UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesTISSOT LE LOCLE POWERMATIC 80 20TH ANNIVERSARY EDITION - เรือนสมโภช 20 ปี...

TISSOT LE LOCLE POWERMATIC 80 20TH ANNIVERSARY EDITION – เรือนสมโภช 20 ปี ของตระกูลเดรสคลาสสิก

by: ‘Tomy’

 

เมือง Le Locle (เลอ โลค) อันเป็นท้องถิ่นที่ตั้งของโรงงาน Tissot (ทิสโซต์) มาตั้งแต่แรกกำเนิดแบรนด์ ถูกนำมาใช้เป็นชื่อคอลเลกชั่นนาฬิกาดีไซน์งามสง่าเรียบหรูแนวเดรสของแบรนด์นาฬิกาสวิสเก่าแก่ถึง 170 ปีแบรนด์นี้ มา 20 ปีแล้ว และเมื่อสืบย้อนไป 20 ปี อันเป็นปีฉลองครบอายุ 150 ปี ของแบรนด์ใน ค.ศ. 2003 ก็พบว่า Le Locle นี้เป็นนาฬิกาคอลเลกชั่นใหม่ถอดด้ามซึ่งถูกสถาปนาขึ้นมา ณ โอกาสนั้น มาถึงปีนี้ ทางแบรนด์จึงสมโภชวาระบรรลุนิติภาวะของ Le Locle ด้วยเอดิชั่นพิเศษ Le Locle Powermatic 80 20th Anniversary Edition (เลอ โลค เพาเวอร์เมติก เอจตี เดอะ ทเวนตีธ์ แอนนิเวอร์ซารี เอดิชั่น) จากกลุ่มนาฬิกา T-Classic (ที-คลาสสิก)

MITSUBISHI

 

นาฬิกา ‘Special Edition’ (สเปเชียล เอดิชั่น) รุ่นนี้ยังคงคอนเซ็ปต์การออกแบบที่เน้นความคลาสสิก งามสง่า ของนาฬิกาแนวเดรสรูปแบบดั้งเดิมของนาฬิกาสวิสเมื่อกาลก่อนไว้ ด้วยตัวเรือนทรงกลมขนาดไม่ใหญ่โตนัก หลักชั่วโมงแบบเลขโรมัน ลายสลักบนหน้าปัด และการไร้สารเรืองแสงใดๆ บนหน้าปัด โดยมีพื้นฐานมาจากเรือน Le Locle เจเนอเรชั่นปัจจุบัน ซึ่งถูกปรับดีไซน์ให้ดูสมัยใหม่และใช้กลไกคาลิเบรอที่เหมาะสมกับยุคปัจจุบันยิ่งขึ้นมาก่อนแล้ว

 

ตัวเรือนสเตนเลสสตีลในร่างขนาด 39.3 มิลลิเมตร ถูกขัดเงามาเกือบทุกส่วน เว้นเพียงแนวด้านข้างตัวเรือนที่เป็นงานปัดลายในแนวดิ่งเพื่อเพิ่มมิติ และเมื่อรวมกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลและฝาหลังแล้วก็มีความหนาเพียง 9.8 มิลลิเมตร เหมาะอย่างยิ่งกับการเร้นตัวอยู่ภายใต้แขนเสื้อเชิ้ต และพร้อมจะเผยตัวออกมาอย่างราบรื่นไร้การสะดุดใดๆ กับแขนเสื้อ ส่วนการกันน้ำกระทำได้ถึงระดับ 3 บาร์ (เทียบเท่า 30 เมตร) ซึ่งก็พอเพียงกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ร่วมด้วยเม็ดมะยมชิ้นใหญ่ยอดโค้งพร้อมอักษร ‘T’ (ที) ผิวนูนที่จับหมุนได้ถนัดนิ้ว และสายสเตนเลสสตีลสไตล์คลาสสิกแบบ 7 แถว ผิวขัดเงาที่ดูละเมียดและงามสง่า ล็อกด้วยบานพับแบบปีกผีเสื้อ ปลดล็อกด้วยปุ่มกด และเมื่อพลิกมาทางด้านหลังก็จะพบกับความคลาสสิกของลายตกแต่งและฟอนต์อักษรกับตัวเลขสไตล์ดั้งเดิมของสวิส สลักไว้บนฝาหลังที่เจาะแบ่งเป็นช่องหน้าต่าง 2 ช่อง เพื่อให้มองเห็นกลไกจากบานกระจกใสที่กรุไว้

 

หน้าปัดของเอดิชั่นนี้ ใช้สีเงิน ตอกประทับพื้นผิวให้เกิดลายนูนแบบ ‘Clous de Paris’ (กลูส์ เดอ ปารีส์) โดยเว้นพื้นที่บนกับล่างสำหรับประทับพิมพ์ด้วยสีน้ำเงินเข้มเป็นชื่อแบรนด์และชื่อคอลเลกชั่น และเจาะช่องที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกาเป็นช่องหน้าต่างสี่เหลี่ยมสำหรับบอกวันที่ด้วยเลขสีดำบนพื้นจานสีขาว โดยแนวริมขอบของพื้นที่พิมพ์ข้อความถูกยกนูนเป็นเส้นสันอย่างชัดเจนเพื่อเพิ่มมิติ ขณะที่แนวกรอบหน้าต่างปาดลึกเข้าไปดุจดังกรอบรูป

 

พื้นที่ส่วนของวงหลักชั่วโมงถูกเว้นเป็นผิวเรียบปัดลาย ‘Sunray’ (ซันเรย์) อย่างสวยงาม โดยมีแนวสันขอบด้านในยกสูงขึ้นมาเพื่อเพิ่มมิติเช่นกัน หลักชั่วโมงเป็นชิ้นเลขโรมันเคลือบสีน้ำเงินเข้มครบทั้ง 12 หลัก และมีข้อความ ‘Swiss Made’ (สวิส เมด) พิมพ์ด้วยสีน้ำเงินเข้มขนาบอยู่ข้างหลักชั่วโมง 6 นาฬิกา ส่วนสเกลนาที-วินาทีถูกพิมพ์ด้วยสีน้ำเงินเข้มอยู่วงนอกสุดที่มีผิวเป็นลาย ‘Clous de Paris’ ปิดท้ายด้วยเข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีทรงใบไผ่ และเข็มวินาทีหัวไม้ขีดเคลือบสีน้ำเงินเข้ม รวมกันแล้วเป็นหน้าปัดที่คุมสีไว้เพียง 2 สี แต่ตัดกันอย่างชัดเจนยิ่งนัก

 

เมื่อบนหน้าปัดพิมพ์ระบุไว้ว่า ‘Powermatic 80’ ก็หมายความว่าการขับเคลื่อนนาฬิการุ่นนี้กระทำด้วย Tissot Powermatic 80 กลไกขึ้นลานอัตโนมัติ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25.6 มิลลิเมตร ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง จำนวนทับทิม 23 เม็ด บอกเวลาแบบ 3 เข็ม พร้อมฟังก์ชันวันที่ ให้พลังงานสำรองสูงสุดถึง 80 ชั่วโมง และใช้สายใยจักรกลอกที่ทำจาก ‘Nivachron’ (นิวาครอง) ซึ่งมีความทนทานและสามารถต้านทานสนามแม่เหล็กได้ดี อันเป็นกลไกที่บริษัทผลิตกลไก ETA (อีทีเอ) วิวัฒน์มาจากรูปแบบโครงสร้างของ Cal.2824-2 ของ ETA เอง

 

ป้ายราคาจำหน่ายของ Tissot Le Locle Powermatic 80 20th Anniversary Edition ถูกกำหนดไว้ที่ 26,500 บาท โดยราคานี้จะได้สายหนังวัวพิมพ์ลายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้ม พร้อมตัวล็อกแบบบานพับชนิดปีกผีเสื้อ ปลดล็อกด้วยปุ่มกด บรรจุมาในกล่องแพคเกจด้วย สายทั้ง 2 เส้น มากับระบบ ‘Quick Release’ (ควิก รีลีส) เพื่อให้ถอดเปลี่ยนได้อย่างสะดวกง่ายดายโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือใดๆ และด้วยความที่มีสถานะเป็นนาฬิกาเอดิชั่นพิเศษ ‘Special Edition’ จึงไม่ได้มีการระบุหรือกำหนดไว้ว่าจะผลิตขึ้นมากี่เรือน

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up