UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesTAG HEUER x FRAGMENT DESIGN CHRONOGRAPH - ดีไซน์สุดเท่พร้อมกลไก 'IN-HOUSE' ในร่าง FORMULA 1

TAG HEUER x FRAGMENT DESIGN CHRONOGRAPH – ดีไซน์สุดเท่พร้อมกลไก ‘IN-HOUSE’ ในร่าง FORMULA 1

by: ‘TomyTom’

 

ทุกวันนี้ นักออกแบบผู้มีชื่อเสียงในหลากหลายวงการได้ข้ามพรมแดนแห่งประเภทผลิตภัณฑ์มาฝากฝีมือในแวดวงที่ต่างออกไปกันมากมาย นาฬิกาก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับอิทธิพลนี้ ยกตัวอย่าง TAG Heuer (แทค ฮอยเออร์) ที่เพิ่งเปิดตัว TAG Heuer x Fragment Design Chronograph Limited Edition (แทค ฮอยเออร์ ครอส แฟรกเมนต์ ดีไซน์ โครโนกราฟ ลิมิเต็ด เอดิชั่น) ซึ่งได้เจ้าของฉายา ‘Godfather of Streetwear’ (ก๊อดฟาเธอร์ ออฟ สตรีทแวร์) นาม Hiroshi Fujiwara (ฮิโรชิ ฟูจิวาระ) นักออกแบบชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง ‘Fragment Design’ มาร่วมออกแบบเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่เคยฝากผลงานไว้กับรุ่น Carrera Fragment by Fujiwara (คาร์เรรา แฟรกเมนต์ บาย ฟูจิวาระ) ที่เปิดตัวเมื่อปี 2018 มาครั้งหนึ่งแล้ว

Hiroshi Fujiwara

 

ธีมที่ Fujiwara เลือกมาเป็นสารตั้งต้นในการสร้างสรรค์สไตล์ให้กับนาฬิการุ่นนี้ก็คือ แนวนาฬิกามอเตอร์สปอร์ตสมัยทศวรรษ 60-70s ของ Heuer และความทันสมัยของนาฬิกามอเตอร์สปอร์ตในปัจจุบัน รูปแบบแนวมินิมัลถูกนำมาใช้กับทุกองค์ประกอบบนหน้าปัด เริ่มจากผิวโอปอลีนสีดำที่มอบแสงเงาลึกล้ำน่าค้นหา พื้นที่ของวงหน้าปัดจับเวลาขนาดเล็ก 2 ตำแหน่งที่จมลึกลงไปกว่าระนาบหน้าปัดเล็กน้อยเพื่อสร้างมิติชวนมอง การไร้เข็มวินาทีขนาดเล็กมากวนสายตา สเกล ตัวเลข หน้าต่างแสดงวันที่อันเรียบง่าย ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา สัญลักษณ์ TAG Heuer คู่กับ ‘Fragment Design’ ตัวเลขและข้อความต่างๆ ที่ใช้สีขาวเพื่อความชัดเจน ก่อนจะเสริมอารมณ์ร้อนแรงแบบมอเตอร์สปอร์ตด้วยสีแดงที่พิมพ์เป็นจุดหลักชั่วโมงทรงเหลี่ยมขนาดเล็ก และเคลือบแลคเกอร์สีแดงบนเข็มจับเวลาวินาทีและเส้นแถบกับปลายสามเหลี่ยมของเข็มชั่วโมงและนาทีที่เคลือบด้วยโรเดียม คั่นด้วยแถบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีขาว

 

 

ความงามอย่างมีสไตล์ของหน้าปัดนี้ถูกล้อมด้วยขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำเงา สลักสเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) ลงสีเงิน ที่ติดตั้งบนตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 44.0 มิลลิเมตร ที่ผ่านการปัดลายบนผิว สลับกับงานขัดเงาบนเส้นสันอย่างสวยงาม พร้อมติดตั้งกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลที่เคลือบสารกันแสงสะท้อนมาให้ และใช้เม็ดมะยมแบบขันเกลียวเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถกันน้ำได้ถึงระดับ 100 เมตร ตามที่ระบุไว้บนขอบฝาหลัง ทั้งหมดนี้สร้างขึ้นบนพื้นฐานของนาฬิกาตระกูล Formula 1 (ฟอร์มูลา วัน) ของ TAG Heuer อีกทั้งความพิเศษของนาฬิการุ่นนี้ยังขยายไปถึงสายนาฬิกาด้วย โดย Fujiwara ได้ออกแบบสายสเตนเลสสตีลแบบ 5 แถว ที่ปัดลายบนผิวของชิ้นริมทั้ง 2 ฝั่ง ร่วมกับการขัดเงาบน 3 ชิ้นกลาง ทั้งยังออกแบบให้ตัวล็อกสายเป็นแบบบานพับปีกผีเสื้อ ปลดล็อกด้วยปุ่มกดคู่ ซึ่งทำให้เรือนสายประกบชิดติดกันอย่างแนบเนียนดุจสร้อยข้อมือเส้นงาม

 

นาฬิการุ่นนี้ใช้กลไกขึ้นลานอัตโนมัติ ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชันวันที่และระบบจับเวลาโครโนกราฟ 12 ชั่วโมง Cal.Heuer 02 กลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) ของ TAG Heuer ซึ่งเป็นเลิศทั้งในแง่ของกำลังสำรองที่ยาวนานถึง 80 ชั่วโมง และการควบคุมระบบสั่งการระบบจับเวลาด้วย ‘Column-wheel’ (คอลัมน์วีล) และ ‘Vertical Clutch’ (เวอร์ติคัล คลัตช์) ตามแบบฉบับเครื่องโครโนกราฟชั้นดี แต่แทนที่จะเผยให้เห็นกลไกกันชัดๆ เหมือนปกติ Fujiwara กลับเลือกที่จะใช้แผ่นแซพไฟร์คริสตัลสีแดงโปร่งแสงมากรุฝาหลัง พร้อมพิมพ์โลโก้ของ ‘Fragment Design’ ไว้กลางพื้นที่อย่างโดดเด่น

 

TAG Heuer x Fragment Design Chronograph Limited Edition Ref.CAZ201A.BA0641 ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 เรือนเท่านั้น โดยจะมาพร้อมกับกล่องบรรจุที่ TAG Heuer และ ‘Fragment Design’ ร่วมกันออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ ราคาจำหน่ายแจ้งไว้ที่ 6,150 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 203,000 บาท โดยจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2020 เป็นต้นไป ด้วยราคาระดับนี้ หากมองว่าเป็นนาฬิกาจากคอลเลกชั่น Formula 1 ก็เรียกว่าเป็น Formula 1 ที่แพงเอาเรื่อง แต่เมื่อดูจากสิ่งที่ให้มาทั้งความพิเศษของดีไซน์ วัสดุ และกลไกที่ใช้แล้ว ก็ดูจะสมน้ำสมเนื้อ เพราะทั้ง Carrera (คาร์เรรา) และ Monaco (โมนาโค) รุ่นที่ใช้กลไก Cal.Heuer 02 ก็ถูกตั้งราคาไว้ในระดับใกล้เคียงกัน

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up