UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesTAG HEUER FORMULA 1 MAX VERSTAPPEN - ความแรงครั้งใหม่กับกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ

TAG HEUER FORMULA 1 MAX VERSTAPPEN – ความแรงครั้งใหม่กับกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติ

by: ‘TomyTom’

 

TAG Heuer (แทค ฮอยเออร์) ออกนาฬิกา Formula 1 (ฟอร์มูลา วัน) ผลิตจำนวนจำกัดรุ่นพิเศษที่มีแรงบันดาลใจในดีไซน์มาจากนักแข่งรถสูตรหนึ่งชาวเนเธอร์แลนด์ Max Verstappen (แม็กซ์ เวอร์สแทพเพน) ปีละ 1 รุ่นต่อเนื่องกันมา 3 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา แต่ทั้ง 3 รุ่นที่ออกมานั้นล้วนเป็นนาฬิกาโครโนกราฟจับเวลาที่ทำงานด้วยเครื่องควอตซ์ทั้งสิ้น แต่ล่าสุดในปี 2019 นี้ เอดิชั่นใหม่ซึ่งเป็นรุ่นที่ 4 และปีที่ 4 ได้เผยโฉมออกมาในรูปแบบนาฬิกาโครโนกราฟกลไกอัตโนมัติซึ่งคงจะสมใจผู้ไม่นิยมนาฬิกาใส่แบตเตอรี่กันเสียที โดย Formula 1 Calibre 16 Max Verstappen Special Edition 2019 (ฟอร์มูลา วัน คาลิเบรอ 16 แม็กซ์ เวอร์สแทพเพน สเปเชียล เอดิชั่น 2019) Ref.CAZ2018.BA0970 ที่เห็นอยู่นี้ แม้แต่ตัว Max เองก็ยังกล่าวว่า

 

“สำหรับผมแล้ว มันดูเยี่ยมมาก ผมเป็นสุขจริงๆ ที่ TAG Heuer นำนาฬิกากลไกอัตโนมัติมาใช้ในเอดิชั่นนี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนกับการก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นหนึ่ง”

 

พื้นฐานของเอดิชั่นพิเศษนี้เป็นการนำ TAG Heuer Formula 1 Calibre 16 Automatic Chronograph ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 44.0 มิลลิเมตร หนา 12.5 มิลลิเมตร ผนึกกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัล กันน้ำได้ 200 เมตร พร้อมสายสเตนเลสสตีลปัดลายสลับกับการขัดเงาในบางบริเวณ และใช้เซรามิกสีดำปัดลายเป็นข้อกลางของสาย ติดตั้งแผ่นวงแหวนเซรามิกสีดำปัดลายบนขอบตัวเรือนสเตนเลสสตีล มาปรับแต่งรายละเอียดการตกแต่งใหม่ให้สะท้อนความเป็น Verstappen ออกมาอย่างเด่นชัด เริ่มตั้งแต่อักษรชื่อ ‘Max Verstappen’ สีแดงที่แทรกอยู่ระหว่างสเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) ซึ่งสลักอย่างคมชัดอยู่บนแผ่นวงแหวนเซรามิกบนขอบตัวเรือน ฝาหลังสลักเลข ’33’ อันเป็นหมายเลขประจำตัวในการแข่งขันของ Verstappen และตราสัญลักษณ์ของทีมแข่ง ‘Aston Martin Red Bull Racing’ (แอสตัน มาร์ติน เรดบูล เรซิง) อันเป็นต้นสังกัดของ Max ร่วมด้วยลายธงตาหมากรุกและตราสัญลักษณ์ของ TAG Heuer ทั้งหมดนี้ถูกล้อมรอบด้วยชื่อ ‘Max Verstappen’ กับข้อความ ‘4th Limited Edition’ เพื่อบ่งบอกถึงการเป็นลำดับที่ 4 ของเอดิชั่น Max Verstappen และข้อความบ่งบอกสรรพคุณของนาฬิกา ส่วนรายละเอียดของการตกแต่งหน้าปัดก็มีการปรับเปลี่ยนให้ต่างไปจากเวอร์ชั่นปกติด้วยการเลือกใช้พื้นหน้าปัดสีดำ ‘Opaline’ (โอปอลีน) ล้อมกรอบโลหะรอบวงหน้าปัดวินาทีสีดำที่ 9 นาฬิกา ขณะที่วงหน้าปัดจับเวลาทั้ง 2 เป็นสีเงิน ร่วมกับเข็มสีดำแต้มปลายสีแดง และเพิ่มความร้อนแรงด้วยการใช้เข็มจับเวลาวินาทีเป็นสีแดงทั้งอัน และใช้สารเรืองแสงสีแดงแต้มบนเข็มชั่วโมงกับเข็มนาที และบนหลักชั่วโมงที่เคลือบด้วยโรเดียม ตลอดจนบนสัญลักษณ์สามเหลี่ยมเหนือตำแหน่งหลักชั่วโมงที่ 12, 3, 6 และ 9 นาฬิกาด้วย ซึ่งเข้ากันได้ดีกับเส้นสีแดงบนร่องของปุ่มกด และเม็ดมะยม

 

กลไกโครโนกราฟขึ้นลานอัตโนมัติ Cal.16 ที่เป็นขุมพลังในการขับเคลื่อนนาฬิการุ่นนี้ ยังคงเป็น Cal.16 ยุคปัจจุบันที่ใช้อยู่กับนาฬิกาหลายรุ่นของ TAG Heuer ซึ่งไม่ได้ปรับแต่งบนพื้นฐานกลไก Valjoux (วัลฌูซ์) หรือ Cal.ETA 7750 มาสักพักใหญ่ๆ แล้ว หากแต่เป็นกลไก Cal.Sellita SW-500 โดยยังคงคุณสมบัติและคุณลักษณะที่แทบไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการจับเวลาได้สูงสุดถึง 12 ชั่วโมง ตำแหน่งของเข็มจับเวลา ฟังก์ชันวันที่ ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง และพลังงานสำรองที่มอบให้ราว 42 ชั่วโมง จำนวนการผลิตของ Formula 1 Calibre 16 Max Verstappen Special Edition 2019 เอดิชั่นนี้ TAG Heuer กำหนดไว้ที่ 333 เรือน ซึ่งเป็นการขยายเพิ่มจากหมายเลขประจำตัวของ Verstappen มา 1 หลัก โดยตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 3,100 ยูโร หรือราว 115,000 บาท ซึ่งสูงกว่าเวอร์ชั่นปกติอยู่ 200 ยูโร (ราว 7,500 บาท) แต่ก็เชื่อว่าจะจำหน่ายหมดในเวลาอันรวดเร็วเช่นเดียวกับทั้ง 3 เอดิชั่นที่ผ่านมา เพราะแม้ราคาจะสูงกว่ามากพอดู แต่ก็ผลิตขึ้นในจำนวนที่น้อยกว่าด้วย

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up