UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesUN x DEVIALET STRIKING WATCH - เสียงเสนาะจากพันธมิตรสวิส-ฝรั่งเศส

UN x DEVIALET STRIKING WATCH – เสียงเสนาะจากพันธมิตรสวิส-ฝรั่งเศส

by: ‘TomyTom’

 

เชื่อว่าหากใครเป็นนักฟังดนตรีคงต้องรู้จักกับผู้ผลิตเครื่องเสียงชั้นเลิศสัญชาติฝรั่งเศสนามว่า Devialet (เดอวิอาเลต์) กันอยู่แล้ว โดยเฉพาะผลงานลำโพงไร้สายที่มีชื่อว่า ‘Phantom’ (ฟองตัม) ซึ่งเปิดตัวในปี 2015 ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นลำโพงไร้สายที่ยอดเยี่ยมที่สุดในตลาด บัดนี้ Devialet ได้จับมือกับผู้ผลิตนาฬิกาสวิสแบรนด์เก่าแก่ Ulysse Nardin (ยูลิส นาร์แดง) เพื่อร่วมกันสร้างเรือนเวลาข้อมือกลไกจักรกลพร้อมฟังก์ชัน ‘Hourstriker’ (อาวร์สไตรเกอร์) ซึ่งสามารถเปล่งเสียงให้ได้สดับเมื่อเวลาดำเนินเข้าสู่ทุกชั่วโมงใหม่ และทุกครึ่งชั่วโมง อันเป็นหนึ่งในรูปแบบที่สืบทอดมาจากกลไกนาฬิกาเก่าแก่ชนิด ‘Striking Watch’ (สไตรกิง วอทช์) ซึ่งช่างประดิษฐ์นาฬิกาในอดีตสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบการรับรู้เวลาในยามค่ำคืน ตั้งแต่ในยุคที่โลกยังไม่รู้จักกับหลอดไฟที่ใช้พลังงานจากกระแสไฟฟ้า โดยเรือนเวลาที่ทั้ง 2 ร่วมมือกันสร้างขึ้นนี้ถูกให้ชื่อว่า Classico Hourstriker Phantom (คลาสสิโค อาวร์สไตรเกอร์ แฟนทอม) ในฐานะนาฬิกา ‘Limited Edition’ (ลิมิเต็ด เอดิชัน) ที่ผลิตในจำนวนจำกัด

 

เป้าประสงค์ของความร่วมมือครั้งนี้เริ่มจากแนวคิดของ Ulysse Nardin ที่ต้องการสร้างสรรค์เรือนเวลากลไกจักรกลชนิดเปล่งเสียงได้สำหรับยุคสมัยต่อไป โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญไปที่คุณภาพเสียงซึ่งเปล่งออกมาจากภายในตัวเรือนนาฬิกา ทีมงานของ Ulysse Nardin จึงทาบทามไปยัง Devialet เพื่อให้วิศวกรจักรกลผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการสะท้อนเสียงของทีมงาน Devialet เข้ามามีบทบาทในการออกแบบสร้างการสะท้อนของเสียงออกสู่ภายนอกตัวเรือนให้มีความดัง และความไพเราะมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งก็มิใช่เรื่องง่ายกว่าจะสำเร็จเสร็จเป็นผลลัพธ์ตามที่ต้องการ เพราะกระบวนการสร้างผลงานเรือนเวลารุ่นนี้ได้กินเวลานานถึง 2 ปีกันเลยทีเดียว

 

เสียงจากการตีลวดเสียงภายในตัวเรือนนาฬิกาที่ทั้ง 2 ทีมงานร่วมกันสร้างขึ้นมานั้น มีความดังถึงระดับ 85 เดซิเบลที่ระยะห่าง 100 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับเสียงจากนาฬิกาชนิด ‘Striking’เสียงก้องดังระดับนี้เกิดจากการสั่นของลวดเสียงซึ่งเชื่อมต่อกับฐานแผ่นไทเทเนียมบางเฉียบที่ขยับตัวได้ ซึ่งจะสั่นในทิศทางแบบตัวอักษร ‘Z’ อันทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายอากาศในปริมาณมาก เพื่อส่งเสียงที่สะท้อนก้องอยู่ภายในผ่านรูทั้ง 8 ของฝาหลังออกสู่ภายนอก (ซึ่งเมื่อมองเข้าไปในรูบนฝาหลัง จะมองเห็นแผ่นไทเทเนียมที่บางเฉียบนี้) นี่คือที่มาของเสียงกังวานในโทนเสียงเฉพาะตัวของนาฬิการุ่นนี้ ทาง Ulysse Nardin ถึงกับกล่าวว่าเสียงที่เกิดจากนาฬิการุ่นนี้ให้ความรู้สึกราวกับเป็นเสียงจากเครื่องดนตรีจริงๆ

 

ด้านการรังสรรค์ความงดงามในทุกองค์ประกอบของเรือนนาฬิกานั้น ฝีมือของ Ulysse Nardin ไม่เป็น 2 รองใครอยู่แล้ว สำหรับรุ่นนี้ได้รับการออกแบบในแนวคลาสสิกร่วมสมัยด้วยหน้าปัดแผ่นหนาสีเทาแอนทราไซต์ปัดลายซาตินที่ฉลุเป็นโครงโปร่ง ลักษณะคล้ายลายลูกไม้ โดยมีแผ่นคริสตัลแซพไฟร์รมดำกรุอยู่ด้านล่าง ลายฉลุบนหน้าปัดนี้มีแรงบันดาลใจมาจาก ‘Chladni’s Figures’ (แคลดนีส์ ฟิเกอร์ส) ลายการเรียงตัวของเม็ดทรายบนแผ่นโลหะที่เกิดขึ้นจากการสั่นสะเทือน ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ Ernst Chladni (เอิร์นสต์ แคลดนี) นักฟิสิกส์ผู้เป็นบิดาของสวนศาสตร์ (วิชาฟิสิกส์ของเสียง) ค้นพบเมื่อปี 1787 ซึ่งนอกจากจะเป็นรูปแบบเดียวกับลายของแผ่นครอบลำโพงเสียงแหลมของลำโพง Devialet Phantom แล้ว ยังสอดคล้องต้องกับความเป็นเลิศทางด้านเสียงอันเป็นเป้าประสงค์ในการสร้างนาฬิการุ่นนี้ขึ้นมาด้วย

 

ส่วนการแสดงเวลานั้น คลาสสิกด้วยเข็มทองกุหลาบ 18K ทรง ‘Breguet’ (เบรเกต์) อันแสนคลาสสิก โดยมีเพียงเข็มชั่วโมงกับนาทีชี้แสดงไปยังชิ้นหลักชั่วโมงเลขอารบิกทองกุหลาบ 18K แบบ 2 หลัก โดยวางองศาของตัวเลขรับไปตามความโค้งของวงหน้าปัด ในช่องหน้าต่างทรงกลมขนาดเล็กบนกระจกหน้าปัดที่อยู่ข้างหลักชั่วโมงตำแหน่ง 3 นาฬิกา จะมีพื้นสีทองกุหลาบปรากฎให้เห็นหากระบบกลไกตีขานเวลาถูกเปิดใช้งานอยู่ โดยการเปิดหรือปิดระบบนั้นกระทำได้อย่างง่ายดายด้วยการกดปุ่ม ทั้งหมดนี้มาจากการทำงานของกลไกชนิดขึ้นลานอัตโนมัติ Cal.UN-610 ที่สามารถสำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมง ขณะที่ตัวเรือนขนาด 43.0 มิลลิเมตร ซึ่งกันน้ำได้ 30 เมตร ของรุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นจากไทเทเนียมขัดเงาวาว ซึ่งความเบาของวัสดุไทเทเนียมมิใช่ประเด็นหลัก แต่เป็นเพราะวัสดุชนิดนี้จะช่วยขยายความก้องกังวานของเสียงตีบอกเวลาให้ดังยิ่งขึ้น ส่วนสายที่ให้มากับนาฬิกาจะเป็นหนังจระเข้สีดำ เย็บตะเข็บด้วยด้ายสีน้ำตาล ล็อกด้วยตัวล็อกชนิดบานพับ ทาง Ulysse Nardin กำหนดราคาของ Classico Hourstriker Phantom ไว้ที่ 3.2 ล้านบาท โดยจำกัดจำนวนการผลิตเอาไว้เพียง 85 เรือนเท่านั้น

 

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up