UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesULYSSE NARDIN UFO FINAL EDITION - เอดิชั่นสั่งลาเฉพาะบูติกพันธมิตร

ULYSSE NARDIN UFO FINAL EDITION – เอดิชั่นสั่งลาเฉพาะบูติกพันธมิตร

by: ‘Mr.Big’

 

ในปี 2021 ซึ่งตรงกับวาระครบขวบปีที่ 175 ของ Ulysse Nardin (ยูลิส นาร์แดง) ทางแบรนด์ได้ประดิษฐ์นาฬิกาตั้งโต๊ะรุ่นใหม่ ให้ชื่อว่า UFO (ยูเอฟโอ) จากการที่สร้างสรรค์ขึ้นในรูปแบบที่ให้ความรู้สึกถึงภาพยนตร์ไซไฟและอวกาศ ซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือของ L’Epée (เลเป) แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาไอเดียขบถแห่งแดนสวิส จนมาถึงปี 2023 นี้ ก็ถึงเวลาแล้วที่ Ulysse Nardin จะส่งท้ายคอลเลกชั่นนี้ ซึ่งก่อนที่จะอำลาไปก็ขอฝากผลงาน UFO Final Edition (ยูเอฟโอ ไฟนอล เอดิชั่น) ที่นำเสนอออกมาพร้อมกันถึง 3 แบบ กับความเอ็กซ์คลูซีพขั้นสุด โดยแต่ละแบบจะถูกผลิตเพื่อจัดจำหน่ายเฉพาะบูติกนาฬิกาชื่อดังที่เป็นพันธมิตรเหนียวแน่นของแบรนด์ นั่นคือ ‘Bucherer’ (บุคเคอเรอร์) ‘Yoshida’ (โยชิดะ) และ ‘The Hour Glass’ (ดิ อาวร์ กลาส) รวมถึง ‘PMT The Hour Glass’ (พีเอ็มที ดิ อาวร์ กลาส)

MITSUBISHI

 

โดยในเวอร์ชั่นนี้ยังคงนำเสนอคุณลักษณะเด่นของนาฬิกาตั้งโต๊ะรุ่นต้นฉบับที่มาในโครงสร้างทรงแคปซูลที่ได้แรงบันดาลใจจากทุ่นผูกเรือ พร้อมส่วนฐานทรงครึ่งวงกลมซึ่งประกอบด้วยมวลของทังสเตนด้านในฐานอะลูมิเนียมที่มีศูนย์ถ่วง ณ จุดศูนย์กลาง จึงมีลักษณะเหมือนกับตุ๊กตาล้มลุก โดยจะรักษาศูนย์ถ่วงการเหวี่ยงล้มภายในรัศมี 120 องศา และสามารถคืนสู่ตำแหน่งตั้งตรงดังเดิมได้อย่างฉับพลัน ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้นำมาจากการคิดแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนาฬิกาเพื่อการเดินเรือ ‘Marine Chronometer’ (มารีน โครโนมิเตอร์) ยามเมื่อต้องเผชิญกับคลื่นลมและความโคลงเคลงของเรือ และจากส่วนฐานก็จะเป็นโดมแก้วขนาดใหญ่ที่รังสรรค์ขึ้นในเวิร์กช็อปของ ‘VQT’ ที่เมืองเนอชาแตล จนได้โถแก้วโปร่งใสและแข็งแรงที่มีความสูง 25.0 เซนติเมตร หนา 3.0 มิลลิเมตร ยึดติดกับฐานด้วยสลักเดือยอย่างแน่นหนา และเมื่อครอบส่วนของโถแก้วเข้ากับฐานอะลูมิเนียม สามารถวัดขนาดของนาฬิกาตั้งโต๊ะเรือนนี้ได้สูงถึง 26.3 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของส่วนที่กว้างที่สุดอยู่ที่ 15.9 เซนติเมตร รวมน้ำหนัก 7.2 กิโลกรัม

 

ภายในโถแก้วจะเห็นงานวิศวกรรมจักรกลชั้นเลิศที่รังสรรค์ในรูปแบบทาวเวอร์สามเหลี่ยม 3 มิติ โดยบริเวณยอดของทาวเวอร์ของแต่ละด้าน ติดตั้งแป้นหน้าปัดนาฬิกาที่ออกแบบในโครงสร้างรูปตัวอักษร ‘X’ ซึ่งเป็นเลย์เอาท์ซิกเนเจอร์ของ Ulysse Nardin พร้อมการบอกเวลาแบบ 2 เข็ม โดยหน้าปัดแต่ละด้านจะแยกการควบคุมการบอกเวลาเป็นอิสระจากกัน นั่นจึงหมายความว่านาฬิกาเรือนนี้สามารถแสดงเวลาได้พร้อมกันถึง 3 ไทม์โซน นอกจากนี้บริเวณส่วนยอดด้านบนยังปรากฏหน้าปัดเล็กอีก 1 ชุด ทำหน้าที่แสดงวินาทีแบบ ‘Deadbeat Second’ (เดทบีท เซกันด์) ควบคู่ไปกับโลโก้สมอเรืออย่างโดดเด่น

 

และแน่นอนว่าโครงสร้างจักรกลแบบทาวเวอร์อันแสนตระการตานี้ ย่อมต้องเป็นกลไกไขลาน Cal.UN-902 อันเป็นคาลิเบรอเดียวกันกับรุ่นแรก ประกอบด้วยชิ้นส่วนจำนานทั้งสิ้น 663 ชิ้น จากโครงสร้างของชุดกลไก 3 ชุด นำมาเชื่อมประสานการทำงานเป็นหนึ่งเดียว พร้อมจักรกลอกขนาดใหญ่ถึง 49.0 มิลลิเมตร ที่ช่วยควบคุมการทำงานให้อยู่ในระดับความถี่ 3,600 ครั้ง/ชั่วโมง หรือ 0.5 เฮิรตซ์ บริเวณส่วนฐานของทาวเวอร์แต่ละด้านมีการติดตั้งกระปุกลานขนาดจัมโบ้ด้านละ 2 ชุด รวม 6 ชุด ส่งผลให้นาฬิกาตั้งโต๊ะเรือนนี้มีอัตราสำรองพลังงานที่นานถึง 365 วัน นั่นหมายความว่านาฬิกาเรือนนี้ต้องการการขึ้นลานเพียงแค่ 1 ครั้ง/ปี เท่านั้น โดยสามารถขึ้นลานรวมถึงปรับตั้งเวลาได้ด้วยการไขกุญแจที่เตรียมมาให้ในชุด และยังระบุค่าพลังงานคงเหลือเอาไว้ที่แผ่นเฟืองสีน้ำเงินช่วงกลางทาวเวอร์

 

UFO Final Edition นำเสนอมา 3 รูปแบบ โดยใช้โทนสีตกแต่งที่แตกต่างกันในส่วนฐาน โครงหน้าปัดทั้ง 3 ด้าน และโลโก้รูปสมอที่ติดตั้งบนยอดทาวเวอร์ เพื่อมอบเอกลักษณะเฉพาะให้แต่ละบูติกพันธมิตรที่ได้รับเกียรติเป็นผู้จัดจำหน่าย โดยรุ่นสีน้ำเงินสร้างสรรค์ให้กับบูติก ‘Bucherer’ รุ่นสีเขียวส่งมอบให้ ‘Yoshida’ ในประเทศญี่ปุ่น และรุ่นสีแชมเปญทำมาสำหรับร้าน ‘The Hour Glass’ และ ‘PMT The Hour Glass’ จำกัดจำนวนการผลิตเพียงแบบละ 30 เรือน พร้อมกล่องไม้บรรจุสุดหรู สามารถสอบถามราคาโดยตรงแต่ละบูติกที่รับผิดชอบการจัดจำหน่ายในแต่ละสี โดยนักสะสมชาวไทยสามารถสอบถามราคาในรุ่นสีแชมเปญได้ที่บูติก ‘PMT The Hour Glass’ ทุกสาขา

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up