UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesVISION MERCEDES SIMPLEX - จับอดีตมาแต่งหรู ชูเทคโนโลยี

VISION MERCEDES SIMPLEX – จับอดีตมาแต่งหรู ชูเทคโนโลยี

by: ‘AutoMania’

 

Mercedes-Benz (เมอร์เซดีส-เบนซ์​) ผู้ผลิตรถยนต์รายแรกของโลกที่เก่าแก่นับตั้งแต่รถยังไม่มีห้องโดยสารหรูหราหรือเครื่องยนต์สมรรถนะสูง เปิดตัวผลงานสุดคูลในงาน ‘Design Essentials 2019’ (ดีไซน์ เอสเซนเชียลส์ 2019) ที่เน้นจัดแสดงสินค้าที่มีการออกแบบที่โดดเด่นแปลกตา ด้วยรถต้นแบบที่มีหน้าตาย้อนยุคไปสู่อดีตกาลที่เน้นความเรียบหรูแบบรถยนต์เปิดประทุน ผสานการเลือกใช้วัสดุที่บ่งบอกความเป็นยานยนต์แห่งโลกอนาคต Vision Mercedes Simplex (วิชั่น เมอร์เซดีส ซิมเพล็กซ์​) ที่เน้นความเรียบง่าย ย้ำความเป็นผู้นำแห่งโลกยานยนต์ โดยนอกจากจะสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันแข็งแกร่งของแบรนด์แล้ว ยังฉายภาพแห่งอนาคตกาล และการก้าวผ่านยุคของงานออกแบบและเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างชัดเจน

 

สิ่งที่ค่ายรถตราดาวแฝงเอาไว้ในรถต้นแบบคันนี้คือการเน้นย้ำประวัติศาสตร์ และความสำเร็จของแบรนด์ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก ต้นกำเนิดของรถยนต์ที่มาพร้อมโลโก้ตราดาว โดยได้แรงบันดาลใจจาก 1901 Mercedes 35 PS (1901 เมอร์เซดีส 35 พีเอส) รถแข่งที่คว้าชัยชนะในรายการ ‘Race Week’ (เรซ วีค) ที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา และได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘รถยนต์ยุคใหม่รุ่นแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ’ เลยทีเดียว โดยนอกจากรถคันดังกล่าวจะเป็นรถรุ่นแรกที่ใช้ชื่อ Mercedes แล้ว ความโดดเด่นของ 35 PS คือการรองรับสมรรถนะระดับ 35 แรงม้า ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากในยุค 1901 และการเป็นรถยนต์รุ่นใหม่คันแรกนั้น ก็มาจากการพัฒนาให้ใช้เครื่องยนต์วางในแชสซีด้านหน้า พร้อมการติดตั้งหม้อน้ำรถยนต์เพื่อลดความร้อน ซึ่งถือเป็นมาตรฐานของรถยนต์มาจนปัจจุบัน

 

Gorden Wagener (กอร์เดน วาจเนอร์) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายออกแบบ ‘Daimler AG’ (เดมเลอร์ อาเก) บอกว่า มีเพียงแบรนด์รถยนต์ที่เข้มแข็งระดับ Mercedes-Benz เท่านั้น ที่สามารถรังสรรค์สัญลักษณ์ทางกายภาพของอดีตและอนาคตออกมาได้พร้อมกัน ซึ่ง Vision Mercedes Simplex สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนผันที่ชัดเจนของความหรูหราที่โดดเด่นของแบรนด์ตราดาว

ตัวรถมาพร้อมภาพลักษณ์ที่โดดเด่นที่มองแล้วรู้ทันทีว่าผู้ออกแบบต้องการสื่อสารถึงการเปลี่ยนแปลงจากอดีตสู่โลกอนาคต ด้วยรูปทรงรถยนต์ 2 ที่นั่งจากอดีต การเล่นสีสันที่ไม่โดดเด่นฉูดฉาด และเลือกใช้โทนสีออกแนวเรโทรเล็กน้อย แถมด้วยล้อขนาดใหญ่ทั้ง 4 ที่ถูกยืดออกไปอยู่ที่ตำแหน่งของมุมรถ ก็เป็นการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลมาจากอดีตเช่นเดียวกัน

 

ทีมออกแบบของ Mercedes-Benz เลือกที่จะผสมผสานงานทุกอย่างเข้าด้วยกัน กระจังหน้าขนาดใหญ่แบบรถโบราณเป็นหน้าจอแบบทึบที่ติดตั้งมาแทนที่ลายรังผึ้งของหม้อน้ำ พร้อมกรอบสีทองที่ทำสีให้ดูคล้ายทองแดงแบบรถยุคเก่า ติดตั้งหน้าจอดิจิตอลขนาดใหญ่ตรงกึ่งกลางกระจัง เป็นที่ตั้งของโลโก้ Mercedes พร้อมการแสดงแอนิเมชั่นเพื่อแสดงสถานะต่างๆ ของตัวรถอย่างหลากหลายตามที่มีการวางโปรแกรมไว้ ล้อแบบเปิดถูกติดตั้งมาทั้งด้านหน้าและด้านหลังของรถ โดยคู่หน้าเป็นล้อสีขาว และคู่หลังเป็นสีดำ หุ้มด้วยยางชนิดพิเศษที่ออกแบบลายดอกยางให้คล้ายโลโก้ดาว 3 แฉก ซึ่งเพิ่มความน่าสนใจในรายละเอียดของตัวรถในทุกจุด แม้จะดูเหมือนเป็นรถที่ออกมาจากภาพยนตร์โบราณ แต่เทคโนโลยีล้อแบบใหม่ที่ไม่มีดุมกลางล้อก็ถูกนำมาใช้กับรถต้นแบบคันนี้ ทำให้ล้อหมุนแต่รอบนอกเท่านั้น ขณะที่อุปกรณ์ยึดติดตรงกลางจะทำหน้าที่ส่งผ่านพลังงานไปที่ล้อเพื่อขับเคลื่อนรถเพียงเท่านั้น

 

ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องยนต์ที่ติดตั้ง โดยทางผู้พัฒนาระบุเพียงว่าเป็นการใช้งานพลังงานทางเลือก ซึ่งหากดูจากทิศทางในการพัฒนารถยนต์ต้นแบบในยุคหลังๆ ของค่ายแล้ว ก็น่าจะเลือกติดตั้งเครื่องยนต์พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างแน่นอน ทีมออกแบบเล่นกับการเลือกสร้างจุดสะดุดตาให้กับรถอย่างเต็มที่ หากมองจากด้านข้างจะเห็นว่าครึ่งหน้าของตัวรถเน้นการออกแบบด้วยสีขาว ตัดรายละเอียดด้วยสีทองแดงบ้างไม่กี่ตำแหน่ง ขณะที่ด้านหลังของรถมาในสีดำเต็มพิกัด มีเพียงแค่สีของเบาะโดยสาร และแถบสีส้มด้านหลังเบาะเพียงเท่านั้น ที่สะท้อนลูกเล่นของการออกแบบที่ซ่อนไว้

 

ห้องโดยสารเป็นการเล่นกับการออกแบบจากยุคโบราณที่หาไม่ได้อีกแล้วในรถยนต์ปัจจุบัน เบาะที่นั่งโดยสารตัวเดียวแต่รองรับ 2 ที่นั่ง เลือกใช้สีฟ้าสดที่เห็นได้จากรถหรูในอดีต แถมไม่มีกระจกบังลมติดตั้งมาให้ และสำทับความโบราณด้วยแกนพวงมาลัยยกสูงแบบรถยนต์สมัยต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งดูแล้วหากเอาไปขับจริงก็คงจะยากพอสมควร แผงคอนโซลออกแบบด้วยสีขาวตัดกับโลหะสะท้อนแสง แม้จะดูเรียบง่ายแต่ก็มีฟังชันก์ที่น่าสนใจที่เรียกว่า ‘Hyper Analog’ (ไฮเปอร์ อนาล็อก) ซึ่งจะไม่แสดงผลต่างๆ ตลอดเวลา แต่จะทำงานเมื่อจำเป็นเท่านั้น เรียกว่าดูดีมีสไตล์ไปอีกแบบ โดยการแสดงผลที่ทำผ่านวัสดุสีทองกุหลาบที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าของแผงคอนโซล จะทำการแสดงผลข้อมูลที่จำเป็นต่อการขับขี่เป็นระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว การนำทาง หรือข้อมูลอื่นๆ ของรถ ซึ่งนอกจากจะดูมินิมอลแล้ว ยังไม่ทำให้ผู้ขับขี่ต้องเสียสมาธิไปกับข้อมูลที่ไม่จำเป็น และสามารถโฟกัสกับการขับขี่ได้ตลอดเวลา

 

นอกจากนี้ ทีมออกแบบยังใส่รายละเอียดความเรโทรเล็กๆ น้อยๆ ลงไปรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นที่เก็บของด้านท้ายรถที่ทำจากหนัง มีสายรัดและที่ล็อกสีทองกุหลาบ นาฬิกาสไตล์ย้อนยุคตรงกลางแผงแดชบอร์ด หรือแม้แต่พวงมาลัยที่มีบางส่วนเป็นไม้ เพื่อให้ระลึกถึงอดีตก่อนที่จะเปลี่ยนรูปแบบรถมาเป็นดังปัจจุบัน

 

รถต้นแบบที่ทำมาสำหรับการจัดแสดงเป็นหลักคันนี้ คงยากที่จะได้ต่อยอดออกมาเป็นรถยนต์เพื่อผลิตและจำหน่ายจริง แต่หากมองไปที่เทคโนโลยีแต่ละจุดที่มีการออกแบบเอาไว้อย่างดี ก็เป็นไปได้ว่าเราอาจจะเห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ติดตั้งอยู่ในรถคันนี้ ถูกพัฒนาต่อยอดออกไปสำหรับรถยนต์ที่จะผลิตจำหน่ายจริงในอนาคต

หรือจะทำจำนวนจำกัดมาเก็บในคอลเลกชั่น อภิมหาเศรษฐีหลายก็น่าจะยินยอมพร้อมใจกันจ่ายเงินให้อยู่นะ !

Sompol Mingkhuan
Sompol Mingkhuan
บรรณาธิการบริหาร นิตยสารนาฬิกา Watch World-Wide ผู้คร่ำหวอดในวงการนาฬิกามายาวนานกว่า 20 ปี จนได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ
SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up