UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesULYSSE NARDIN BLAST - พลังปะทุครั้งใหม่

ULYSSE NARDIN BLAST – พลังปะทุครั้งใหม่

by: ‘TomyTom’

 

25 สิงหาคม 2020 เป็นวันดีที่ Ulysse Nardin (ยูลิส นาร์แดง) เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ของนาฬิกาแบบ ‘Skeleton Tourbillon’ (สเกเลตัน ทูร์บิญอง) ซึ่งให้ชื่อว่า Blast (บลาสต์) ด้วยแนวคิดที่นำพลังอำนาจของธรรมชาติมาผสานกับเทคโนโลยีล้ำหน้าแห่งการประดิษฐ์จักรกลเวลาและดีไซน์อันซับซ้อนของแนวทางการออกแบบสไตล์ ‘X-Factor’ (เอ็กซ์แฟกเตอร์) ที่ยึดความลึกลับและซ่อนเร้นเป็นสารตั้งต้น โดยนำพื้นฐานรูปแบบกลไก ‘Skeleton Tourbillon’ มาตีความและออกแบบขึ้นมาใหม่

 

งาน ‘Open-worked’ (โอเพนเวิร์กด์) ของโครงหน้าปัดทรงอักษร ‘X’ เชิงซ้อน ผนวกกับโครงสะพานทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวขวาง เผยให้เห็นชัดเจนถึงโครงสร้างกลไกแบบ ‘Skeleton’ ที่ออกแบบรูปทรงขององค์ประกอบต่างๆ ขึ้นใหม่ โดยเน้นความเข้มแข็งและเปี่ยมไปด้วยพลัง เห็นได้จากตลับลานชิ้นโตที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ตรงข้ามกับกรงทูร์บิญองแบบ ‘Flying Tourbillon’ (ฟลายอิง ทูร์บิญอง) ที่ 6 นาฬิกา ซึ่งยึดโยงอยู่ระหว่างแท่นเครื่อง กรอบสะพานจักร และโครงสะพานจักรที่มีดีไซน์สอดคล้องกับโครงหน้าปัด ดีไซน์ที่ดึงดูดสายตาอีกประการหนึ่งก็คือเหลี่ยมสันเชิงเรขาคณิตอันซับซ้อน ร่วมกับขาตัวเรือนแบบ 2 ร่อง ผสานงานตกแต่งผิวต่างรูปแบบบนแต่ละหน้าเหลี่ยม ได้แก่การขัดเงาและการปัดลายซาติน ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากผิวกายและดีไซน์ของเครื่องบินชนิดหลบหลีกเรดาร์ ซึ่งมองอีกแง่หนึ่งก็คล้ายกับลักษณะหินอันแหลมคมของภูเขาไฟด้วยเช่นกัน อีกทั้งรูปแบบงานขัดเหล่านี้บวกกับการตกแต่งผิวแบบ ‘Sand-blasted’ (แซนด์บลาสต์) ยังปรากฏอยู่บนโครงหน้าปัดด้วย

 

กลไก ‘In-house’ (อินเฮาส์) Cal.UN-172 ที่ประจำการอยู่ใน Blast คือกลไกอัตโนมัติทูร์บิญองคาลิเบรอใหม่ที่สำรองพลังงานได้ 72 ชั่วโมง แสดงเวลาด้วย 2 เข็มกลาง จำนวนทับทิม 25 ชิ้น ความถี่การทำงาน 18,000 ครั้ง/ชั่วโมง ขึ้นลานด้วยโรเตอร์แพลทินัมขนาดเล็กซึ่งมีวิวัฒนาการมาจาก Cal.UN-171 โดยโรเตอร์ขึ้นลานนี้ติดตั้งเหนือตลับลานที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา จึงมองเห็นการกวัดแกว่งได้อย่างเต็มตาจากทางด้านหน้า ทำให้รู้สึกถึงพลวัตรแห่งการเคลื่อนไหวได้อย่างน่าสนใจ โดยกลไกทั้งหมดจะถูกประกบแบบแซนด์วิชด้วยกรอบโครงทรงอักษร ‘X’ ทั้งฝั่งด้านหน้าและด้านหลัง ทั้งยังมอบประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม ทั้งความแม่นยำในการทำงาน และความทนทานด้วยการใช้จักรปล่อย แองเคอร์ และสายใยจักรกลอกที่ทำจาก ‘Silicium’ (ซิลิเซียม) อีกต่างหาก

 

Ulysse Nardin เปิดตัว Blast ออกมาพร้อมกัน 4 เวอร์ชั่น ทุกเวอร์ชั่นใช้ตัวเรือนขนาด 45.0 มิลลิเมตร ผนึกแซพไฟร์คริสตัลทั้งฝั่งด้านหน้าและด้านหลัง กันน้ำได้ 50 เมตร เคลือบสารเรืองแสง ‘Super-LumiNova’ (ซูเปอร์ลูมิโนวา) ไว้บนหลักชั่วโมงและเข็ม เพื่อให้อ่านค่าได้ในความมืด ความแตกต่างของแต่ละเวอร์ชั่นนั้นอยู่ที่วัสดุและโทนสีที่ใช้กับองค์ประกอบต่างๆ โดยแยกออกเป็น 2 ธีม คือน้ำแข็งและไฟ ธีมละ 2 เวอร์ชั่น โดยมีทางเลือกของชนิดสายให้จับคู่กับตัวเรือนอยู่หลายรูปแบบด้วยกันทั้งสายยางปั๊มลาย สายยางบุหนังจระเข้ สายยางบุหนังวัว และสายยางบุกำมะหยี่เนื้อละเอียด

 

เวอร์ชั่นแรกของธีมน้ำแข็งได้แก่ White Blast (ไวท์บลาสต์) Ref.T-1723-400/00 ที่ใช้ชุดสีที่อ้างอิงมาจากโทนสีธรรมชาติของสิ่งแวดล้อมในแถบแอนตาร์กติกา เห็นได้จากสีขาวของโครงตัวเรือนเซรามิก สีเทาที่เคลือบบนขอบตัวเรือนกับตัวเรือนชิ้นกลางไทเทเนียม และสีน้ำเงินเข้มสำหรับข้อความต่างๆ โลโก้ และสารเรืองแสงบนหลักชั่วโมงกับเข็ม ขณะที่ความโปร่งจากโครงสร้างหน้าปัดสีขาวและโครงสะพานสี่เหลี่ยมผืนผ้าร่วมกับองค์ประกอบอักษร ‘X’ สีเงินลายซาติน สีเงินเมทัลลิกของหลักชั่วโมงกับเข็ม และสีเงินของชิ้นส่วนกลไกนั้นชวนให้นึกถึงทะเลสาบน้ำแข็ง ราคาจำหน่ายตั้งไว้ที่ 46,000 ยูโร หรือราว 1.7 ล้านบาท

 

เวอร์ชั่นที่ 2 ของธีมน้ำแข็งคือ Blue Blast (บลูบลาสต์) Ref.T-1723-400/03 ที่มาในโทนสีดุจภูเขาน้ำแข็งด้วยการใช้โครงตัวเรือนไทเทเนียมร่วมกับขอบตัวเรือนไทเทเนียมเคลือบสีน้ำเงินเช่นเดียวกับตัวเรือนชิ้นกลาง โดยมีโครงหน้าปัดเป็นสีเทาและชิ้นหลักชั่วโมงกับเข็มเป็นสีเทาเมทัลลิก ขณะที่โครงสะพานสี่เหลี่ยมผืนผ้า รวมถึงบางส่วนของอักษร ‘X’ ถูกเคลือบเป็นสีกรมท่าเช่นเดียวกับกรงทูร์บิญอง ราคาจำหน่ายตั้งไว้ที่ 44,000 ยูโร หรือราว 1.63 ล้านบาท

 

เวอร์ชั่นแรกของธีมไฟได้แก่ Rose Gold Blast (โรส โกลด์ บลาสต์) Ref.T-1725-400/02 ที่ผนึกตัวเรือนชิ้นกลางที่ทำจากไทเทเนียมเคลือบสีดำด้วยเทคนิค DLC เข้ากับโครงตัวเรือนทองกุหลาบ 18K และวงขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำ ขณะที่กรงทูร์บิญองเป็นแบบ 2 โทนสี ได้แก่สีของทองกุหลาบและสีดำจากการเคลือบด้วยเทคนิค PVD ส่วนชิ้นหลักชั่วโมง เข็ม ตลอดจนอักษรโลโก้ และโรเตอร์ เป็นสีทองกุหลาบและเสริมความคมเค้มด้วยโครงสะพานสี่เหลี่ยมสีดำและโครงหน้าปัดสีเทา ราคาจำหน่ายตั้งไว้ที่ 54,000 ยูโรหรือราว 2 ล้านบาท

 

เวอร์ชั่นที่ 2 ของธีมไฟคือ Black Blast (แบล็ก บลาสต์) Ref.T-1723-400/BLACK ที่ใช้ตัวเรือนชิ้นกลางไทเทเนียมเคลือบดำร่วมกับโครงตัวเรือนและวงขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำ ร่วมด้วยโครงสะพานสี่เหลี่ยมผืนผ้าและโครงหน้าปัดสีดำเสริมสีแดง และใช้สีแดงเป็นสีของจักรกลอกซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Ulysse Nardin สร้างจักรกลอกสีขึ้นมา อีกทั้งยังใช้สีแดงที่บริเวณจุดบรรจบของกระจกหน้าปัดกับวงขอบตัวเรือนด้วย ส่วนโลโก้ของแบรนด์ตลอดจนสารเรืองแสงจะเป็นสีเทา และใช้เข็มกับหลักชั่วโมง ตลอดจนโรเตอร์เป็นสีดำ ราคาจำหน่ายตั้งไว้ที่ 46,000 ยูโร หรือราว 1.7 ล้านบาท

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up