UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesTUDOR BLACK BAY 58 GMT - ดำน้ำ GMT ขอบโค้ก ไซส์เรโทร

TUDOR BLACK BAY 58 GMT – ดำน้ำ GMT ขอบโค้ก ไซส์เรโทร

by: ‘TomyTom’

 

หลังจากที่ครองใจคนชอบนาฬิกาแนวเรโทรกันไปแล้วกับขนาดตัวเรือน 39.0 มิลลิเมตร ของเรือนดำน้ำรุ่น Black Bay 58 (แบล็ก เบย์ ฟิฟตีเอจธ์) ปีนี้ทาง Tudor (ทิวดอร์) ก็ปล่อยของเด็ดให้กับซีรีส์นี้กันอีกด้วย Black Bay 58 GMT (แบล็ก เบย์ ฟิฟตีเอจธ์ จีเอ็มที) Ref.7939G1A0NRU ที่ใส่ฟังก์ชันเวลาเดินทาง GMT ซึ่งใช้เข็มบอกเวลา 24 ชั่วโมง ด้วยเข็มกลาง คู่มากับขอบตัวเรือนแบบหมุนได้ 2 ทิศทาง พร้อมแผ่นวงแหวนระบุสเกล 24 ชั่วโมง ที่แยกแยะแบ่งกลางวัน-กลางคืนด้วยสีแดงเบอร์กันดีสลับสีดำ อันเป็นสไตล์ที่เรียกกันว่า ‘ขอบโค้ก’

MITSUBISHI

 

อีกความน่าสนใจก็คือความหนาของตัวเรือนสเตนเลสสตีล ที่รวมกระจกหน้าปัดแซพไฟร์คริสตัลทรงกล่องแล้ววัดได้แค่ 12.8 มิลลิเมตร เท่านั้น ซึ่งใกล้เคียงกับ Black Bay 58 รุ่นบอกเวลาปกติ ทั้งที่มีฟังก์ชัน GMT เพิ่มเข้ามา เพราะหนาขึ้นแค่ 0.9 มิลลิเมตร เท่านั้น ขณะที่ตัวเรือนของรุ่น Black Bay GMT ขนาด 41.0 มิลลิเมตร และ Black Bay Pro (แบล็ก เบย์ โปร) ขนาด 39.0 มิลลิเมตร นั้นหนาถึง 14.6 มิลลิเมตร ส่วนการกันน้ำก็ยังคงทำได้ถึง 200 เมตร ตามมาตรฐาน ISO สำหรับนาฬิกาดำน้ำไม่เปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับเม็ดมะยมที่เป็นแบบขันเกลียว

 

นอกจากนี้ยังมีให้เลือกจับคู่กับทั้งสายสเตนเลสสตีลแบบ 3 แถว ซึ่งดีไซน์แนวด้านข้างให้คล้ายกับแผ่นปิดยิงหมุดได้อารมณ์สปอร์ตเรโทรคลาสสิก และสายยางสีดำที่มีข้อยึดตัวเรือนเป็นสเตนเลสสตีล ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสายใดก็มีตัวล็อกแบบบานพับพร้อมระบบ ‘T-fit’ (ทีฟิต) ของ Tudor ที่ปรับขยายเพิ่มระยะความยาวของสายได้ถึงราว 8.0 มิลลิเมตร โดยมีตำแหน่งล็อกอยู่ 5 ระดับ มาให้ด้วย ส่วนการตกแต่งตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลนั้นเป็นการปัดลายซาตินบนพื้นผิวฝั่งด้านหน้า และขัดเงาที่แนวปาด ฝั่งด้านข้าง และที่ขอบตัวเรือน

 

เสน่ห์ตรึงใจอีกประการก็คือ สเกล 24 ชั่วโมง บนแผ่นวงแหวนขอบตัวเรือนอะลูมิเนียมทำอโนไดซ์สีแดงเบอร์กันดีสลับสีดำ ซึ่งเป็นเลขอารบิกสลับจุดกลม และมีตำแหน่ง 12 นาฬิกา เป็นรูปสามเหลี่ยม ถูกทำเป็นสีทอง เข้ากับสีทองของสเกลและข้อความต่างๆ บนหน้าปัดทรงโดมพื้นสีดำด้าน ตลอดจนสีของเข็มชั่วโมงทรง ‘Snowflake’ (สโนว์เฟลก) เข็มนาที เข็มวินาที และหลักชั่วโมงทรงเรขาคณิต ทั้งยังใช้สารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) ที่เคลือบบนหลักชั่วโมง 11 ตำแหน่ง กับเข็มทั้ง 3 เป็นสีขาวออกหม่นๆ ส่วนจานวันที่ก็เป็นตัวเลขสีดำบนพื้นจานสีขาวเพื่อให้ดูกลมกลืนกับสีของสารเรืองแสงบนหลักชั่วโมง

 

เครื่องที่ใช้คือ Cal.MT 5450-U กลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) อัตโนมัติ ความถี่การทำงาน 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง จำนวนทับทิม 34 เม็ด พร้อมฟังก์ชันวันที่ และฟังก์ชัน GMT แบบ ‘Flyer’ (ฟลายเออร์) คาลิเบรอใหม่ ซึ่งเป็นฟังก์ชัน GMT แท้ๆ ที่บอกเวลา ‘Home Time’ (โฮม ไทม์) ด้วยเข็มกลาง 24 ชั่วโมง ร่วมกับเข็มชั่วโมงบอกเวลา ‘Local Time’ (โลคัล ไทม์) ที่ปรับตั้งจังหวะละ 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการทำงานในลักษณะเดียวกับรุ่น Black Bay GMT ขนาด 41.0 มิลลิเมตร นั่นเอง หากแต่การสำรองพลังงานจะกระทำได้น้อยกว่าเล็กน้อย คืออยู่ที่ 65 ชั่วโมง ทว่าเหนือกว่าในเรื่องของความเข้มข้นแห่งมาตรฐานความเที่ยงตรง เพราะถูกสร้างและปรับตั้งให้ผ่านเกณฑ์การทดสอบตามมาตรฐาน ‘Master Chronometer’ (มาสเตอร์ โครโนมิเตอร์) ของ ‘METAS’ (เมตาส) ที่ต้องผ่านการทดสอบโครโนมิเตอร์ของ COSC (ซีโอเอสซี) มาก่อน และต้องสามารถต้านทานแม่เหล็กได้ถึงระดับ 15,000 เกาส์ ด้วย โดยเป็นคนละคาลิเบรอกับที่ใช้ใน Black Bay GMT และ Black Bay Pro

 

Tudor ตั้งราคาขายสำหรับ Black Bay 58 GMT ไว้ที่ 163,600 บาท หากจับคู่กับสายยาง และ 171,600 บาท หากจับคู่กับสายสเตนเลสตีล ซึ่งแพงกว่า Black Bay GMT ไซส์ 41.0 มิลลิเมตร และ Black Bay Pro อยู่ประมาณหนึ่ง

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up