอนทรีออล ลิมิเต็ด เอดิชั่น)

TAG Heuer Carrera 160 Years Montreal Limited Edition

Heuer Montreal Ref.110503W ปี 1972

ลักษณะเฉพาะตัวอันเป็นตัวตนดั้งเดิมของนาฬิกากลไกอัตโนมัติโครโนกราฟ Heuer Montreal Ref.110503W รุ่นปี 1972 ถูกเลือกมาใช้เฉพาะส่วนของสีสันบนหน้าปัด ซึ่งประกอบด้วยพื้นหน้าปัดสีขาวกับรายละเอียดต่างๆ ที่เป็นสีน้ำเงิน เหลือง และแดง โดยวางตัวอยู่บนนาฬิกา TAG Heuer Carrera ตัวเรือนสเตนเลสสตีลแบบคลาสสิกขนาด 39.0 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 100 เมตร ซึ่งถูกขัดเงาทั้งเรือน ผนึกกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลทรงโดมพร้อมฝาหลังกรุแผ่นคริสตัลแซพไฟร์

 

แม้จะอ้างอิงรูปแบบการใช้สีสันมาจากหน้าปัดของ Heuer Montreal Ref.110503W แต่ตำแหน่งการใช้สีก็ถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับดีไซน์ในภาพรวมของ Carrera โดยตำแหน่งที่ยังคงเหมือนเดิมก็คือ พื้นหน้าปัดสีขาว สเกลบริเวณริมหน้าปัดเป็นสีน้ำเงินจาก 12 ถึง 3 นาฬิกาและเป็นสีแดงจาก 3 ถึง 12 นาฬิกา แถบสีเหลืองเป็นแนวเส้นโค้ง 3 ตำแหน่งในวงจับเวลาเป็นนาที ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และสารเรืองแสงสีเหลืองบนเข็มชั่วโมงและนาที (แน่นอนว่าเป็น ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) ตามยุคปัจจุบัน) เข็มวินาทีสีแดง ส่วนแถบวงแหวนบนหน้าปัดและพื้นวงหน้าปัดขนาดเล็กถูกปรับเปลี่ยนจากสีดำของต้นแบบมาเป็นสีน้ำเงิน และเข็มชั่วโมงกับนาทีก็ถูกปรับเปลี่ยนจากสีแดงให้เป็นสีเงินเพื่อให้สอดคล้องกับแท่งหลักชั่วโมงสีเงิน และมีการเติมรายละเอียดด้วยจุดสารเรืองแสงสีเหลืองบนหน้าปัดบริเวณหลักชั่วโมงเพิ่มเข้ามา ทั้งหมดนี้ทำให้หน้าปัดของ Carrera เอดิชั่นนี้มีความโดดเด่นและแตกต่างไปจากเอดิชั่นอื่นๆ ในปัจจุบัน ทั้งยังย้ำความวินเทจด้วยการใช้โลโก้ ‘Heuer’ แบบวินเทจที่ปราศจาก ‘TAG’ อยู่เหนือข้อความ

 

นาฬิการุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วย Cal.Heuer 02 กลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติ ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 80 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชันโครโนกราฟที่จับเวลาได้ 12 ชั่วโมง ควบคุมด้วย ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) และ Vertical-clutch’ (เวอร์ติคัลคลัตช์) โดยเพิ่มความพิเศษด้วยชิ้นโรเตอร์ฉลุโปร่งเคลือบดำ ซึ่งสร้างให้มีรูปทรงคล้ายพวงมาลัยรถ พร้อมข้อความฉลอง 160 ปีของแบรนด์บนแถบปีกที่ออกแบบให้เป็นลายธงตาหมากรุก โดยเป็นการเขียนสีแลคเกอร์บนร่องสลัก ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ใน Carrera Silver Dial Limited Edition (คาร์เรรา ซิลเวอร์ ไดอัล ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ผลงานลำดับแรกของเอดิชั่น 160 ปีจากตระกูล Carrera ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ร่วมด้วยการระบุข้อความ ‘One of 1000’ (วัน ออฟ วันเธาซันด์) เพื่อบ่งบอกความพิเศษ ส่วนสายที่มอบมาพร้อมกับตัวเรือนนั้นเป็นสายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้ม พร้อมบานพับสเตนเลสสตีลขัดเงา ปลดล็อกด้วยปุ่มกดคู่ที่ออกแบบชิ้นตัวล็อกเป็นโลโก้ ‘Heuer’ แบบวินเทจ เพื่อให้สอดคล้องกับสีสันบนหน้าปัด จำนวนการผลิตของนาฬิกาเอดิชั่นพิเศษ Carrera 160 Years Montreal Limited Edition Ref.CBK221C.FC6488 นี้จำกัดไว้ที่ 1,000 เรือน โดยจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2020 นี้เป็นต้นไปด้วยราคา 6,750 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 223,000 บาท

 

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up