UN HEADER 23
UN HEADER 23
HomeArticlesVOUTILAINEN STARRY NIGHT VINE - จิตรกรรม 2 โลก

VOUTILAINEN STARRY NIGHT VINE – จิตรกรรม 2 โลก

by: ‘Mr.Big’

 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีการประกาศผลรางวัล GPHG หรือ ‘Grand Prix d’Horlogerie de Genève’ (กรังด์ ปรีซ์ ดอร์โลเฌรี เดอ เฌอแณฟ) รายการมอบรางวัลครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมนาฬิกาทั่วโลก ซึ่งเปรียบได้กับรางวัลออสการ์ของแวดวงนาฬิกา โดยจะจัดขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเป็นประจำทุกปีที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งในปีนี้ก็ได้ดำเนินมาเป็นปีที่ 19 แล้ว แบรนด์ไหนได้รางวัลอะไรบ้าง คิดว่าคนรักนาฬิกาทั้งหลายคงทราบกันบ้างแล้ว ‘Watch of the Day’ ในวันนี้จึงขอเสนอเรือนเด่นที่เพิ่งคว้ารางวัลในสาขา ‘Artistic Crafts’ (อาร์ติสติก คราฟต์ส) หรือนาฬิกาที่มีความโดดเด่นด้านงานฝีมือและงานศิลปะที่บรรจงสร้างสรรค์อย่างประณีตสวยงาม และนั่นก็คือ Starry Night Vine (สตาร์รี ไนท์ ไวน์) เรือนเวลาจาก Voutilainen (วูติไลเนน) ที่จับเอาลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ของอัครศิลปินอย่าง Vincent Van Gogh (แวงซองต์ ฟาน ก๊อกห์) ศิลปินแนว ‘Impressionism’ (อิมเพรสชันนิสม์) ชาวดัตช์ มาประดิดประดอยลงบนพื้นหน้าปัดอย่างน่าชม

Kari Voutilainen กับรางวัลสาขา ‘Artistic Crafts’

 

Voutilainen ถือเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในด้านการรังสรรค์งานศิลปะลงบนหน้าปัด ซึ่งมีฝีไม้ลายมือที่เรียกได้ว่าไม่เป็นสองรองแบรนด์ใดๆ และงานศิลปะที่ปรากฏบนพื้นหน้าปัดของ Starry Night Vine นี้ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนึ่งในภาพเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Van Gogh ซึ่งมีชื่อเดียวกัน โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพวาดสีน้ำมันบนพื้นผ้าใบ ขนาด 72.0 x 92.0 เซนติเมตร ตามแบบทิวทัศน์ที่ Van Gogh มองจากหน้าต่างของโรงพยาบาลประสาท ‘Saint Paul de Mausole’ (แซงต์ ปอล เดอ โมโซล) ในเมือง Saint-Remy (แซงต์เรมี) ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส โดยใช้เวลาวาดถึง 3 คืนติดต่อกันแบบไม่ได้นอนเลยสักคืน ภาพวาดที่มีชื่อเสียงดังกล่าว ถูกจำลองมาไว้บนพื้นหน้าปัดอย่างพิถีพิถัน โดยนำส่วนของท้องฟ้าที่ถือเป็นจุดเด่นของรูป มาประกอบกับลวดลายต้นองุ่นที่เกิดจากประดับมุกด้วยเทคนิคชั้นสูงอย่างประณีต

ภาพต้นฉบับ ‘Starry Night Vine’ ของ Vincent Van Gogh

 

ในส่วนของท้องฟ้า Starry Night Vine ถูกรังสรรค์ด้วยฝีมือของ Tatsuo Kitamura (ทัตสึโอะ คิตะมูระ) ศิลปินช่างเคลือบชาววาจิมะ ประเทศญี่ปุ่น ที่ผสานเทคนิคหัตถศิลป์งานเคลือบสมัยเอโดะแบบ ‘Maki-e’ (มากิเอะ) ไว้[นหน้าปัดงานศิลป์นี้อย่างลงตัว ซึ่งใช้เวลามากหลายร้อยชั่วโมงในการรังสรรค์ ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างเปลือกหอยตาวัวน้ำลึก เปลือกหอยเป๋าฮื้อจากประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งล้วนมีรูปแบบ สีสัน และความมันวาวอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ผสานกับผงทอง ประกอบกันเป็นท้องฟ้าแบบ Starry Night Vine ที่โดดเด่นด้วยลายเส้นแบบ Van Gogh หรูระยับจับตา เกิดเป็นงานจิตรกรรมสรรค์สร้างที่อวดความโดดเด่นอยู่บนพื้นหน้าปัดอย่างน่าประทับใจ

 

บริเวณหน้าปัดส่วนล่าง ปรากฏอีกหนึ่งเทคนิคงานศิลป์ที่เรียงร้อยเป็นรูปต้นองุ่นในสีสันที่หลากหลาย ด้วยฝีมือของ Anita Porchet (อนิตา ปอร์เชต์) นักประดิษฐ์นาฬิกาและช่างอีนาเมลมือหนึ่งผู้เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงอุตสาหกรรมนาฬิกา เคยฝากผลงานไว้กับแบรนด์ชั้นนำมาแล้วมากมาย เช่น Patek Philipe (ปาเต็ก ฟิลิปป์) เป็นต้น โดยต้นองุ่นที่ปรากฏอยู่บนนาฬิกาเรือนนี้เกิดขึ้นจากลายเส้นพร้อมเทคนิคการลงยาแบบ ‘Cloisonné’  (คลัวซงเน) ที่ประณีตสวยงาม นาฬิกาเรือนนี้จึงแสดงให้เห็นถึงชั้นเชิงศิลป์ 2 เทคนิคจากช่างฝีมือตะวันออกและตะวันตก ซึ่งแม้จะมีความแตกต่างกันในรายละเอียด แต่ก็สามารถผสานร่วมกันได้อย่างสวยงามกลมกลืน และเพื่อให้งานศิลป์ดังกล่าวมีลูกเล่นที่น่าสนใจมากขึ้น รายละเอียดเล็กๆ อย่างใบองุ่นและพวงองุ่น จึงถูกแกะสลักโดย Eddy Jaquet (เอ็ดดี ฌาเกต์) ช่างแกะสลักมือทองของแบรนด์ ผสานเข้าด้วยกันเป็นประดิษฐกรรมเวลาชั้นหรูด้วยฝีมือของ Kari Voutilainen (การิ วูติไลเนน) อย่างสมบูรณ์แบบ กลายเป็นงานศิลปกรรมเวลาที่ควรค่าและสมศักดิ์ศรีแก่รางวัลที่ได้รับ

 

เรือนศิลป์ชั้นเลิศนี้ใช้ตัวเรือนทองขาว 18K ขนาด 39.0 มิลลิเมตร หนา 12.8 มิลลิเมตร พร้อมขาสายแบบขาเต่าทะเล สลักลวดลายด้วยมืออย่างประณีต กันน้ำ 30 เมตร แสดงเวลาแบบ 2 เข็ม ด้วยกลไกไขลาน แท่นเครื่องด้านหลังตกแต่งเป็นลวดลายท้องฟ้า ‘Starry Night Vine’ แบบไม่เก็บรายละเอียด พร้อมแสดงค่าพลังงานสำรองด้วยเข็มทรงขวดไวน์ ‘Chateau Margaux’ (ชาโต มาร์โกซ์) น่ารักๆ บนแท่นเครื่อง ปกป้องด้านหลังด้วยแผ่นคริสตัลแซพไฟร์ ประกอบกับสายหนังจระเข้ โดยผลิตขึ้นเพียงเรือนเดียว (Unique Piece) เท่านั้น โดยที่ยังไม่มีการแจ้งราคาอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยการผสานเทคนิคชั้นเลิศขนาดนี้ คิดว่าน่าจะอยู่ที่หลักหลายล้านเลยทีเดียว

SEIKO JUNE 23 CONTENT RGT
Luxe Time Pop Up