UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesWatch of the DayTISSOT HERITAGE 1973 - แรงบันดาลใจจากปี 1973

TISSOT HERITAGE 1973 – แรงบันดาลใจจากปี 1973

by: ‘TomyTom’

 

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าในยุคที่การแข่งรถสูตร 1 เฟื่องฟูสมัยทศวรรษ 1970s นั้น Tissot (ทิสโซต์) เป็นอีกแบรนด์ที่มีส่วนร่วมในวงการนี้ โดยให้การสนับสนุนก่นักแข่งชาวสวิส Loris Kessel (ลอริส เคสเซล) ในปี 1976 ความสัมพันธ์นี้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งโดยความร่วมมือของทีม ‘Kessel Racing’ (เคสเซล เรซิง) ที่มี Ronnie Kessel (รอนนี เคสเซล) บุตรของ Loris เป็นผู้บริหาร ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำนาฬิกาโครโนกราฟรุ่น Navigator (นาวิเกเตอร์) รุ่นปี 1973 ที่ Loris สวมใส่ในการแข่งขันในยุค 70s มาเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์นาฬิกาโครโนกราฟที่ผลิตจำนวนจำกัดรุ่น Heritage 1973 (เฮอริเทจ 1973) ขึ้นมา

 

รูปแบบดั้งเดิมของรุ่น Navigator ปี 1973 ถูกนำมาเป็นพื้นฐานในการออกแบบนาฬิการุ่นใหม่นี้โดยแต่งแต้มลักษณะความร่วมสมัยเข้าไปเพื่อให้เหมาะกับยุคปัจจุบัน เช่น ตัวเรือนสเตนเลสสตีลทรงเดิมแต่มีขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิม 39.0 มิลลิเมตร เป็น 43.0 มิลลิมตร หนา 14.8 มิลลิเมตร และเม็ดมะยมกับปุ่มกดที่ขยายสัดส่วนขึ้นตามไปด้วย กระจกหน้าปัดทรงโดมโค้งที่จากเดิมเป็นอะคริลิกก็เปลี่ยนมาเป็นคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน ฝาหลังเปลี่ยนจากแบบทึบมาเป็นผนึกมิเนอรัลกลาสเพื่อให้มองเห็นกลไกที่ตกแต่งด้วยลายก้นหอยและโรเตอร์เคลือบสีทอง ทั้งยังสามารถกันน้ำได้ถึงระดับ 100 เมตรอีกต่างหาก ส่วนสายที่ให้มาเป็นหนังวัวสีดำแบบเจาะรูกลมขนาดใหญ่บริเวณแนวกลาง พร้อมตัวล็อกแบบปีกผีเสื้อ อันเป็นสายดีไซน์วินเทจของ Tissot ที่เคยมีใช้ในนาฬิกาคอลเลกชั่น Heritage บางรุ่นมาแล้ว

 

กลไกของ Heritage 1973 รุ่นนี้ Tissot เลือกใช้ Cal.ETA 7753 เครื่องอัตโนมัติโครโนกราฟจับเวลา 12 ชั่วโมงพร้อมฟังก์ชันวันที่ ทับทิมกันสึกหรอ 27 ชิ้น ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 48 ชั่วโมง แสดงค่าชั่วโมง นาที และวินาทีในแบบ 2 เข็มครึ่ง โดยแยกการแสดงวินาทีไปไว้ในหน้าปัดย่อยที่ 9 นาฬิกา ในขณะที่เข็มวินาทีหลัก และหน้าปัดย่อยที่ 6 และ 3 นาฬิกา ทำหน้าที่แสดงค่าจับเวลา อันเป็นรูปแบบมาตรฐานของกลไกชุดนี้ เจาะหน้าต่างแสดงวันที่ไว้ ณ 4-5 นาฬิกา โดยปรับตั้งวันที่ผ่านแป้นกดที่ติดตั้งไว้ข้างตัวเรือน ณ ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ซึ่งทำให้ดูแตกต่างไปจาก Navigator รุ่นดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยรุ่นต้นแบบนั้นใช้เครื่องโครโนกราฟอัตโนมัติ จับเวลา 12 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชันวันที่ Cal.1342 ของ Lémania (เลมาเนีย) ซึ่งมีตำแหน่งการแสดงค่าจับเวลาที่แปลกตาด้วยการมีเข็มจับเวลาเป็นนาทีอยู่ร่วมแกนเดียวกับเข็มจับเวลาเป็นวินาที ณ จุดกึ่งกลางโดยแยกความต่างด้วยรูปทรงของเข็ม และอ่านค่าร่วมกับเข็มชั่วโมงจับเวลาขนาดเล็กที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และแสดงเวลาเป็นวินาทีที่ 9 นาฬิกา เจาะช่องหน้าต่างวันที่ไว้ที่ 3 นาฬิกา ซึ่งกลไกชุดนี้เลิกผลิตไปนานแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม Tissot ยังคงรักษาสไตล์ของรุ่นต้นฉบับเอาไว้ ด้วยรูปแบบคู่สีที่เรียกว่า ‘แพนด้า’ จากการใช้พื้นหน้าปัดสีเงินยวงตัดกับสีดำของวงหน้าปัดจับเวลา และขอบหน้าปัดพร้อมสเกล ‘Tachymeter’ (ทาคีมิเตอร์) สะดุดตาด้วยเข็มจับเวลาสีส้มอันโดดเด่น และเข็มชั่วโมงกับนาทีสีดำ พร้อมเคลือบสารเรืองแสงบนเข็มทั้ง 2 และหลักชั่วโมง โดยใช้สารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) สีเขียว

 

Heritage 1973 ผลิตขึ้นในแบบจำนวนจำกัดแค่ 1,973 เรือน พร้อมสลักข้อความบ่งบอกความพิเศษ ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชั่น) และหมายเลขประจำเรือน ‘xxxx / 1973’ ไว้บนขอบฝาหลัง กำหนดราคาจำหน่ายไว้ที่ 76,650 บาท ซึ่งสูงที่สุดแล้วในบรรดานาฬิกาคอลเลกชั่น Heritage ของ Tissot ที่มีจำหน่ายอยู่ ณ ขณะนี้

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up